เขมรเผยวาระประชุมJBCร้องหารือ3ประเด็น

INN News

สนับสนุนเนื้อหา


เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟ เผยแพร่การรายงานสำนักข่าว ซีอีเอ็นของกัมพูชา วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555 ระบุว่า การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ไทยและกัมพูชา ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ นี้ ที่ประเทศไทย ซึ่งฝ่ายกัมพูชา จะนำโดย นายวา กิมฮง  รัฐมนตรีอาวุโส รับผิดชอบกิจการพรมแดน , นายลง วิซาโล เลขาธิการกระทรวงต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะตัวแทนกัมพูชากว่า 20 คน เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนติดกับไทย ผู้บัญชาการทหารชายแดน เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม โดยจะออกเดินทางในช่วงเย็นวันนี้ (12 ก.พ.)โดยนายวา กิมฮง ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฝ่ายกัมพูชา กล่าวว่า การประชุมเต็มองค์คณะของเจบีซี กัมพูชา-ไทย ครั้งที่ 5 นี้ ฝ่ายกัมพูชาจะเสนอระเบียบวาระการประชุม ประกอบด้วย 1. การค้นหาหลักเขตที่ 17-23 ที่ด่านช่องสะงำ อันลงแวง ถึงใกล้ปราสาทตาเมือน 2. การทำแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ แต่ไม่ใช่ไปแทนที่แผนที่คณะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1904-1907 เดิม หากแต่วัดตำแหน่งหลักเขตใหม่ให้ชัดเจนบนแผนที่ ซึ่งมีแผนจะจัดทำที่เรียกว่า แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ 3. การหารือกันในข้อกฎหมายและเทคนิคที่ต้องมีการวัดพิกัดใน 6 พื้นที่ ส่วนพื้นที่ ที่มีปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ จะไม่มีการนำขึ้นหารือ เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลโลก แต่จะมีการเตรียมข้อบทกฎหมายและเทคนิค เพื่อเตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาทั้งหมด นายวา กิมฮง กล่าวอีกว่า ประเด็นอื่น ฝ่ายกัมพูชาเสนอเปิดด่านผ่านแดนระหว่างประเทศอีกหนึ่งแห่ง คือที่สตึงบด ใกล้กับด่านปอยเปต ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย กัมพูชาลงไปเตรียมแบบเทคนิค ลงไปวัดพื้นที่เพื่ออนุญาตให้กระทรวงสาธารณการ (โยธาธิการ) และขนส่งดำเนินการก่อสร้าง ส่วนเรื่องอื่นๆ จะมีการหารือกันเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลักเขตที่ค้นพบแล้ว 48 หลัก จากทั้งหมด 73 หลัก โดยใน 48 หลักนี้ มีทั้งที่เห็นชอบร่วมกันแล้ว และยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบร่วมกัน ดังนั้น จะต้องมีการทำเอกสารเป็น 3 ภาษา คือ เขมร ไทย และ อังกฤษ นี่เป็นประเด็นใหญ่ เพราะ 48 หลัก ที่ต้องลงนามมีทั้งเรื่องแผนผังและที่ตั้ง ของแต่ละหลักประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฝ่ายกัมพูชา กล่าวยืนยันว่า กัมพูชามีความสบายใจในการไปประชุมเจบีซี คือ กัมพูชามีความตั้งใจที่ซื่อตรงที่จะผลักดันการแก้ไขปัญหาเขตแดนให้คืบหน้า ดังนั้น กัมพูชาหวังว่าการประชุมนี้จะได้รับผลในทางบวก ไม่เหมือนวาสนาของการประชุมเจบีซี ทั้งสามครั้ง นับตั้งแต่ปี 2551 กัมพูชาจึงขอให้ได้ผลในทางบวก เพื่อนำไปปฏิบัติ แล้วถ้าประเทศทั้งสองมีความตั้งใจในการแก้ปัญหาเขตแดน ก็ต้องช่วยกันผลักดัน ไม่ใช่กัมพูชาผลักดันแต่ฝ่ายเดียว เพราะปัญหาเขตแดนเป็นปัญหาร่วมนายวา กิมฮง กล่าวต่อว่า ถ้าเห็นชอบร่วมกันแล้วไม่มีอุปสรรคมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญไทย ก็สามารถปฏิบัติได้เลย แต่หากไทยยังคงเรียกร้องนำเอาเอกสารไปแถลง (ต่อรัฐสภา) ตามขั้นตอนทางกฎหมายของตน นั่นก็ไม่ได้การอีก และค้างเหมือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2551 เราลงนามบันทึกการประชุมแล้ว 3 ครั้ง แต่ไทยบอกว่ารอนำไปแถลงต่อรัฐสภา จนถึงตอนนี้ยังไม่ออกมา นอกจากนี้ นายวา กิมฮง ยังกล่าวอีกว่า การประชุมเจบีซีระหว่างวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ จะไม่มีการหารือเรื่องการถอนทหารและปัญหาเขตแดนปราสาทพระวิหาร เพราะได้วางปัญหานี้ไว้ในมือของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรุงเฮก แล้ว 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!