ถ.เลี​ยบชายทะเลสงขลานา​ทับถูกคลื่นซัดพัง

ถ.เลี​ยบชายทะเลสงขลานา​ทับถูกคลื่นซัดพัง
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

คลื่นลมชายฝั่ง จ.สงขลา ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ชายฝั่ง จ.สงขลา คลื่นซัดกระหน่ำถนนเลียบชายทะเล หมายเลข สข.5004 ของกรมทางหลวงชนบท สายสงขลา - นาทับ พื้นที่ หมู่ 10 บ้านปึก ต.นาทับ อ.เมือง จ.สงขลา ถนนพังเสียหายทั้ง 2 เลน รถที่ใช้เส้นทางนี้จะต้องวิ่งเข้าไปชิดขอบถนนเท่านั้น จึงจะสามารถผ่านไปได้ ซึ่งเสี่ยงต่อการยุบตัวของถนน ถึงแม้ว่าจะมีการนำก้อนหินขนาดใหญ่ลงไปเสริมกันคลื่น แต่ไม่สามารถต้านทานความรุนแรงของคลื่นลมได้

ในขณะเดียวกัน ก็ได้ส่งผลกระทบต่อ นายหมูด สูเย๊าะ และครอบครัว ที่ปลูกบ้านอยู่บริเวณที่คลื่นกำลังกัดเซาะอย่างรุนแรง เนื่องจากอีกไม่ถึง 10 เมตร ก็จะเข้ามาถึงบริเวณบ้าน นายหมูด ภรรยาและบุตรชาย ต้องเร่งทำแผงทางมะพร้าวป้องกันลมและน้ำจากคลื่นซัดข้ามฟากเข้ามาที่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน เมื่อมีฝนตก ก็จะมีทั้งลมทั้งฝนและคลื่นที่มีความรุนแรงตามมาด้วย

นายหมูด เปิดเผยอีกว่า ช่วงนี้ในเวลากลางคืน นอกจากได้ยินเสียงคลื่นซัดเข้ามาอย่างรุนแรงแล้ว ยังต้องนอนผวาในเรื่องลมแรงและฝนตกหนักอีกด้วย บางคืนนอนไม่หลับ กลัวว่าคลื่นจะกัดเซาะเข้ามาถึงบ้าน ที่ต้องเร่งทำแผงกั้น
ก็เพื่อป้องกันลมและน้ำทะเลจากคลื่นที่ซัดข้ามถนนเข้ามาที่บ้าน อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำไฟมาติดที่ป้ายเตือนถนนชำรุดให้สว่าง เพื่อเตือนชาวบ้านที่ขับรถผ่านมาทางเส้นทางนี้ในเวลากลางคืน จะได้ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น เพราะหากถนนยุบตัว รถยนต์อาจตกลงไปในทะเลได้



น้ำเสียไหลลงทะเลสาบสงขลาปลาตายเกลื่อน

เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง พื้นที่ ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงปลากะพงขาวที่ใหญ่ที่สุดใน จ.สงขลา ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากภาวะฝนที่ตกติดต่อกันมาหลายวัน เนื่องจากปลากะพงที่เลี้ยงไว้อายุประมาณ 3 เดือน ขนาด 10 - 12 นิ้ว ทยอยตายเกลื่อนยกกระชังทุกวัน เป็นผลมาจากปริมาณน้ำในทะเลสาบสงขลา ที่เพิ่มขึ้น และเริ่มมีสีขุ่นแดง เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำที่ไหลมาจากคลองต่างๆ ในพื้นที่ จ.สงขลา และจาก จ.พัทลุง รวมไปถึงน้ำเสียจากโรงงานที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ และน้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีจากนาข้าวและนากุ้ง ที่ไหลมารวมกันในทะเลสาบสงขลา

นายจารึก กาลานุสนธิ์ หนึ่งในเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ปลากะพงที่เลี้ยงไว้ตายไปแล้ว 3 กระชัง และมีเกษตกรที่เลี้ยงปลากะพงใน ต.เกาะยอ กว่า10 ราย ที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน จากจำนวนปลากะชังในพื้นที่ ต.เกาะยอ ที่มีอยู่กว่า 500 กระชัง ทั้งในพื้นที่ หมู่4, 5, 6 และ 7 นอกจากนี้ ปลายังเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร กินอาหารน้อยลง ทำให้ปลาอ่อนแอ และตายที่สุด ซึ่งต้องประสบปัญหาขาดทุนรายวัน เพราะปลาที่ตายเป็นปลาขนาดกลางที่ต้องเลี้ยงไปอีก 4 เดือน ถึงจะจับขายได้ จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด เพราะขณะนี้พื้นที่รอบทะเลสาบสงขลายังคงมีน้ำหนุนสูง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!