จตุพรซัดนายกฯสร้างภาพตีข่าวถูกลอบปองร้าย พงศ์เทพชี้มาร์คมีภาวะผู้นำด้อยกว่าทักษิณ

จตุพรชี้อภิสิทธิ์สร้างภาพตีข่าวถูกปองร้าย ย้ำจุดยืนต่อต้านรบ.อย่างเปิดเผย พงศ์เทพชี้มาร์คมีภาวะผู้นำด้อยกว่าทักษิณ แถมรัฐบาลยังได้อำนาจมาด้วยความไม่ชอบธรรม จตุพร หยาม เทพเทือกเจรจา แม้ว ไม่เป็นผล มั่นใจ อดีตนายกฯไม่เปลี่ยนจุดยืน กร้าวชุมนุมใหญ่หลังปีใหม่ จตุพรชี้อภิสิทธิ์สร้างภาพตีข่าวถูกปองร้าย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 2 มกราคม ว่า ไม่เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังตกอยู่ในอันตราย ตามที่มีรายงานอ้างหน่วยข่าวทางลับว่าจะมีคนลอบทำร้าย เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ไม่มีความสำคัญจนเป็นสาเหตุให้มีกระบวนการลอบทำร้าย ข่าวที่ออกมาน่าจะเป็นเพียงการสร้งภาพของ นายอภิสิทธิ์ เพื่อเรียกคะแนนความสงสาร

นายจตุพร ซึ่งเป็นแกนนำ นปช. ยังย้ำแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า จะต่อต้านรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ต่อไปอย่างเปิดเผย ไม่ว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะพยายามขอเจรจากับแกนนำกลุ่ม หรือแม้กระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อขอให้ยุติการเคลื่อนไหวก็ตาม หลังจากนี้ไปกลุ่ม นปช.จะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้นายกรัฐมนตรียุบสภาเร็วที่สุด

พงศ์เทพชี้มาร์คมีภาวะผู้นำด้อยกว่าทักษิณ

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวเมื่อวันที่ 2 มกราคม ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้อำนาจในการบริหารมาด้วยวิธีการที่ไม่ชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะการดึง ส.ส.กลุ่มหนึ่งของพรรคพลังประชาชนเดิมไปร่วมรัฐบาลด้วย และนำบุคคลที่มีส่วนร่วมกับการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาเป็นรัฐมนตรี ดังนั้นจึงต้องตอบคำถามกับสังคมถึงความเหมาะสม

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนักธุรกิจหลายคน รู้สึกผิดหวังกับการนำคนที่ไม่มีความสามารถเพียงพอมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีที่มีไม่มาก ถูกครอบงำจากหลายกลุ่ม ทั้งภายในพรรคและพรรคร่วมรัฐบาล การกล้าตัดสินใจในเรื่องสำคัญ บางครั้งอาจจะต้องทำให้เกิดความบาดหมาง ซึ่งแตกต่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีความเป็นผู้นำสูง ที่นำประเทศแก้ไขปัญหาวิกฤตได้

นอกจากนี้ นายพงศ์เทพ เชื่อว่า การเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้น ในวันที่ 11 มกราคมนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมือง เพราะหลายพรรคยังไม่มีความพร้อมในการส่งตัวผู้สมัคร รวมทั้งติดเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ไม่สามารถสังกัดพรรคการเมืองได้ทันตามที่กฎหมายกำหนด แต่การเลืกตั้งซ่อมจะมีส่วนสำคัญ ในการชี้วัดความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลชุดนี้ได้

ตีนตบตามรังควานมาร์ค

ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 182 รูป และสักการะพระพุทธนวราชบพิตร เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2552 ที่ท้องสนามหลวง เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 มกราคม โดยมีส่วนราชการ เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการวุฒิสภา ตัวแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ รัฐวิสาหกิจ องค์การต่างๆ รวมถึงพ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ขณะที่มีกลุ่มประชาชนสวมเสื้อแดง ประมาณ 20 คน พร้อมหวงหรีดและป้ายที่เขียนข้อความโจมตีรัฐบาล มายืนปราศรัยด้านหน้าศาลฎีกาเพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์ และขณะที่นายอภิสิทธิ์ เดินทางกลับ ได้มีคนเสื้อแดง 2-3 คน ที่แฝงตัวเข้ามาปะปนกับประชาชนที่มาทำบุญ ได้ยกเท้าตบสัญญลักษณ์ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ขึ้นมากระพือไล่นายอภิสิทธิ์ ก่อนที่ขบวนรถยนต์ของนายอภิสิทธิ์ จะออกจากสนามหลวงไป

ต่อมานายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่เจอกลุ่มเสื้อแดงขับไล่ ระหว่างการทำบุญที่ท้องสนามหลวง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไร และไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเป็นธรรมดาของการอยากแสดงออก เมื่อถามว่า จะมีปัญหาการเดินทางไปทำงานในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อมีภารกิจก็ต้องไป แต่สัปดาห์แรกยังไม่มีภารกิจที่จะต้องลงไป เพราะยังมีงานที่จะต้องเร่งทำในส่วนกลาง อย่างเรื่องการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจ และมาตรการต่างๆ

ข่าวทางลับนายกฯไม่ปลอดภัย

เมื่อถามถึงการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร แต่ไม่ประมาท ซึ่งก็มีความเป็นห่วงจากหลายฝ่าย เมื่อถามว่า มีการรายงานในทางลับถึงความไม่ปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีอยู่บ้าง แต่ไม่ประมาทก็ไม่เป็นไร และคงไม่ต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัย

ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลสามารถพูดคุยได้ทุกคน แต่การพูดคุยนั้นต้องอยู่บนหลักของความถูกต้อง หากกังวลว่ารัฐบาลจะไปกลั่นแกล้งอะไร ก็ยืนยันได้ว่าไม่มีแน่นอนและจะให้ความเป็นธรรมทุกอย่าง เพราะอยากให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า

เมื่อถามว่ามีการรายงานถึงการเจรจาเบื้องต้น ตามที่นายสุเทพ ระบุหรือยัง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ นายสุเทพ คงกำลังพยายามติดต่อประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ ได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าในช่วงวันที่ 1-3 มกราคม จะไปพักผ่อนในต่างจังหวัดพร้อมครอบครัว และจะกลับมาปฏิบัที่อีกครั้งในวันที่ 3 มกราคม

ชวรัตน์ถูกเสื้อแดงปากช่องไล่

พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบว่าในวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานเคานต์ดาวน์ในสถานที่เอกชนแห่งหนึ่ง ที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทั้งที่ในละแวกไม่เกิน 2 กิโลเมตรนั้น นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากช่องในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็จัดงานเคานต์ดาวน์เช่นเดียวกัน แต่นายชวรัตน์กลับเลือกไปเป็นประธานเปิดงานให้กับสถานที่ของเอกชนที่ตัวเองมีความสนิทสนม สะท้อนให้เห็นว่าทำงานไม่เป็น อย่างไรก็ตามในที่สุดนายชวรัตน์ไม่สามารถที่จะเป็นประธานเปิดงานได้ เนื่องจากถูกกลุ่มคนเสื้อแดงของ อ.ปากช่อง ขับไล่

พ.ต.ท.สมชาย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันที่จะเปิดเวทีอภิปรายนโยบายรัฐบาลนอกสภาในวันที่ 5 มกราคมนี้ โดยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะใช้สถานที่ใด แต่จะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางเอ็มวี5 เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศจับตาดูกันว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ชอบธรรมอย่างไร

ผมถูกวางตัวให้อภิปรายพฤติกรรมของรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่เคยไปกราบเท้าขอตำแหน่งรัฐมนตรีจากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย แต่คนนั้นก็เนรคุณนายสุวัจน์มาแล้ว รวมไปถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ ควรจะระวังตัวเอาไว้ด้วยว่าอาจจะถูกเนรคุณไปด้วยพ.ต.ท.สมชาย กล่าว

จตุพรเชื่อแม้วไม่เปลี่ยนจุดยืน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประกาศจะเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อยุติศึกเสื้อแดงและแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงได้พิสูจน์แล้วว่า คนเสื้อแดงนั้นยึดมั่นใจระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่การยึดตัวบุคคล ทำให้ตัวบุคคลอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ระบอบนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากใครเปลี่ยนจุดยืนก็ไม่สามารถนำคนเสื้อแดงออกไปจากอุดมการณ์ได้ ส่วนการที่คนเสื้อแดงเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น เพราะเข้าใจดีว่าพ.ต.ท.ทักษิณนั้นเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย

