ล้อมคอกเด็กออกกลางคันพุ่ง

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลัง การประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการดำเนินงานที่ สพฐ. ร่วมกับ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ สำรวจจำนวนเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันในพื้นที่ 25 อำเภอตามเขตชายแดน ที่มีอัตราเด็กตกหล่นและออกกลางคันสูง ประกอบด้วย ภาคเหนือ 6 อำเภอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 อำเภอ ภาคกลาง 4 อำเภอ และภาคใต้ 10 อำเภอ พบว่า มีเด็กที่ตกหล่นไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 831 คน เด็กที่ออกจากการเรียนกลางคัน 1,955 คน และ อีก 74 คน ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ซึ่งจังหวัดที่มีเด็กออกกลางคันมากที่สุด คือ อ.เมือง จ.นราธิวาส มี 460 คน ส่วนจังหวัดที่มีเด็กตกหล่นมากที่สุด คือ อ.เมือง จ.ยะลา มี 224 คน และเมื่อจำแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ระดับประถมศึกษามีเด็กออกกลางคันมากที่สุด 1,175 คน โดยเป็น ชั้น ป.6 มากที่สุด 876 คน

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า ผลการสำรวจยังพบว่า สาเหตุสำคัญที่สุดที่เด็กไม่ยอมมาเรียนหนังสือ คือ ต้องช่วยครอบครัวทำมาหากิน หากไปเรียนหนังสือก็ขาดรายได้ ส่วนความช่วยเหลือต้องการให้มีการจัดทุนการศึกษาเข้าไปมากที่สุด ซึ่งหลังจากนี้ สพฐ.จะนำข้อมูลไปให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการช่วยเหลือต่อไป ขณะเดียวกันจะมีการขยายผลการดำเนินงานไปยังพื้นที่ที่มีอัตราการออกกลางคัน และเด็กตกหล่นสูงในอีก 20-30 จังหวัดด้วย

คุณหญิงกษมา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลเด็กออกกลางคันทั่วประเทศล่าสุดเมื่อปีการศึกษา 2550 พบว่า ระดับประถมศึกษา 36,000 คน คิดเป็น 0.88% ม.ต้น 52,001 คน คิดเป็น 2.25% และม.ปลาย 22,422 คน คิดเป็น 2.33% ขณะที่ปีการศึกษา 2551 ประมาณการว่าจะมีเด็กออกกลางคันทั่วประเทศทุกระดับ ประมาณ 8.8% ของนักเรียนในการศึกษาภาคบังคับทั้งหมด ซึ่งตนจะนำปัญหาดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ในเดือน ก.พ.นี้ ด้วย.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!