คลังฝันรีดภาษีมรดก7หมื่นล.อุดถังแตก ชี้ล้วงกระเป๋าคนรวยช่วยคนจน-เสียงเชียร์กระหึ่ม

นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานสัมมนา ศุกร์เศรษฐกิจกับรัฐมนตรีกรณ์ ฟัง คิด ทำ ครั้งที่ 2 หัวข้อ ถกแผนเศรษฐกิจยกหนึ่ง คิดไปถึงแผนสอง ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมาโดยรวมแล้วถือเป็นเรื่องที่ดี แต่การแจกเงิน 2 พันบาท ให้แก่ผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพียง 1-2 เดือนเท่านั้น ควรลดเงินส่งเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อลดภาระผู้ประกันตนมากกว่า ทั้งนี้ จากมาตรการเหล่านี้นำไปสู่ค่าใช้จ่ายภาครัฐซึ่งมีผลต่อการเพิ่มระดับหนี้สาธารณะที่ถึงสิ้นปีอาจปรับสูงถึง 47% จากงบขาดดุล และรายได้ที่จะจัดเก็บได้น้อยลง จากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่จะขยายตัวทั้งปี 0% จึงจำเป็นที่กระทรวงการคลังจะต้องหารายได้เพิ่ม โดยเห็นด้วยกับแนวคิดของกระทรวงการคลังในการจัดเก็บภาษีมรดกและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ปัญหาคือผู้เสนอกฎหมายเหล่านี้มักเป็นผู้มีมรดกทำให้ไม่สามารถผ่านเป็นกฎหมายได้สักครั้ง

นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สำหรับการหารายได้เพิ่มท่ามกลางความต้องการใช้เงินจำนวนมากของรัฐนั้น เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีมรดก ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะนอกจากสร้างความเป็นธรรมแก่สังคมแล้วยังเป็นการขยายตลาดรายได้ให้กว้างขึ้นจากการนำรายได้จากคนรวยมากระจายสู่คนจนมากขึ้น มีผลให้เกิดคำสั่งซื้อมากขึ้นด้วย

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบันว่ามาตรการที่ประกาศออกไปในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะแก้ปัญที่เกิดขึ้นไม่ได้ทั้งหมด เพราะเป็นปัญหาลึกต้องรู้ปัญหาและประเมินผลของมาตรการที่ออกไปก่อน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาของประเทศต่างๆ ซึ่งจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทย แม้ว่าปีนี้จะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้กำลังจะเข้าสู่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี53 ซึ่งน่าจะจัดสรรงบมาใช้ได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า หากรัฐบาลดำเนินการจัดเก็บภาษีมรดกในส่วนที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะส่งผลให้มีรายได้เข้ารัฐเพิ่มอีกปีละ 6-7 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้กฎหมายในเรื่องดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการแก้ไขในรายละเอียดอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับการเก็บภาษีที่ดินเพื่อการเกษตร เนื่องจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐไม่ควรจัดเก็บ ซึ่งจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมเพราะเกษตรกรก็มีทั้งคนจนและคนรวย

นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ในปี42 ตนเคยทำวิจัยเรื่องภาษีมรดก ในการศึกษาที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร โดยเป็นคนแรกๆ ในประเทศไทยที่อยากให้เก็บภาษีมรดก เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลเก็บภาษีได้น้อย และยังไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อคนยากจน

ผมเคยเสนอไว้ในเอกสารวิจัยว่ามรดกที่มีมูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาท จะไม่เสียภาษี แต่ถ้ามีมรดกเกิน 10 ล้านบาท จึงจะเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าคือ 2.5% ถ้าได้มรดกเกิน 20 ล้านบาท เสียภาษีเพิ่มขึ้น การเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าจะไม่กระทบกับคนยากจน เรื่องนี้หากรัฐบาลเสนอมา วุฒิสภาจะช่วยพิจารณา นายประสพสุข กล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด