องค์การค้าฯรับสภาพหนี้สหกรณ์30ล้านบาท

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายโชคดี เพชร์รัตน์ และนายพงษ์เทพ วีรทัต กรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์เจ้าหน้าที่องค์การค้าของคุรุสภา (สอ.อค.) ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศธ. เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กรณียักยอกเงิน 30 ล้านบาท

นายโชคดี เพชร์รัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหามานานแล้ว และได้เคยสอบถามผู้บริหารของ สกสค. และองค์การค้าฯ ว่าทำไม่ไม่ยอมส่งเงินที่องค์การค้าฯ ได้หักค่างวดและค่าชำระหนี้ของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2551 รวม 30 ล้านบาทให้แก่สหกรณ์ออมทรัพย์ฯ แต่ก็ไม่ได้รับคำชี้แจงแต่อย่างใด มีเพียงแต่บอกว่าไม่มีเงิน ดังนั้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม พวกตนจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหาร 3 คนที่สน.โชคชัย คือ นายเกษม กลั่นยิ่ง เลขาธิการ สกสค. นายบำเรอ ภานุวงศ์ ผอ.องค์การค้าฯ และนายชัชภูมิ เฉยรอด ผอ.สำนักบริหารการเงินและบัญชี ในข้อหายักยอกทรัพย์ นอกจากนี้คณะกรรมการดำเนินการ สอ.อค.ยังได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาไว้ ดังนี้ 1.สอ.อค.จะงดให้องค์การค้าฯเป็นผู้หักเงินเดือนของสมาชิก 2.ขอให้สมาชิกกรอกแบบฟอร์มยินยอมให้หักเงินผ่านบัญชีธนาคาร หรือนำมาชำระเอง และ 3. กู้ยืมเงินภายนอกมารองรับปัญหาการกู้ยืมเงินของสมาชิกตกค้าง

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างไร หากพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจะเร่งดำเนินการทันที

ด้านนายบำเรอ ภานุวงศ์ ผอ.องค์การค้าฯ กล่าวว่า ได้พูดคุยปัญหานี้กับทางสหกรณ์ออมทรัพย์ฯอยู่เสมอว่าองค์การค้าฯมีเงินไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการนำไปจ่ายเงินเดือนให้พนักงาน ดังนั้นจึงต้องนำเงินส่วนนี้มาใช้ก่อนและจะทำสัญญาชำระหนี้คืนให้ภายหลัง ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยทำในลักษณะนี้มาแล้วจึงไม่น่ามีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามตนได้สั่งการให้ฝ่ายการเงินและบัญชีเชิญประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ฯมาทำสัญญาชำระหนี้คืนแล้ว ซึ่งแม้ไม่มีสัญญาทางองค์การค้าก็ยอมรับสภาพการเป็นหนี้อยู่แล้ว.

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด