รมว.กห.เผยมาเลย์ยินดีส่งตัวมาซูดมือบึ้ม3จุดกทม.

รมว.กห.เผยมาเลย์ยินดีส่งตัวมาซูดมือบึ้ม3จุดกทม.
INN News

สนับสนุนเนื้อหา


พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวกับ ไอ.เอ็น.เอ็น.ผ่าน รายการ เปิดข่าวเด่นเจาะประเด็นดัง ทางคลื่น FM 102.75 MHz ว่า การเดินทางร่วมคณะกับนายกรัฐมนตรี ไปเยือนมาเลเซียวานนี้ ได้หารือกันหลายเรื่อง รวมถึงกรณีการขอตัว นายมาซูด เซดากัต ซาเดห์ ผู้ต้องหาในคดีระเบิด 3 จุด ที่ได้หารือกัน ซึ่งตามกฎหมายมาเลเซียก็ยินดี ที่ให้ทำเรื่องส่งหนังสือมา และดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมยังมีการหารือกันทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และปัญหาชายแดนภาคใต้ พล.อ.อ.สุกำพล ยังยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้สั่งตั้งวอร์รูม เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลในการทำงาน  ผบ.ตร.สั่งเด็ดขาดห้ามตร.ให้ข่าวบึ้มกทม.-ผบช.ส.ล่าคนไทยร่วม พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รักษาราชการแทน ผู้บังคับการกองสารนิเทศ (ผบก.สท.) ในฐานะโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีวิทยุในราชการ ด่วนที่สุด ถึง ผบช.-ผบก. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ระบุว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้กองสารนิเทศ แจ้งผู้รับปฏิบัติและตำรวจในสังกัดทุกนาย งดเว้นการให้ข่าวกรณีเหตุระเบิด ที่ถนนสุขุมวิท ซอย 71 โดยวิทยุสั่งการระบุว่า "ด้วยขณะนี้สื่อมวลชนและประชาชนกำลังให้ความสนใจติดตามคดีระเบิด ที่ถนนสุขุมวิท 71 ซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ และอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมิให้เกิดความสับสนและส่งผลกระทบต่อรูปคดี รวมถึงการรักษาความปลอดภัย งานด้านความมั่นคง ตลอดจนความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ผบ.ตร. จึงสั่งการให้กองสารนิเทศ แจ้งผู้รับปฏิบัติและข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกนาย งดเว้นการให้ข่าว แถลงข่าว สัมภาษณ์ หรือแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน หรือบุคคลอื่น กรณีที่เกี่ยวข้องกับระเบิดดังกล่าว ให้ถือคำสั่งตามแนวทางการให้ข่าวของตำรวจ ตามคำสั่งตำรวจที่ 855/2548 ด้วย ทั้งนี้ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ผู้ที่จะให้ข่าวได้ นอกเหนือจาก ผบ.ตร. คือผู้บังคับบัญชาระดับสูง ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง อาทิ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ที่เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน หรือผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่เกี่ยวข้องโดยตรง ด้าน พล.ต.ท.ธนากร ศิริอัฐ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) เปิดเผย สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีคำสั่งไม่ให้สันติบาล ให้ข่าวเรื่องสถานการณ์ก่อการร้ายในประเทศไทย เด็ดขาด เพราะเรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก แต่อย่างไรก็ตาม ทางการข่าวของสันติบาล ก็ยังคงเฝ้าระวังจุดเสี่ยง และบุคคลต่อไปอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่า ขบวนการที่จะก่อเหตุร้ายในเมืองไทยกลุ่มนี้ ได้ถูกสกัดกั้นหมดทุกทางแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรมากกว่านี้ ด้าน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะ คณะพนักงานสอบสวน กล่าวเสริมว่า การขยายผล ที่มีประเด็นว่า อาจมีคนไทยรู้เห็นเป็นใจ ในขบวนการนี้นั้น ถือว่า เรื่องนี้มีมูล และทางพนักงานสอบสวน ได้เดินทางสืบสวนสวนหาตัวคนไทยดังกล่าวแล้ว อนึ่ง ในวันนี้เวลาประมาณ 08.00 น. ทางพนักงานสอบสวน จะคุมตัว นายฮาซาอิ ผู้ต้องหาในคดี จากกองปราบปราม ไปยัง บช.น. เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง ตร.เผยสติกเกอร์ชี้เป้าสังหารรมว.กห.อิสราเอลความคืบหน้า หลังจากที่มีรายงานข่าวแจ้งอีกว่า พบสติกเกอร์ตัวอักษร SEJEAL จำนวน 27 จุด ตลอดถนนเลียบทางด่วนเพลินจิตฝั่งใต้ มุ่งหน้าโรงแรมเจดับบลิว แมริออท เลี้ยวซ้ายมาถนนสุขุมวิท หน้าอาคารคิวเฮ้าส์ นั้น SEJEAL เป็นภาษาเปอร์เซีย มีความหมายแปลว่า จรวดมิสซาย หรือ ถ้าเป็นภาษาอาหรับ ซึ่งแปลว่า พุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุด โดยเชื่อว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกของกลุ่ม เพื่อเตรียมก่อเหตุ ซึ่งในรายงานข่าวแจ้งว่า นายเอฮุด บารัค รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล มีกำหนดเยือนกรุงเทพฯ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และต้องผ่านจุดเส้นทางที่ติดสติกเกอร์ดังกล่าวติดไว้ โดยคาดว่ากลุ่มผู้ต้องหาชาวอิหร่าน อาจนำสติกเกอร์มาแปะกำหนดจุดลงมือ หรือจุดซุ่มดู เพื่อหวังจะลอบสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล คุมตัว'ฮาซาอิ'ออกกำลังกายก่อนำสอบบช.