ตร.เผยสำนวนแฝดชกวรเจตน์เสร็จแล้วส่งศาล12มี.ค.

ตร.เผยสำนวนแฝดชกวรเจตน์เสร็จแล้วส่งศาล12มี.ค.
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ สว.สส.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า คดีสองพี่น้องฝาแฝด นายสุพจน์ ศิลารัตนายุ 30 ปี และ นายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี ชกหน้า นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำคณะนิติราษฎร์ โดยสำหรับคดีดังกล่าว ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ผลพิมพ์ลายนิ้วมือ และผลของแพทย์เรียบร้อยแล้ว จึงได้นำมารวมในสำนวน ก่อนจะนัดผู้ต้องหามาพบเพื่อส่งฟ้องอัยการ ถือว่าได้ผลมาเร็วกว่ากำหนด แต่เนื่องจากทราบว่าทางผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไม่อยู่ในประเทศไทย แต่เดินทางไปต่างประเทศ ตามที่สื่อมวลชนระบุ ดังนั้นจึงต้องรอนัดหมายตามกำหนดเวลาเดิม คือวันที่ 12 มี.ค. 2555 โดยในวันดังกล่าว จะนำตัวทั้ง 2 ส่งฟ้องศาล ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 1 กระทง ทันที เพราะสำนวนคดีนี้เรียบร้อยหมดแล้ว  ปทุมฯสั่งสอบใบป.4 ครอบครองอาวุธปืนนายสมศักดิ์ พัวพันธ์ นายอำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้เปิดเผยว่าจากกรณี นายสุพจน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี และ นายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี สองพี่น้องฝาแฝด พักอยู่หมู่บ้านแพรมาพรเพลส บ้านเลขที่ 12/382 ซอย 29 หมู่ 4 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทั้ง นายสุพจน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี และ นายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี สองพี่น้องฝาแฝด มีใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนใบ ป.4 ทั้งสองคน โดย นายสุพจน์ มีอาวุธปืนขนาด .45 และมีใบ ป.4 เลขที่ 412/2553 อนุญาตวันที่ 17 พ.ย. 2553 ส่วน นายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ มีอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. มีใบ ป.4 เลขที่ 105/2553 อนุญาตวันที่ 9 ม.ค. 2553 ซึ่งหลังจากที่หนังสือจากกระทรวงมหาดไทย มาถึง ก็จะเร่งดำเนินการตรวจสอบ แต่ก็จะต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งเรื่องการตัดสินคดีของทั้งสองฝาแฝดมาก่อน ว่าคดีเป็นอย่างไร จึงจะได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าทั้งสองพี่น้องฝาแฝดนั้น มีความผิดต่อข้อกฎหมายมาตรา 65 มาตรา 66 และมาตรา 13 หรือไม่ จึงจะสามารถดำเนินการต่อได้  "รอง ผบก.น.1เผย เพิ่มโทษแฝดผู้พี่ ชก"พ.ต.อ.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล รอง ผบก.น.1 เปิดเผยความคืบหน้าคดี นายสุพจน์ และ นายสุพัฒน์ ศิลารัตน์ อายุ 30 ปี สองพี่น้องฝาแฝด ทำร้ายร่างกาย นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากไม่พอใจที่ นายวรเจตน์ เข้าไปเป็นแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ และเคลื่อนไหวการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ในส่วนของ นายสุพจน์ แฝดผู้พี่ ซึ่งครอบครองอาวุธปืนนั้น สามารถเพิ่มโทษได้ เนื่องจากมีคดีอาวุธปืนผิดมือ ที่ สน.ดอนเมือง และอยู่ระหว่างรอลงอาญา 2 ปี อยู่ในเงื่อนไขเพิ่มโทษได้ ส่วน นายสุพัฒน์ แฝดคนน้องนั้น ได้รับการจำคุกมาก่อนหน้านี้ และจากการตรวจสอบได้เลยระยะเวลาเพิ่มโทษแล้ว พร้อมระบุในระหว่างนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ เนื่องจากยังไม่ได้มีการอายัดตัว เพราะการอายัดต้องมีหมายจับเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ในวันที่ 12 มีนาคมนี้ ทางพนักงานสอบสวน ได้เชิญผู้ต้องหามาพบเพื่อนำตัวส่งฟ้องศาล หากไม่มาก็ต้องทำเรื่องชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร โดยไม่อนุญาตให้ชี้แจงด้วยคำพูดหรือถ้อยคำ  

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!