ปินส์บึ้มสยองปีใหม่-ฮ่องกงซึม

สำนักข่าวต่างประเทศรวบรวมบรรยากาศวันขึ้นปีใหม่เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ว่า แต่ละประเทศในภูมิภาคต่างๆ จุดพลุและจัดงานเฉลิมฉลองตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ต้องฉลองด้วยคราบเลือด และผลสำรวจพบชาวฮ่องกงมองสถานการณ์ในปี 2552 ในแง่ร้ายมากที่สุด

ที่สหรัฐอเมริกา งานฉลองปีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจัดขึ้นในย่านไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก และมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมงาน อาทิ อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และนางฮิลลารี คลินตัน ภริยาและว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐคนใหม่ โดยมีการปล่อยลูกโป่ง 1 พันลูกเขียนคำว่า สุขสมหวัง 2009 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถึงสิ่งดีๆ ในปีใหม่

ส่วนประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เริ่มต้นที่นิวซีแลนด์ ซึ่งนับถอยหลังขึ้นปีใหม่เป็นชาติแรกของโลก นักท่องเที่ยวทั้งคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติต่างร่วมพิธีนับถอยหลังและชมพลุดอกไม้ไฟ ณ อาคารสกายทาวเวอร์ เมืองโอ๊กแลนด์ ที่นครซิดนีย์ เมืองใหญ่สุดของออสเตรเลีย ประชาชนและนักท่องเที่ยวกว่า 1.5 ล้านคน ร่วมกันนับถอยหลังที่อ่าวซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ชมการจุดพลุดอกไม้ไฟกว่า 1 แสนนัดสุดยิ่งใหญ่ตระการตา สร้างความสว่างไสวไปทั่วท้องฟ้า

ที่กรุงไทเป เกาะไต้หวัน จัดงานจุดพลุส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่บริเวณอาคารไทเป 101 เจ้าของสถิติตึกระฟ้าสูงสุดในโลก ที่กรุงโตเกียว บรรยากาศวันขึ้นปีใหม่คึกคักไม่แพ้กัน ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากไปร่วมกันปล่อยลูกโป่งหลายพันลูกขึ้นสู่ท้องฟ้าที่หอโตเกียวทาวเวอร์ ส่วนที่อ่าววิกตอเรีย เขตบริหารพิเศษฮ่องกง มีการแสดงพลุดอกไม้ไฟนับถอยหลังสู่วันใหม่ของปีใหม่เช่นกัน แต่ไม่คึกคักมากนัก เพราะปีที่ผ่านมาชาวฮ่องกงจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตการเงินโลก เช่นเดียวกับจีนแผ่นดินใหญ่ บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา เพราะชาวบ้านวางแผนฉลองตรุษจีนแทน

ที่ฟิลิปปินส์ เกิดเหตุเศร้าสลดรับปีใหม่ขึ้น ภายหลังจากมีชายลึกลับปาระเบิดเข้าใส่ฝูงชนซึ่งร่วมฉลองปีใหม่ในสวนสาธารณะเมืองเจเนอรัลซานโตส เกาะมินดาเนา มีผู้บาดเจ็บ 22 คน ตาย 1 คน แม้ก่อนหน้านี้กองกำลังรักษาความมั่นคงฟิลิปปินส์สั่งเตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อรับมือกับการโจมตีของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเอ็มไอแอลเอฟ

วันเดียวกัน สำนักวิจัยแกลลอป อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับบริษัททีเอ็นเอสฮ่องกง เผยผลสำรวจความเห็นประชากร 45,700 คนใน 46 ประเทศเกี่ยวกับความคาดหวังในปีใหม่พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามชาวฮ่องกงมองโลกแง่ลบมากที่สุด ส่วนใหญ่เชื่อว่าปี 2552 จะย่ำแย่กว่าปี 2551 มีเพียงร้อยละ 5 ที่เชื่อว่าฮ่องกงจะเจริญยิ่งขึ้น

ผลสำรวจดังกล่าวขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงกับผลสำรวจปีก่อนที่จัดอันดับให้คนฮ่องคงเป็นคนมีทัศนคติในแง่บวกที่สุดในเอเชีย เช่นเดียวกับคนไอซ์แลนด์ ซึ่งเคยมองโลกแง่ดีแต่ปีนี้มองโลกย่ำแย่มากขึ้น เพราะปีที่ผ่านมาโดนผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกหนักมาก ส่วนคนในชาติอื่นมองโลกแง่ร้ายรองๆ ลงมา เช่น สิงคโปร์ ไอร์แลนด์ กรีซ และโครเอเชีย

เรื่องล่าสุดของหมวด ต่างประเทศ

ดูหมวด ต่างประเทศ ทั้งหมด