หวั่นเกษตรกรสูญพันธุ์-ธ.ก.ส.ปั้นรุ่นใหม่

นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการรักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่าภาคเกษตรกรรมของไทยกำลังประสบปัญหาในหลายๆ ด้านทั้งในเรื่องกระบวนการผลิต วิกฤตราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ภาวะการแข่งขันในตลาดโลก และเหนือสิ่งอื่นใดคือปัญหาแรงงานในภาคเกษตร กรรมลดลงและขาดคุณภาพ สาเหตุเนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีอายุมากขึ้น ขณะที่ลูกหลานไม่สนใจที่จะทำอาชีพเกษตรสืบทอดต่อจากพ่อแม่ มีการขายที่ดินทำกินมาเป็นแรงงานรับจ้างในภาคอื่นๆ จนเกิดปัญหาต่อเนื่องมากมาย

ดังนั้นเพื่อให้ภาคเกษตรกรรมของไทยมีการพัฒนาอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน จำเป็นต้องเริ่มที่คนโดยเฉพาะเยาวชนที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ

นายเอ็นนูกล่าวอีกว่า โครงการอนุชนชาวนาไทย เป็นอีกโครงการหนึ่งที่มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และธ.ก.ส. จัดทำขึ้นเพื่อจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ หันมาตระหนักถึงคุณค่าของอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเติมความรู้เพื่อร่วมพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดให้กับประเทศต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเข้าค่ายอบรมการสัมผัสวิถีชีวิตของชาวนาในชนบท การส่งผู้แทนอนุชนไปดูงานต่างประเทศ โดยเริ่มต้นที่ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ที่มีวิถีการผลิตคล้ายคลึงกับประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตามองคือ ทำไมเวียดนามจึงสามารถพัฒนาศักยภาพการผลิตโดยเฉพาะเรื่องข้าวอย่างก้าวกระโดดจนกลายเป็นคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญของไทย ซึ่งการดูงานของผู้แทนอนุชนชาวนาไทยที่เวียดนาม ระหว่างวันที่ 5-13 ม.ค.52 รวม 9 วัน คาดว่าจะสร้างองค์ความรู้ที่ดีให้กับเยาวชนไทย และนำมาปรับใช้กับการพัฒนาในประเทศไทยต่อไป

สำหรับนโยบายของธ.ก.ส. ในการสร้างเกษตรกรพันธุ์ใหม่เพื่อทดแทนเกษตรกรที่มีอายุมากขึ้นนั้น นอกจากความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ แล้ว ธ.ก.ส. ได้ร่วมมือกับศูนย์เรียนรู้ปราชญ์ชาวบ้านที่มีอยู่กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ จัดฝึกอบรมให้กับเยาวชนซึ่งเป็นลูกหลานเกษตรกร ได้เรียนรู้ถึงวิธีการทำการเกษตรที่ยั่งยืนการลดต้นทุนการผลิต การวางแผนการผลิต การทำบัญชีฟาร์ม เพื่อเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงในการทำอาชีพเกษตรกรรมและสนับสนุนเงินทุนเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพต่อไป