น. ความเคลื่อนไหวที่กองปราบปราม ซึ่งใช้เป็นสถานที่ควบคุมตัวของ นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี ชาวอิหร่านผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ภายในซอยสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังมีกองกำลังคอมมานโด กองปราบปราม มาดูแลความเรียบร้อย บริเวณห้องควบคุมผู้ต้องขังกองปราบปราม โดยเช้าวันนี้ นายมูฮัมหมัด ตื่นขึ้นมาออกกำลังกายตั้งแต่เช้า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความเรียบร้อย กล่าวว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา นายมูฮัมหมัด นอนหลับเป็นปกติดี และมีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่บ้าง และไม่มีอาการเครียด เหมือนเมื่อวานที่ผ่านมา โดยบรรยากาศที่กองปราบปราม ขณะนี้มีกลุ่มสื่อมวลชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มารอทำข่าวอยู่จำนวนหนึ่ง ส่วนบริเวณทางเข้ากองปราบปราม ล่าสุดในวันนี้มีการนำแผงเหล็กมากั้นไว้ และมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตรารถยนต์ที่เข้า-ออก ซึ่งตามเหตุการณ์ปกติ ไม่เคยมีการตรวจตราในลักษณะนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้ ตำรวจ 191 จะเดินทางมานำตัว นายมูฮัมหมัด ไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตร.191คุมตัว'ฮาซาอิ'ไปสอบที่บช.น.แล้ว ตำรวจ 191 เดินทางมายัง ห้องควบคุมตัวผู้ต้องขังกองปราบปราม เพื่อนำตัว นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ ชาวอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุวางระเบิด ภายในซอยสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว โดยมีกำลังคอมมานโดกองปราบปราม ดูแลความเรียบร้อย จนกระทั่งส่ง นายมูฮัมหมัด ไปขึ้นรถสายตรวจของ 191 ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ นายมูฮัมหมัด ได้อาบน้ำทำความสะอาดร่างกายและรับประทานอาหารเช้า โดยสีหน้าของผู้ต้องหายังคงเรียบเฉย  ทางด้าน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผู้บังคับการกองปราบปราม ที่เข้ามาดูแลความเรียบร้อยด้วยตนเองตั้งแต่ช่วงเช้า กล่าวภายหลังร่วมคุมตัว นายมูฮัมหมัด ขึ้นรถสายตรวจ 191 ว่า ตลอดคืนที่ผ่านมา กองปราบปรามได้จัดกำลังดูแลความเรียบร้อยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเหตุการณ์ก็เป็นไปด้วยความปกติ ผู้ต้องหาไม่มีอาการของความเครียด นอนหลับเป็นปกติดี ซึ่งวันนี้ตำรวจ 191 ได้คุมตัว นายมูฮัมหมัด ไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และจะไม่รับกลับมาที่ กองปราบปรามอีกบรรยากาศล่าสุดที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 ได้ควบคุมตัว นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี 1 ในผู้ต้องหาก่อเหตุระเบิด 3 จุด ในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ถนนสุขุมวิท 71 จากกองบังคับการปราบปรามมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม ภายหลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา ผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น และสำหรับกรณีเมื่อวานที่ผ่านมา ทางพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้วิทยุสั่งการให้ตำรวจในสังกัดทุกนาย งดเว้นการให้ข่าวในเรื่องระเบิด 3 จุดนั้น ในวันนี้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็ยังไม่พบเห็นตำรวจนายใด ออกมาให้ข่าวแก่สื่อมวลชน ซึ่งมีเพียง พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ในคดีดังกล่าวเท่านั้น ที่ตอบคำถามสื่อมวลชน ก่อนเข้าร่วมประชุมเพียงว่า จะทำการฝากขังผู้ต้องหา ในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม กองทัพสื่อมวลชนจากหลายสำนัก ก็ยังคงเฝ้าติดตามและเกาะติดความคืบหน้า ในคดีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ปานศิริเค้นฮาซาอิ-สั่งสอบสติกเกอร์ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลัง การประชุมทีมสอบสวนในคดีระเบิด 3 จุด ในบริเวณ ซอยปรีดีพนมยงค์ 31-33 ถนนสุขุมวิท 71 ว่า จากการสอบปากคำ นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี หนึ่งผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุ เมื่อวาน ที่ผ่านมานั้น ผู้ต้องหายังคงให้การภาคเสธ และในขณะนี้ก็ยังไม่มีการตั้งข้อหา