มาร์คแจก9ล้านคน-เดือนละ2พัน

วันที่ 13 ม.ค. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. วันที่ 13 ม.ค. มีมติเห็นชอบกรอบงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 52 วงเงินประมาณ 115,000 ล้านบาท เบื้องต้นจะกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 116,700 ล้านบาท โดยต้องมีการหารืออีกครั้งในการประชุมครม.วันที่ 14 ม.ค. นี้ เพื่อนำส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี52 ก่อนเสนอให้ที่ประชุมครม. ในวันที่ 20 ม.ค.52 เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 28 ม.ค. นี้

ทั้งนี้ ในการจัดทำงบประมาณดังกล่าวแบ่งเป็น 2 รายการ ได้แก่ รายจ่ายเพื่อดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงินประมาณ 95,800 ล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 19,139 ล้านบาท รวม 18 โครงการ คือ 1.โครงการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ วงเงิน 18,970 ล้านบาท 2.โครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน 11,409 ล้านบาท 3.โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร 2,000 ล้านบาท 4.โครงการก่อสร้างทางในหมู่บ้าน 1,500 ล้านบาท 5.โครงการด้านพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือประชาชน 1,000 ล้านบาท

6.โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว 1,000 ล้านบาท 7.โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการจัดการน้ำ 760 ล้านบาท 8.โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม 500 ล้านบาท 9.โครงการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ 325 ล้านบาท 10.โครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี 19,000 ล้านบาท 11.โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน 15,200 ล้านบาท

12.โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ 9,000 ล้านบาท 13.โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน 6,900 ล้านบาท 14.โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เชิงรุก 3,000 ล้านบาท 15.โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน 1,808 ล้านบาท 16.โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย 1,095 ล้านบาท 17.เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 2,391 ล้านบาท และ 18.รายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง 19,139 ล้านบาท

เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความกระชับ จะทำให้เม็ดเงินจะลงสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว สามารถกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายได้ภายใน 2-3 เดือน หลังจากที่ประชุมสภาอนุมัติงบประมาณให้มีการเบิกจ่ายได้ คาดว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวได้ 2.5% รองโฆษกฯ กล่าว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่จำแนกเป็นรายกระทรวงนั้น แบ่งเป็น งบกลางวงเงิน 12,203 ล้านบาท สำนักนายกรัฐมนตรี 15,200 ล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศ 325 ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 550 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2,000 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม 1,500 ล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 760 ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ 1,000 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 12,557 ล้านบาท กระทรวงแรงงาน 16,058 ล้านบาท กระทรวงวัฒนธรรม 21 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ 18,258 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข 1,095 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม 485 ล้านบาท ส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง 1,972 ล้านบาท รัฐวิสาหกิจ 11,874 ล้านบาท และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 19,139 ล้านบาท

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในส่วนเงินที่กระทรวงแรงงานได้รับอนุมัติจะนำมาใช้ใน 2 ส่วน คือโครงการอบรมผู้ว่างงานวงเงิน 6,900 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโครงการเร่งด่วน ดังนั้น ครม. จึงอนุมัติให้เบิกงบกลางวงเงิน 120 ล้านบาท เพื่อสำรองจ่ายเป็นกรณีฉุกเฉินในการเตรียมจัดฝึกอบรมให้ผู้ว่างงาน และนำมาจ่ายเพื่อช่วยค่าครองชีพแก่ผู้ประกันตนที่ได้รับรายได้ประจำไม่เกิน 14,000 บาท/เดือน เป็นเงิน 2,000 บาท/คน/เดือน

นายบัณฑูร สุภัควณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า สำหรับจำนวนผู้ประกันตนที่จะได้รับสิทธิช่วยเหลือค่าครองชีพ 2,000 บาท/คนนั้น เบื้องต้นมี 8,009,200 ราย คิดเป็นวงเงิน 16,058 ล้านบาท ขณะที่บุคลากรภาครัฐที่จะได้รับสิทธิมี 1,235,146 ราย คิดเป็นวงเงิน 2,328 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มจ่ายเงินในเดือนเม.ย. ไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 52

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด