เปิดโพย งบฯแสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ ครม.มาร์ค ควักภาษีแจก คนไทย ทั่วหน้า

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 12 มกราคม อนุมัติรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2552 วงเงิน 115,000 ล้านบาท หมายเหตุ : คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 12 มกราคม อนุมัติรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2552 วงเงิน 115,000 ล้านบาท รายละเอียดดังนี้

1.โครงการการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนและบุคลากรภาครัฐ

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากวิกฤตเศรษฐกิจที่มีต่อประชาชนและบุคลากรภาครัฐที่มีรายได้ต่ำ ประกอบด้วยผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม จำนวน 8,009,200 ราย และข้าราชการ ลูกจ้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล จำนวน 1,476,623 ราย โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือค่าครองชีพให้รายละ 2,000 บาท

2.โครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน

เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนเกี่ยวกับการเดินทางและการใช้บริการด้านสาธารณูปโภคที่เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า และน้ำประปา ที่ประชาชนได้รับประโยชน์เป็นจำนวนมาก จึงสมควรดำเนินมาตรการดังกล่าวต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน โดยปรับมาตรการเดิมให้สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ และอยู่บนหลักการของการใช้และบริโภคอย่างประหยัด เช่น ปรับจำนวนการใช้น้ำประปาลงเหลือ 30 ลูกบาศก์เมตร/เดือน และการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย/เดือน เป็นต้น

3.โครงการจัดทำและพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกร

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำเพื่อการบริการทางการเกษตร รวมทั้งขยายระบบการกระจายน้ำในพื้นที่ชลประทานให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีน้ำสำหรับการเกษตร และการอุปโภคบริโภค

4.โครงการก่อสร้างทางในหมู่บ้าน

เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นชนบท สามารถเดินทางและขนส่งผลิตผลทางการเกษตรได้ตลอดฤดูกาลด้วยความสะดวกและปลอดภัย รวมทั้งช่วยลดปัญหาด้านสุขภาพอันเนื่องมาจากฝุ่นละออง กระตุ้นเศรษฐกิจจากการลงทุนก่อสร้างทางประมาณ 490 กิโลเมตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

5.โครงการด้านพาณิชย์เพื่อช่วยเหลือประชาชน

เพื่อให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพ มีราคาที่เป็นธรรม สะท้อนต้นทุนอย่างเหมาะสมและไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ภายใต้ โครงการธงฟ้าลดค่าครองชีพ รวมทั้งจ้างบัณฑิตเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

6.โครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว

จากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยรัฐบาลจึงมีโครงการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว โดยการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ ปรับปรุงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ 18 แห่ง พัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในชุมชน 160,000 คน รวมทั้งการประชาสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้เข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น

7.โครงการแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อการจัดการน้ำ

เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารการจัดการน้ำโดยเน้นการฟื้นฟูและอนุรักษ์แหล่งน้ำในระดับชุมชน ช่วยลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร

8.โครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี

จัดตั้งงบฯเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง และความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าและการพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการ

9.โครงการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ

เพื่อเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นและแก้ไขฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ ในมิติด้านเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และการมีนิติรัฐในลักษณะบูรณาการ เพื่อสร้างความมั่นใจจากประเทศคู่ค้า นักลงทุน และนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กลับคืนมาลงทุนและท่องเที่ยวในประเทศโดยเร็ว

10.โครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปี

เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้ปกครอง และขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เด็ก เยาวชนอย่างทั่วถึงและเสมอภาค รัฐบาลจึงเพิ่มการสนับสนุนปัจจัยด้านการศึกษาในลักษณะให้เปล่าเพิ่มเติมเดิม ได้แก่ อุปกรณ์/หนังสือเรียน ชุดนักเรียน และการพัฒนาโรงเรียน ครอบคลุมนักเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมปลาย รวม 15 ปี ให้กับโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและสังกัดหน่วยงานอื่น ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โรงเรียน ตชด.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และเมืองพัทยา

11.โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน

เพื่อให้ทุกหมู่บ้านและชุมชนได้รับโอกาสในการเข้าถึงแหล่งงบประมาณของภาครัฐอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทั่วถึง และมุ่งขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนในหมู่บ้านและชุมชนร่วมกันบริหารจัดการและพัฒนาศักยภาพของตนเองที่มีอยู่เดิมให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น สร้างงาน สร้างรายได้ ลดต้นทุนและปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โดยจะจัดสรรงบประมาณตามขนาดของประชากรให้ครบทุกหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ทุกหมู่บ้านและชุมชนจะได้รับเงินเป็น 2 เท่าของที่ได้รับจากโครงการเดิม

12.โครงการสร้างหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ

เพื่อสร้างหลักประกันด้านรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพหรือไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ จึงได้จัดเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปทุกคน ที่แสดงความจำนงโดยขอขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับการสงเคราะห์ อีก 3,000,000 คน

13.โครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน

เพื่อรองรับปัญหาแรงงานว่างงานจากภาคอุตสาหกรรมและนักศึกษาที่จบใหม่ โดยจัดฝึกอบรมแรงงานที่ว่างงานตามกลุ่มความถนัด ศักยภาพและรองรับแรงงานกลับสู่ภูมิลำเนา เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่วิสากิจและธุรกิจชุมชน กำหนดเป้าหมาย 240,000 คน

14.โครงการส่งเสริมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เชิงรุก

เพื่อส่งเสริมบทบาท อสม. ทั่วประเทศให้ปฏิบัติการเชิงรุก ในการปฏิบัติงานส่งเสริมสุขภาพในท้องถิ่นและชุมชน การดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ การดูแลผู้ป่วย และเฝ้าระวังโรคในชุมชน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจของ อสม. ทั่วประเทศ 834,075 คน

15.โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยข้าราชการตำรวจชั้นประทวน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีข้าราชการตำรวจที่ยังขาดแคลนที่พักอาศัย 32,530 หน่วย จึงจัดสรรงบฯก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยให้ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่ขาดแคลน 532 แห่ง แห่งละ 3.4 ล้านบาท

16.โครงการปรับปรุงสถานีอนามัย

เป็นการเพิ่มพื้นที่ในการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและคนพิการ โดยปรับปรุงพื้นที่อาคารสถานีอนามัยทั่วประเทศ 2,609 แห่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถมาเข้ารับบริการทางการแพทย์ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างแรงงานในชุมชน

17.เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

เพื่อสำรองไว้สำหรับจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น

18.รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

เพื่อชดใช้เงินคงคลังที่ได้จ่ายไปแล้วตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ.2491 มาตรา 7 (1) รายการเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ และรายการค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ

------------------------

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!