อภิสิทธิ์แจงเพื่อไทยมีสิทธิยื่นศาลรธน.วินิจฉัย

(31ธ.ค.) เวลา 09.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการย้ายสถานที่ประชุมรัฐสภาเพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่าเป็นโมฆะหรือไม่ ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยข้องใจ ก็มีสิทธิยื่นเรื่องได้ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลจะเดินหน้าทำงานต่อไป การตีความอะไรก็ให้ว่าไปตามกระบวนการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ตรวจสอบแล้วใช่หรือไม่ว่ามาผิดข้อบังคับการประชุมสภา นายกฯ กล่าวว่า ทางสภายืนยันว่าไม่มีปัญหา เมื่อถามต่อว่า การแถลงนโยบายที่เกิดขึ้นที่กระทรวงการต่างประเทศ ทำให้รัฐบาลดูไม่สง่างามหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าเราอยู่ในภาวะบ้านเมืองที่ไม่ปกติ จะไปคาดหวังทุกอย่างให้เป็นไปตามต้องการ คงไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือเป้าหมายที่คิดไว้คือทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินหน้า โดยไม่มีความสูญเสีย บาดเจ็บ ล้มตายของผู้คนอีก ตนคิดว่าการรักษาตรงจุดนี้สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ถ้าจะกระทบกระเทือนภาพลักษณ์ของรัฐบาลบ้าง ก็ยอมได้ เพื่อให้งานของบ้านเมืองและชีวิตของคนไทยไม่ได้รับผลกระทบ

// //

ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีนโยบายป้องกันพฤติกรรมการลอกเลียนแบบของพันธมิตรฯ คืออยากได้อะไรก็ไปชุมนุมตามที่นักวิชาการติติงมาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตนได้พยายามอย่างเต็มที่ว่าปัญหาใดๆ ที่จะเกิดขึ้นให้รีบตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ให้รีบแก้ไขก่อนเกิดการประท้วง ไม่เช่นนั้นจะเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิดว่าใครอยากได้อะไร ก็ต้องมาประท้วง

เมื่อถามว่า จะรับมือย่างไรต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านทั้งในและนอกสภา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา การทำงานของฝ่ายค้านทำได้ทั้งในและนอกสภา ขอให้อยู่ภายใต้กฎหมายเป็นใช้ได้ สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช. ถ้าเคลื่อนไหวภายใต้กฎหมายก็ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า ถ้านปช. ไปบึกยึดทำเนียบรัฐบาลบ้างจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าจะเข้ายึดสถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่ก็ต้องป้องกันในชั้นแรก เพราะการบุกยึดสถานที่ราชการถือเป็นความผิด

เมื่อถามว่า จะนำบทเรียนของรัฐบาลชุดก่อนๆ มาปรับใช้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เคยย้ำไปแล้วว่าให้หลีกเลี่ยงในสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา ซึ่งบทเรียนมันมีทั้ง 2 ขั้ว ขั้วหนึ่งไปใช้ความรุนแรงจนคนบาดเจ็บล้มตาย อีกขั้วหนึ่งก็ปล่อยจนสถานการณ์มันลุกลามบานปลาย เกิดการยึดสถานที่สำคัญของบ้านเมือง ซึ่งทั้ง 2 อย่างต้องไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ธันวาคมก็เป็นตัวอย่างว่ารัฐบาลได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่เปิดทางให้ส.ส. โดยใช้โล่อย่างเดียว แต่เมื่อทำไม่สำเร็จ ก็เดินหน้าไปในช่องทางอื่น

ตะลุยข่าว - 388 ศพสึนามิ...ยังไม่ได้กลับบ้าน

แม้พิบัติภัยสึนามิจะผ่านพ้นไปแล้ว 4 ปี ทว่าภาพความเสียหาย การล้มตาย และสูญหายไปของคนอันเป็นที่รัก ยังคงติดตรึงอยู่ในใจเหมือนภาพฝันร้ายในคืนที่แสนยุ่งเหยิง หลายครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับมหันตภัยที่เกิดขึ้นกับตนเอง ครอบครัว และธุรกิจ เสียงหวีดร้องโหยหวนและร่ำไห้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ยังคงก้องอยู่ในมโนสำนึก

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด