พริตตี้บุกโรงพัก แจ้งจับโมเดลลิ่งหลอกถ่ายแบบ ขึ้นเว็บหาคู่

พริตตี้บุกโรงพัก แจ้งจับโมเดลลิ่งหลอกถ่ายแบบ ขึ้นเว็บหาคู่
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(23 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งร้องทุกข์จาก กลุ่มนางแบบกว่า 50 คน ได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.ประสงค์ นาฝัน สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ภูพิงค์ เชียงใหม่ เพื่อให้ดำเนินคดีเกี่ยวกับกรณีได้รับความเดือดร้อนเรื่องการละเมิดสิทธิ์ในการใช้รูปและข้อมูล บนเว็บไซต์แห่งหนึ่ง โดยที่ทางเจ้าตัวไม่ได้เป็นคนเข้าไปสมัครหรือใช้บริการของเว็บไซค์ดังกล่าว

กลุ่มตัวแทนนางแบบ ให้การว่า เมื่อช่วงปลายปี 2557 ที่ผ่านมา ได้รับการเข้ามาติดต่อจาก นายแอล ผ่านทางแอปพลิเคชั่นแชท ชื่อกลุ่มว่า "พริตตี้ MC เชียงใหม่" โดย นายแอล ได้อ้างตัวว่าเป็นโมเดลลิ่ง และมีความต้องการที่จะหานางแบบ มาถ่ายภาพโปรไฟล์เก็บไว้และถ้าหากมีโมเดลลิ่งจากที่อื่นสนใจ จะได้ติดต่องานให้กับกุล่มนางแบบดังกล่าว โดยได้มีการให้ค่าจ้าง วันละ 1,000 บาท ในการถ่ายภาพดังกล่าว ซึ่งมีนางแบบ จ.เชียงใหม่ ให้ความสนใจเข้าร่วมถ่ายแบบกว่า 100 คน

และขณะนั้นตนเห็นว่ามีคนเข้าไปถ่ายเป็นจำนวนมาก จึงไม่ได้เอะใจ ประกอบกับเป็นคนที่ค่อนข้างสนิทกัน จึงตกลงไปถ่ายรูปตามที่ได้ชักชวน จนกระทั่งเวลาผ่านไป ได้มีชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก เข้ามาติดต่อพูดคุยกับนางแบบหลายๆ คน ทุกคนจึงได้สงสัยและทำการตรวจสอบก็พบว่า รูปภาพและข้อมูลของตนที่ได้ถ่ายแบบกับนายแอล ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์หาคู่ที่เป็นชาวเอเชีย และผู้ที่สนใจจะต้องเสียเงินประมาณ 3,000-10,000 บาท เป็นค่าสมัครสมาชิก

หลังจากพอตนทราบเรื่องดังกล่าวก็ได้สอบถามไปยังเพื่อนที่ถ่ายภาพกับนายแอล ก็พบว่าได้รับความเดือดร้อนในลักษณะดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยเบื้องต้นทราบว่ามีจำนวนกว่า 100 คน ตนจึงได้รวมตัวกันเข้ามาแจ้งความเนื่องจากกลัวจะทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นายแอล ได้เดินทางมายังสถานีตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่ง นายแอล ได้เล่าว่า ตนทำงานเป็นโมเดลลิ่งจริง โดยก่อนหน้านี้ ตนได้รับการติดต่อประสานงานจากนายทุนชาวยูเครน ว่าต้องการนางแบบเป็นจำนวนมากในการถ่ายภาพ โดยมีค่าจ้างให้กับนางแบบ 1,000 บาท แต่จะถ่ายทั้งหมดประมาณ 3 ชุด เป็นชุดแฟชั่น ซึ่งตนไม่เห็นว่าจะเป็นการเสียหายอะไร จึงได้ติดต่องานให้กับกลุ่มนางแบบ

โดยภายหลังจากที่ได้มีการบันทึกภาพเสร็จ ก็ได้มีการก็อปปี้ไฟล์ภาพดังกล่าวและจ่ายค่าตัว ซึ่งตนก็คิดว่าไม่น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ภายหลังได้มีการสอบถามจากกลุ่มนางแบบเข้ามาว่า ได้มีรูปของพวกตน ไปปรากฏลงบนเว็บไซต์ดังกล่าว ตนก็ได้พยายามประสานไปทางเจ้าของเพจ เพื่อลบข้อมูลดังกล่าวแต่ไม่ได้รับความร่วมมือ

ทำให้กลุ่มนางแบบดังกล่าว เกิดความไม่พอใจและได้เข้ามาแจ้งความดังกล่าว ตนจึงได้เดินทางมาให้ปากคำเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทั้งนี้หลังจากที่ได้มีการสอบปากคำเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่จะได้มีการรวบรวมหลักฐาน ของทั้ง 2 ฝ่ายและจะได้สืบหาตัวนายทุนแสบดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป