ฆ่าเปลือย! บุกรัดคอ เศรษฐินีคนดัง เมืองจันทบุรี

ฆ่าเปลือย! บุกรัดคอ เศรษฐินีคนดัง เมืองจันทบุรี
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เศรษฐีนีเจ้าของโรงเชือดหมู อดีตเมีย ส.ท. ถูกสายไฟฟ้ารัดคอตายคาบ้าน ท่อนล่างเปลือยเปล่า ตร.มุ่งปมฆ่าข่มขืน และลูกจ้างเขมรแค้นที่ถูกผู้ตายต่อว่า

(3 มี.ค.) วานนี้ (2 มี.ค.) สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี รับแจ้งเหตุฆาตกรรมในบ้านเลขที่ 151 / 24 หมู่ 1 ต.ปะตง อ.สอยดาว จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ภายในห้องรับแขกพบศพ นางจิตตรี สุรภัทรการกิจ อายุ 47 ปี นอนเสียชีวิตบนเตียงไม้ สวมเสื้อเพียงตัวเดียว ท่อนล่างเปลือย ที่ใบหน้ามีหมอนปิดทับคล้ายถูกกด บริเวณลำคอพบสายไฟฟ้าสีดำรัดจนแน่น แขนและขาทั้ง 2 ข้างมีรอยฟกช้ำคล้ายถูกทุบ และกดอย่างรุนแรง บริเวณอวัยวะเพศไม่พบร่องรอยการถูกข่มขืน คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง นอกจากนี้ภายในห้องยังพบร่องรอยถูกรื้อค้นจนข้าวของกระจัดกระจาย

จากการตรวจสอบทรัพย์สินพบว่าสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ที่คอผู้ตายยังอยู่ แต่รถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ของผู้ตายหายไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าไปจอดอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร 

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นเจ้าของโรงเชือดหมูและเจ้าของเขียงหมูในตลาดนัดหลายแห่งใน อ.สอยดาว มีฐานะอยู่ในขั้นเศรษฐินี เป็นที่รู้จักกว้างขวางในชื่อเจ๊กี และเป็นอดีตภรรยา นายสมจิต สุรภัทรการกิจ อายุ 48 ปี อดีตสมาชิกสภาเทศบาลตำบลทรายขาว อ.สอยดาว มีลูกด้วยกัน 3 คน แต่ลูกทั้งหมดเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ผู้ตายเป็นแม่หม้ายอาศัยอยู่เพียงลำพัง ก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 1 มี.ค.เจ๊กีไปร่วมงานศพเพื่อนบ้าน กระทั่งช่วงเช้าหลานชายที่พักอยู่โรงเชือดสุกร ห่างบ้านพักไม่ไกลนัก มาร้องเรียกหน้าประตูรั้วบ้านหลายครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบ จึงเกิดเอะใจให้เพื่อนบ้านช่วยงัดกุญแจประตูเข้าไป จึงพบว่านางจิตตรีเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานการเสียชีวิต 2 ประเด็น  คือถูกคนร้ายซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 2 คน พยายามข่มขืน แต่ผู้ตายต่อสู้จึงถูกฆ่าด้วยการใช้สายไฟฟ้ารัดคอ อีก 1 ประเด็นของการเสียชีวิต มีสาเหตุมาจากถูกฆ่าเพราะความโกรธแค้น เนื่องจากผู้ตายเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจาโผงผางไม่กลัวใคร ก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยต่อว่าคนงานชาวกัมพูชา 2 คน ที่ผู้ตายว่าจ้างไว้ช่วยงานอย่างรุนแรง จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้ลูกจ้างชาวกัมพูชาไม่พอใจ และลงมือฆ่าผู้ตายก็ได้ ซึ่งตำรวจจะสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป