พ่อเลี้ยงปากีฯ กระทืบลูกเลี้ยง ดับอนาถ

พ่อเลี้ยงปากีฯ กระทืบลูกเลี้ยง ดับอนาถ
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

พ่อเลี้ยงชาวปากีฯโหด เมากัญชา จับลูกเลี้ยงวัย 5 ขวบ ยกขาทุ่มหัวกระแทกพื้น กระทืบซ้ำจนดับอนาถ อ้างเด็กเหมือนโดนของต้องทุบตีั

(21 ม.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. สน.ทองหล่อ รับแจ้งจากสุเหร่าบ้านดอน ซอยสุขุมวิท49 แยก14 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. ว่ามีผู้นำศพเด็กหญิงอายุ 5 ขวบ มาขอทำพิธีฝังศพตามศาสนาอิสลาม แต่พบว่าตามร่างกายมีร่องรอยถูกทำร้าย จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ที่เกิดเหตุพบร่างของด.ญอภิชญา สนธิสิงห์ อายุ 5 ปี ตรวจสอบตามร่างกายพบว่าที่บริเวณใบหน้า ลำตัว และศีรษะมีร่องรอยถูกทำร้าย แขนและขามีแผลถูกจี้ด้วยบุหรี่ ส่วนกระดูกคอหัก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายอารีย์ บัต อายุ 45 ปี ชาวปากีสถาน ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กมาทำการสอบสวน และทำการตรวจปัสสาวะ เบื้องต้นพบว่ามีการเสพกัญชา

จากการสอบสวนนายอารีย์  ซึ่งให้การวกวนไปมา แต่พอจับใจความได้ว่า ก่อนหน้านี้ตนเดินทางเข้าออกประเทศหลายครั้ง และเคยรับจ้างเป็นครูสอนพิเศษภาษาอังกฤษ ขณะนี้ทำอาชีพช่วยเพื่อนขายรถ โดยด.ญอภิชญา เป็นลูกเลี้ยงจากนางณภัสวัลย์ ณัฐพาทย์ อายุ 40 ปี ภรรยาคนที่ 2 ของตน ส่วนการเสียชีวิตของลูกเลี้ยงนั้นยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือทำจริง เพราะเด็กมีอาการเหมือนถูกไสยศาสตร์ เวลาเรียกชอบมองตาขวางไม่เหมือนมนุษย์ จึงต้องทุบตี ส่วนเรื่องเอาบุหรี่จี้ตามตัวนั้นเป็นเพราะต้องการจะดูว่า เวลาลูกถูกทำร้ายนั้นภรรยาของตนจะมีอาการอย่างไร

ขณะที่นางณภัสวัลย์ ผู้เป็นแม่ให้การว่า ด.ญ.อภิชญา เป็นลูกติดกับสามีเก่า ส่วนตนนั้นมาอยู่กินกับนายอารีย์ ได้ประมาณ 4 ปี และมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่กินกันมานั้น ตนกับสามีก็มีปากเสียงกันบ้างแต่ไม่บ่อย ส่วนลูกสาวจะถูกสามีตีอยู่เป็นประจำ สาเหตุมาจากสามีชอบหาว่าไม่รักน้อง และไม่ยอมดูแลน้องคนเล็ก แต่ระยะหลังมานี้ตนได้ถูกสามีทำร้ายร่างกายบ่อยขึ้น เนื่องจากสามีชอบหาว่าตนนอกใจไปมีคนอื่น จนกระทั่งวันนี้ตนได้มีปากเสียงกับสามี ก่อนถูกทำร้ายร่างกายจนหน้าตาบวมปูด อีกทั้งสามียังได้ทำร้าย ด.ญ.อภิชญา ด้วยการทุบตี และจับขายกขึ้นก่อนจะปล่อยให้ศีรษะโหม่งพื้นห้อง แถมยังกระทืบซ้ำจนลูกสาวตนแน่นิ่งไป 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบของแพทย์พบว่า ตามร่างกายของเด็กมีร่องรอยฟกช้ำหลายแห่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการทำร้ายร่างกายมาก่อนหน้านี้อย่างต่อเนื่อง ส่วนสาเหตุการตายน่าจะเกิดจากศีรษะถูกกระแทกอย่างรุนแรง ส่วนนายอารีย์ ซึ่งยอมรับว่าเสพกัญชา และเป็นผู้ลงมือทำร้ายเด็กจริง จึงแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และเสพสารเสพติดประเภท5(กัญชา) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนศพเด็กจะส่งไปชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อนำมาประกอบสำนวนการดำเนินคดี