สาวใจเด็ด! ซิ่งจยย.ชนโจ๋วิ่งราวทรัพย์

สาวใจเด็ด! ซิ่งจยย.ชนโจ๋วิ่งราวทรัพย์
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

โจ๋ดวงซวยริเป็นโจร ซิ่งจยย.กระชากกระเป๋าเหยื่อ เจอสาวใจเด็ดขี่ไล่ชนจนพลิกคว่ำ ชาวบ้านช่วยรวบตัวส่งตำรวจ

(7 มี.ค.) สน.บางมดแถลงข่าวจับกุมตัว นายกฤษดา ฤทธิ์เรือง อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ อาวุธมีดปอกผลไม้ ยาว 10 นิ้ว 1 เล่ม เงินสด 500 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และกระเป๋าสะพาย 1 ใบ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่โค้งวัดบางขุนเทียนนอก ถนนพระราม 2 ซอย 28 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม.

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 05.30 น.ที่ผ่านมาขณะที่ผู้เสียหายคือ น.ส.สุภาพร ปรีชาพูด อายุ 19 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายโภชนาการ รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ ออกจากบ้านพักย่านวุฒากาศ เพื่อไปเข้าเวรที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าเมื่อขี่รถแล่นผ่านมาถึงโค้งวัดบางขุนเทียนนอก นายกฤษดา ผู้ต้องหาได้รีบเร่งเครื่องขับขี่มาประกบจากทางด้านซ้าย ก่อนลงมือกระชากกระเป๋าสะพายซึ่งแขวนพาดไว้ที่หัวไหล่ไป ทำให้ น.ส.สุภาพร ตกใจจึงเร่งเครื่องตามชนรถคนร้าย กระทั่งเฉี่ยวกันจนพลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บทั้งคู่

จากนั้นนายกฤษดา พยายามยกรถขึ้นหวังจะสตาร์ทเครื่องหลบหนี แต่รถสตาร์ทไม่ติดทำให้ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยกันล้อมจับเอาไว้ได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปรับตัว ส่วน น.ส.สุภาพร ถูกนำตัวส่ง รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเคล็ดขัดยอกและฟกช้ำบริเวณสะโพกเล็กน้อย ก่อนเดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนที่ สน.บางมด

สอบสวนนายกฤษดา ให้การรับสารภาพว่า ปีที่แล้วเคยก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์ วิ่งราวกระเป๋าเหยื่อสาวมาแล้ว 2 ครั้ง โดยนำเงินไปใช้จ่ายประจำวั นและซื้อยาบ้าเสพ ที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจจับกุมข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อเสพรวม 3 ครั้ง ส่วนอาวุธมีดที่พกพามาด้วยนั้น หวังจะนำมาใช้ข่มขู่ผู้เสียหายเฉยๆ ไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ครั้งนี้ตัดสินใจลงมือเพราะต้องการเงินพาภรรยาที่เพิ่งตั้งท้องอ่อนๆ ไปหาหมอจากอาการของโรคสะเก็ดเงินตนเกรงว่าโรคจะลามไปติดลูกในท้อง

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่ายังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากเคยตระเวนก่อเหตุมาหลายท้องที่ โดย 2 ครั้งที่ผ่านมาอ้างว่าใช้รถจักรยานยนต์ของตัวเองไปก่อเหตุ แต่จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ส่วนครั้งนี้รถจักรยานยนต์ของกลางที่นำมาก่อเหตุ อ้างว่าเป็นของภรรยายืมเอามาใช้ ซึ่งจะต้องตรวจสอบประวัติรถทั้ง 2 คันอีกครั้ง แต่ในเบื้องต้นได้ทำการกระจายข่าวถึงทุกโรงพัก ให้แจ้งผู้เสียหายที่เคยถูกก่อเหตุในลักษณะนี้ ให้เดินทางมาดูตัวคนร้ายเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแล้ว