หรือออกหมายจับผู้ต้องหารายอื่นๆ ในคดีนี้เพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้จากการสอบปากคำ หากผู้ต้องหาให้การพาดพิงบุคคลอื่น และมีหลักฐานชัดเจน ก็สามารถนำไปสู่การออกหมายจับเพิ่มเติมได้ ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบสติกเกอร์ 52 แผ่น บริเวณถนนดวงพิทักษ์ เลียบทางด่วนเพลินจิตใต้ ที่มีลักษณะคล้ายกับที่ตรวจพบภายในโรงแรมนาซ่าเวกัส ย่านรามคำแหง และรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ สำหรับการประสานขอตัว นายมาซูด เซดากัต ซาเดห์ ผู้ต้องหาที่ถูกทางการมาเลเซียจับกุมได้นั้น ขณะนี้ทราบว่า หนังสือคำร้องและพยานหลักฐานต่างๆ ได้ส่งถึงกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ทั้งนี้ ในวันนี้ภายหลังการสอบปากคำ นายมูฮัมหมัด เสร็จสิ้นก็จะนำกลับไปควบคุมไว้ยังกองบังคับการปราบปรามก่อนจะควบคุมตัวฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มีการกำชับให้พนักงานสอบสวนในคดีนี้นั้น ตรวจสอบพยานหลักฐานเอกสารต่างๆ อย่างละเอียดรอบคอบด้วย โฆษก กต.เผยรับคำร้องอสส.ขอ'มาซูด'แล้ว นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการขอตัว นายมาซูด เซดากัต ซาเดห์ ผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ที่ถูกจับกุมตัวที่ประเทศมาเลเซีย กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ผ่านสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนปี 1911 ระหว่างสยาม - อังกฤษ โดยล่าสุด สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ด้ส่งหนังสือขอตัว นายมาซูด มายังกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ในหลักการของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย จะรีบนำส่งไปยังมาเลเซีย โดยช่องทางทางการทูต ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย แล้ว จึงทำหนังสือพร้อมกับนำเอกสารประกอบการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อขอตัว นายมาซูด ยื่นต่อกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซีย ทั้งนี้ หลังจากนี้คงเป็นกระบวนการภายในของมาเลเซีย ที่คล้ายกับไทย ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย จะนำหนังสือส่งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดของมาเลเซียนายธานี ชี้ว่า ในขั้นตอนการส่งหนังสือขอตัวผู้ร้าย คงใช้เวลาไม่นาน แต่ในกระบวนการพิจารณาของฝ่ายมาเลเซีย อาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ที่ไม่สามารถระบุได้ว่านานเท่าไร ขึ้นอยู่กับระบบยุติธรรมของมาเลเซีย ที่ต้องมีการไต่สวน และรอคำตัดสินของศาลมาเลเซีย คงต้องติดตามกันต่อไป อธิบดีอัยการตปท.เผย ส่งคำร่องขอ มาซูด ให้ กต. แล้วนายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้า กรณีการขอตัว นาย มาซูด เซดากัต ซาเดห์ ชาวอิหร่าน ที่หลบหนีไปจนถูกจับกุมตัวได้ที่ประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ว่า ขณะนี้ คณะทำงาน ประกอบด้วย พนักงานอัยการฝ่ายต่างประเทศ พนักงานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจพยานหลักฐาน เอกสารสำคัญทางคดี การแปลเอกสาร และร่างคำร้องขอตัว นายมาซูด เสร็จเรียบร้อย และส่งให้ นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด ลงนาม และพร้อมกับดำเนินการส่งให้ทางกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาแล้ว หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะดำเนินการทางวิถีการทูต เพื่อส่งเรื่องให้กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ยื่นคำร้องขอให้ศาลมาเลเซีย พิจารณา และมีคำสั่ง ส่งตัว นายมาซูด เป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีต่อไป ซึ่งคณะทำงานมีความมั่นใจในพยานหลักฐานมากพอสมควร อย่างไรก็ตาม หากทางการมาเลเซีย เห็นว่า พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ ต้องการพยานหลักฐานในส่วนใดเพิ่มเติม ก็สามารถแจ้งมาได้ คุมตัว'ฮาซาอิ'ขังที่ป.อีกรอบก่อนฝากขังศาลสำหรับความคืบหน้าล่าสุด ในคดีระเบิด 3 จุด ในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 - 33 ถนนสุขุมวิท 71 นั้น ในวันนี้ ภายหลังจากเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ได้ควบคุมตัว นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาที่รวมก่อเหตุ จากกองบังคับการปราบปราม มาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการนำตัวผู้ต้องหากลับไปควบคุมยังกองบังคับการปราบปราม ขณะที่ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ จับตัวควบคุมผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!