DSI บุกค้น 4จุด กทม. หาขบวนการนำเข้ารถหรูเถื่อน
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/sh/0/di/no-thumbnail-image.jpgDSI บุกค้น 4จุด กทม. หาขบวนการนำเข้ารถหรูเถื่อน

DSI บุกค้น 4จุด กทม. หาขบวนการนำเข้ารถหรูเถื่อน

แชร์เรื่องนี้

ดีเอสไอ บุกตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด ใน กทม. คาด มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนำเข้ารถยนต์ผิดกฎหมาย โดยค้นโรงงานประกอบรถในนิคมฯลาดกระบัง พบเบนซ์ต้องสงสัย 2 คัน ด้าน ธาริต เตรียมถก 6 ฝ่ายสางคดีรถหรู

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกประชุมชุดปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนนำกำลังบุกเข้าตรวจค้นจุดเป้าหมาย 4 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนำเข้ารถยนต์สำแดงเท็จและเหตุไฟไหม้รถหรู 6 คัน มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท บนถนนมิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดย พ.ต.ท.กรวัชร์ เปิดเผยว่า 4 จุดเป้าหมายที่ดีเอสไอ จะเข้าตรวจค้นนั้น เกี่ยวข้องกับ รถลัมโบร์กีนี สีขาว ที่เกิดเหตุไฟไหม้ ประกอบด้วย บริษัทเจเอ็มดับบิว ย่านลำปลาทิว บริษัททีเอเอ็นเอ็กซ์เพลส ย่านลำปลาทิว บริษัทพอใจออโต้คลาส ย่านโชคชัย 4 และบ้านผู้ต้องสงสัย ย่านลำผักชี ซึ่งจะทำการตรวจค้นหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า และประกอบรถยนต์คันดังกล่าว รวมไปถึงตรวจดูว่า บริษัทต่าง ๆ นี้ มีการจดทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.กรวัชร์ ได้กำชับให้ชุดปฏิบัติการตรวจหาหลักฐานอย่างละเอียด และเก็บรวบรวมไว้ จากนั้นจะมีการประชุมสรุปผลการปฏิบัติอีกครั้งช่วงสายวันนี้

 

ดีเอสไอบุกค้นบ้านผู้บริหารนำเข้ารถหรูไฟไหม้

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 58/249 หมู่ 3 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กทม. ซึ่งเป็นของ นางพรพิมล เคหะฐาน กรรมการผู้จัดการบริษัท ธรรมะมอเตอร์ริช จำกัด หลังพบหลักฐานว่า บริษัทดังกล่าวอาจมีส่วนในการนำเข้าและจดประกอบรถลัมโบร์กีนี สีขาว ที่ถูกเพลิงไหม้ พร้อมรถหรู 6 คัน มูลค่า 100 ล้านบาท บนถนนมิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา

ขณะจากตรวจค้นเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบเอกสารบางส่วน ซึ่งจะรวบรวมเพื่อนำไปตรวจสอบอีกครั้ง ว่ามีความ
เชื่อมโยงกับการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่

 

ทั้งนี้ บริษัท ธรรมะมอเตอร์ริช จำกัด นั้น จะมีการนำเข้าชิ้นส่วนโครงรถยนต์ มาจากบริษัท เจเอ็มดับบิว มอเตอร์ส จำกัด ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ จากบริษัท ที.เอ.เอ็น. เอ็กซ์เพรส จำกัด และชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ จากบริษัท พอใจออโต้พลาส จำกัด จากนั้นนำมาประกอบเป็นคัน ก่อนนำไปจดทะเบียนกับกรมสรรพสามิต เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่า บริษัท ธรรมะมอเตอร์ริช จำกัด มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจดประกอบรถหรูโดยผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เจ้าหน้าที่มาถึง ก็ได้ทำการประสาน นางพรพิมล เพื่อขอเข้าตรวจค้น ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำการบันทึกภาพแต่อย่างใด

 

ธาริต นัดถก 6 ฝ่าย คลี่คดีรถหรู

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันนี้เวลา 09.00 น. ได้นัดหมายประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคดีเลี่ยงภาษีรถหรูนำเข้า รวมทั้งคดีไฟไหม้รถหรูทั้ง 6 คัน ที่ อ.กลางดง จ.นครราชสีมา ด้วย ซึ่งหน่วยงานที่ดีเอสไอ เชิญมาหารือ คือดีเอสไอ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานมาตรฐานอุตุสาหกรรม (สมอ.) โดยเนื้อหาในการประชุมคือ การทำความจริงให้ปรากฏในเรื่องการเลี่ยงภาษีรถหรูนำเข้าทั้งระบบ หรือเรียกว่าเป็นการประชุมเพื่อรื้อระบบภาษีรถหรูใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ หรือสวมตัวถังเพื่อเลี่ยงภาษีต่อไป

นอกจากนี้ อธิบดีดีเอสไอ ยังกล่าวอีกว่า คดีนี้ ดีเอสไอมีเพียงคดีเดียว แต่ได้รวมเอาคดีเลี่ยงภาษีรถหรูกว่า 5,834 คัน ที่ทำก่อนหน้านี้ กับรถหรูที่ถูกไฟไหม้อีก 6 คัน ไว้ด้วยกัน ตามหมายเลขคดีที่ 111/2556 เรียบร้อยแล้ว และในวันนี้เวลา 05.00 น. ทางพนักงานสอบสวนในคดีนี้จะไปตรวจค้นแหล่งเก็บรถหรูต้องสงสัยรวม 4 จุด ในพื้นที่ กทม. อีกด้วย

 

ค้นโรงงานนิคมลาดกระบัง พบเบนซ์ประกอบผิด กม. 2 คัน

พ.ต.ท.วิจิตร์ ชาติกิจเจริญ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำกำลังเข้าตรวจค้นบริษัท เจ เอ็ม ดับบลิว มอเตอร์ส จำกัด ภายในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ซึ่งเป็นเป้าหมายอีก 1 จุด ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับรถลัมโบร์กีนีไฟไหม้ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยเบื้องต้น จากการตรวจค้นภายในโรงงาน พบรถต้องสงสัย ยี่ห้อเบนซ์ รุ่นอี 250 ซึ่งประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว จำนวน 2 คัน ซากรถและอะไหล่จำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประสาน สน.ฉลองกรุง เพื่อทำอายัดไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของโรงงาน และพบเพียงแรงงานต่างด้าว 1 คน ที่ทำหน้าที่เฝ้าโรงงานเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการประสานเจ้าของ เพื่อให้นำหลักฐานของรถเบนซ์ 2 คัน มาชี้แจงที่มาต่อไป

ขณะที่ นางพรพิมล เคหะฐาน กรรมการผู้จัดการบริษัท ธรรมะมอเตอร์ริช จำกัด ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบรถลัมโบร์กีนีที่ถูกไฟไหม้ พร้อมกล่าวว่า มีผู้นำชิ้นส่วนรถดังกล่าวมาให้จดประกอบจริง แต่ทางบริษัทได้ปฏิเสธ เนื่องจากไม่มีความพร้อมด้านเครื่องมือ และรับจดประกอบเฉพาะรถขนาดเล็กเท่านั้น อาทิ นิสสัน Cube เป็นต้น รวมไปถึงยังระบุด้วยว่า ในประเทศไทยไม่มีบริษัทใดสามารถจดประกอบรถลัมโบร์กีนีคันดังกล่าวได้

 

เจ้าของบริษัทรถหรู อ้าง ไม่มีศักยภาพจดรถซูเปอร์คาร์

นางพรพิมล เคหะฐาน กรรมการผู้จัดการบริษัทธรรมะ มอเตอร์ริช จำกัด นำเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เข้าตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ บริษัทธรรมะ มอเตอร์ริช จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง โดยระบุว่า บริษัทดังกล่าวเป็นสถานที่รับจดทะเบียนรถยนต์ พร้อมยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มี นายเป้ ที่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว นำเอกสารรถลัมโบร์กินี สีขาว ที่ถูกไฟไหม้ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มายื่นให้บริษัทธรรมะ มอเตอร์ริช ทำการจดทะเบียน แต่เมื่อทำการตรวจสอบเอกสารแล้ว ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเครื่องมือไม่พร้อม และไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะจดทะเบียนรถซูเปอร์คาร์ ทางบริษัทจึงได้ส่งเอกสารคืนไป ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นางพรพิมล ยังกล่าวด้วยว่า ทางบริษัทจะรับจดทะเบียนเฉพาะรถขนาดเล็ก เช่น นิสสัน คิวบ์ , โฟล์ค และแลนด์โรเวอร์ เท่านั้น โดยขั้นตอนการจดประกอบ จะนำอะไหล่จาก 3 บริษัท ประกอบด้วย เจ เอ็ม ดับบลิว มอเตอร์ส , ที.เอ.เอ็น. เอ็กซ์เพรส  และพอใจ ออโต้พาร์ท จำกัด มาทำการจดประกอบ ก่อนส่งเรื่องไปยัง กรมสรรพสามิต เพื่อเสียภาษี

โดยหลังจากนี้ จะนำเอกสารเกี่ยวกับรถลัมโบร์กินี ที่ถูกไฟไหม้ ซึ่งเคยมีผู้มายื่นขอจดประกอบไปชี้แจงกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ต่อไป

 

DSI ถกหน่วยงานป้องกันรถจดประกอบผิดกม.

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประชุมร่วมกับ กรมสรรพสามิต, กรมการขนส่งทางบก, กรมศุลกากร, สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อหารือแนวทางและนโยบายในการป้องกันและปราบปรามรถจดประกอบ ซึ่งการประชุมดังกล่าว เป็นทำงานแบบบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

ขณะที่ การเข้าตรวจค้น 4 จุด ประกอบด้วย บ้านพักของ นางพรพิมล เคหะฐาน กรรมการผู้จัดการบริษัท ธรรมมะมอเตอร์ริช จำกัด ในหมู่บ้านซื่อตรง ย่านลำผักชี, บริษัทธรรมมะมอเตอร์ริช และบริษัท เจ เอ็ม ดับบลิว มอเตอร์ส จำกัด ภายในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง และบริษัทพอใจ ออโต้พลาส ตั้งอยู่บริเวณแยกโชคชัย 4

เบื้องต้น พบรถยนต์ยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ต้องสงสัย 2 คัน ซึ่งเป็นรถที่ประกอบเรียบร้อยแล้ว รวมถึงซากรถยนต์และอะไหล่รถยนต์จำนวนมาก ภายในบริษัท เจ เอ็ม ดับบลิว มอเตอร์ส จำกัด ซึ่งจะทำการตรวจยึดทั้งหมด เพื่อนำมาตรวจสอบต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายธาริต ระบุว่า จะใช้เวลาในการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที และจะแถลงข่าวความชัดเจนเรื่องผลการประชุมอีกครั้ง รวมถึง ผลการเข้าตรวจค้นทั้ง 4 จุด อย่างเป็นทางการ ในเวลา 11.00 น.

 

6หน่วยงานแบ่งทีมตรวจรถหรูจดประกอบ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วม 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมสรรพสามิต , กรมการขนส่งทางบก , กรมศุลกากร , สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. เพื่อหารือแนวทางและนโยบายในการป้องกันและปราบปรามรถจดประกอบ ว่า จะมีการตั้งวอร์รูม โดยมี รองอธิบดีของ 6 หน่วยงาน มาเป็นคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบการจดทะเบียนรถจดประกอบ และการเสียภาษี จำนวนกว่า 10,000 คัน โดยแบ่งเป็นรถที่จดประกอบแล้ว 6,862 คัน และรถที่รอการจดทะเบียนและเข้าข่ายต้องสงสัย กว่า 3,000 คัน ที่ยื่นขอจดทะเบียน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2553 ถึง 31 พฤษภาคม 2556  ซึ่งการทำงานจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มรถนำเข้าที่มีราคา ตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งในกลุ่มนี้จะทำการจำแนกและเรียกผู้ครอบครองให้นำรถมาตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ สมอ. เป็นผู้ดำเนินการ และ 2.กลุ่มรถที่อยู่ระหว่างการยื่นจดทะเบียนต่อกรมสรรพสามิต เพื่อเสียภาษี  โดยกลุ่มนี้จะตรวจสอบว่า ใครเป็นผู้ยื่นและผู้รับยื่น จากนั้นจะเรียกมาชี้แจงต่อไป

ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ฐานความผิดที่ชัดเจน โดยจะแยกเป็นส่วนของผู้ประกอบการ วิศวกรควบคุมการประกอบ วิศวกรควบคุมการติดตั้งแก๊ส และผู้ครอบครองปลายทาง ซึ่งจะมีความชัดเจนในวันจันทร์นี้