หากนายสุเทพ จะเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นทำได้ในฐานะของคนไทยที่รู้จักกัน แต่การจะเจรจาให้พ.ต.ท.ทักษิณ มาเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ของคนเสื้อแดงนั้นคงไม่สามารถทำได้ และพวกเราเชื่อว่า แม้นายสุเทพ จะสามารถเจรจาได้ ก็ไม่มีทางที่จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ไปตามคำขอได้ เพราะพ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวถูกกระทำมาตลอดเวลา จนวันนี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ยอมที่จะเปลี่ยนอุดมการณ์ และสิ่งที่เหลือคือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องรักษาเอาไว้ จึงเชื่อท่านไม่มีทางยินยอมเด็ดขาด นายจตุพรกล่าว

เปิดยุทธวิธีรบเร็บ-จบเร็ว

นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงกำลังหารือกัน เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับความชัดเจนในการชุมนุมใหญ่หลังปีใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในอีกไม่กี่วันนี้ โดยการชุมนุมเคลื่อนไหวจะอยู่บนพื้นฐานของการทำสงครามให้สั้นที่สุด ในลักษณะรบเร็ว จบเร็ว เพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้บริหารประเทศไปได้นานกว่านี้ ซึ่งคนเสื้อแดงจะขัดขวางการทำงานของรัฐบาลทุกวิถีทาง โดยเฉพาะการประชุมอาเซียนซัมมิท ซึ่งจะมีการชุมนุมปิดล้อมสถานที่จัดประชุม เพื่อไม่ให้โจรก่อการร้ายปิดสนามบินได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสุเทพ ได้พยายามติดต่อมายังคนใกล้ชิดของตนเป็นจำนวน 2 ครั้งในช่วงวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการนัดชุนนุมใหญ่เสื้อแดง 28 ธันวาคม ที่ท้องสนามหลวง โดยนายสุเทพ ประสานขอพูดคุยกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นการส่วนตัว แต่ได้บอกกลับไปว่า กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ปฏิเสธที่จะมีการพูดคุยกับคนของรัฐบาลคนใด แต่ช่วงวันที่ 28-30 ธันวาคมนั้นไม่ว่าง เพราะมีกิจกรรมของคนเสื้อแดง ซึ่งระหว่างการประสานนายสุเทพไม่ได้แจ้งว่ าจะให้แกนนำคนเสื้อแดงเป็นผู้เชื่อมต่อเพื่อเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ อีกทอดหนึ่ง หากแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการพูดคุยกับนายสุเทพ ก็จะมีเพียงเรื่องเดียว คือการแจ้งให้นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีตัดสินใจยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน โดยไม่มีเงื่อนไขอื่น ซึ่งเป็นจุดยืนของคนเสื้อแดง

กลุ่มคนเสื้อแดงที่ควักตีนตบขึ้นมาตีเพื่อขับไล่นายอภิสิทธิ์ ระหว่างทำบุญขึ้นปีใหม่ที่ท้องสนามหลวง ถือเป็นกฎแห่งกรรมนายณัฐวุฒิ กล่าว

เพื่อนเนวินไม่หวั่นถูกอภิปราย

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กลุ่มเพื่อนเนวิน กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีในโควต้าของกลุ่มเพื่อนเนวิน เช่น นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทซิโนไทย และ นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คันว่า การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นเป็นแนวทางหนึ่งในการควบคุมการทำงานของรัฐบาล ที่พรรคเพื่อไทยควรกระทำเพราะมีกฎหมายรองรับ ซึ่งคนที่ถูกยื่นอภิปรายก็มีสิทธิที่จะชี้แจงได้อยู่แล้ว ส่วนการปิดถนน ปิดล้อมอาคารรัฐสภา หรือสถานที่ต่างๆ โดยมวลชนกลุ่มเสื้อแดงนั้นพคเพื่อไทยควรยุติการดำเนินการ เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ด้านนายชวรัตน์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ไม่ทราบว่า จะถูกฝ่ายค้านอภิปรายเรื่องอะไร แต่พร้อมชี้แจงเสมอ เพราะเป็นนักการเมือง ต้องพร้อมชี้แจง เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม้ไว้วางใจเรื่องธุรกิจส่วนตัว โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียในบริษัทชิโนไทย ที่เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ นายชวรัตน์ กล่าวว่า ธุรกิจส่วนตัวผมไม่มีแล้วในขณะนี้ แต่ถ้ามีการอภิปรายผมในเรื่องดังกล่าวจริง ผมก็มั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ เพราะคงเป็นเรื่องที่เขาเข้าใจผิด และไม่ได้หนักใจอะไร

