กูรูฟันธงอีก2ปีทั่วโลกบริโภคน้ำตาลแพง

นางนารีณัฐ รุณภัย รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะมนตรีองค์การน้ำตาลระหว่างประเทศ (ISO) ครั้งที่ 34 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่าอีก 1-2 ปีข้างหน้า ผลผลิตน้ำตาลโลกลดลงและผลผลิตอ้อยจะไม่เพียงพอต่อการบริโภค ต่อเนื่องมากกว่า 3 ล้านตัน ส่งผลให้แนวโน้มราคาน้ำตาลมีทิศทางสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการใช้เอทานอลของโลก เพิ่มมากขึ้น จึงเป็นโอกาสอันดีของอ้อยและมันสำปะหลังของไทย และจำเป็นต้องเร่งบริหารจัดการระบบการผลิตและการตลาดอ้อย มันสำปะหลังและเอทานอล อย่างเป็นรูปธรรม

ดังนั้น ภายในปี58 ความต้องการใช้เอทานอลโลกจะมีปริมาณ 1.3-1.5 แสนล้านลิตร ขยายตัวปีละ 10-12% และมีการค้า 2.2-2.5 หมื่นล้านลิตร ขยายตัวปีละ 25% โดยบราซิลยังเป็นผู้ผลิตและผู้ค้ารายใหญ่ ขณะที่สหรัฐอเมริกาได้หันมาให้ความสำคัญกับน้ำตาลเพื่อพลังงาน โดยจะใช้น้ำตาลส่วนเกินไปผลิตเอทานอล ส่วนสหภาพยุโรปจะจำกัดการผลิตน้ำตาลโดยลดปริมาณการผลิตลง 6 ล้านตัน ผลผลิตเหลือเพียง 13.2 ล้านตัน ขณะที่มีความต้องการใช้มากกว่า 17 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้สหภาพยุโรปกลายเป็นผู้นำเข้าน้ำตาลรายใหญ่ของโลก

นางนารีณัฐ กล่าวว่า คาดราคาน้ำตาลและเอทานอลในอนาคตยังมีทิศทางที่ดี การอ่อนค่าของเงินบาทน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเงินบราซิล รวมถึงค่าขนส่งที่ปรับตัวลดลงทำให้บราซิลสามารถส่งน้ำตาลเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดจากไทยได้มากขึ้น ประกอบกับองค์กรเอกชนของประเทศที่พัฒนาแล้วได้เสนอให้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร ที่อาจกลายเป็นข้อจำกัดหรืออุปสรรคต่อการค้าน้ำตาลและพลังงานทดแทนในอนาคตได้ ทั้งนี้ประเทศไทยนับเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลอันดับ 3 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังอันดับ 1 ของโลก โดยผลผลิตน้ำตาลโลกจะขาดดุลต่อเนื่อง คาดว่าราคามีทิศทางที่ดี แต่ยังมีปัจจัยลบที่อาจส่งผลให้เกิดการผลิกผันได้ คือ วิกฤตเศรษฐกิจโลก การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ราคาสินค้าเกษตรและค่าขนส่งปรับตัวลดลง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!