วิปรบ.จี้สามารถทบทวนบทบาท

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการย้ายสถานที่ประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบาย ว่า จากการตรวจสอบบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุมสภา ไม่พบว่าการผิดแต่อย่างใด ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามย้ายสถานที่ประชุม รวมทั้ง ยังเป็นอำนาจของนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ที่สามารถเลื่อนและเปลี่ยนสถานที่ประชุม ทั้งนี้ ต้องชื่นชมการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภา ที่สามารถควบคุมการทำงานของรัฐสภา ทำให้การแถลงนโยบายสำเร็จและคณะรัฐมนตรีสามารถบริหารงานได้

ผมอยากให้นายสามารถ กลับไปทบทวนบทบาทของตัวเอง เพราะการแสดงท่าทีเช่นนี้ เหมือนนายสามารถ กำลังเลือกข้าง ทั้งที่ก็ยังอยู่ในตำแหน่งรองประธานสภา ที่จะต้องมีความเป็นการทางการเมือง ไม่เช่นนั้นผมก็อยากให้พิจารณาตัวเอง เพราะตามหลักกฎหมาย โดยทั่วไปให้ถือเอาองค์ประชุมเป็นสาระสำคัญ ไม่ใช่เรื่องสถานที่ เช่นเดียวกับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่สามารถออกมติ ครม.เพื่อบริหารประเทศได้ นายชินวรณ์ กล่าว

ซัดอภิปรายนอกสภาเพื่อล้างแค้น

นายชินวรณ์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมเปิดเวทีอภิปรายนโยบายรัฐบาลนอกสภา ว่า แปลกใจท่าทีที่ขัดกันของนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้านที่เคยเรียกร้องให้รัฐบาลแถลงนโยบายที่รัฐสภา แต่กลับจัดกิจกรรมนอกสภาเสียเอง อยากถามว่าทำไมไม่ยึดกรอบการทำงานของรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบโดยการตั้งกระทู้ถามสด หรือไม่ก็ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น การกระทำของฝ่ายค้านน่าจะมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง เป็นการทำงานเพื่อเสนอประโยชน์คนๆ หนึ่ง และเพื่อล้างแค้นทางการเมืองแน่นอน

วิปรัฐบาลจะนัดพรรคร่วมรัฐบาลประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 8 มกราคมนี้ เพื่อวางแนวทางการทำงานของวิป 3 ฝ่าย โดยจะขอความร่วมมือจากสมาชิกพรรคร่วม และส.ว.ให้ช่วยทำความเข้าใจเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ และการย้ายสถานที่การแถลงนโยบายด้วยนายชินวรณ์ กล่าว

พท.ดักคอสังคมจับตาศาลรธน.

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการย้ายสถานที่ประชุมรัฐสภา เพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบาย ว่าภายใน 1-2 วันนี้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยจะมีการหารือกันเพื่อหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากข้อบังคับการประชุมรัฐสภาไม่ได้ระบุสภาพบังคับอย่างชัดเจนว่า ถ้าไม่มีการปฎิบัติตามข้อบังคับผลที่ตามมาจะเป็นเช่นใด และการแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ จะเป็นโมฆะหรือไม่ สำหรับข้อกังขาความเป็นกลางของตุลาการรัฐธรรมนูญนั้นเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะต้องตัดสินไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งหากผลออกมาเป็นอย่างไรสังคมจะสามารถตัดสินได้

นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับการอภิปรายนโยบายรัฐบาลนอกรัฐสภาของพรรคฝ่ายค้านที่จะมีขึ้นที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์นั้น ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้แจ้งความจำนงไว้ก่อนที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายจำนวนกว่า60 คน และเตรียมข้อมูลไว้พร้อมแล้ว เพียงแต่การอภิปรายจะต้องระมัดระวังไม่ให้เข้าข่ายการหมิ่นประมาทผู้อื่น เพราะการอภิปรายภายนอกสภาจะมีปัญหาเรื่องการคุ้มครองเอกสิทธิ์ของส.ส.ด้วย

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด