เปิดโลกกว้าง - ยาบุซาเมะ วิถีแห่งซามูไรที่ยังไม่เลือนหาย

กีฬาประเภทนี้แตกต่างจากการยิงธนูในการแข่งขันโอลิมปิกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ว่าจะเป็นคันธนูที่ทั้งสูงใหญ่กว่าคนยิง ซึ่งทำให้ยิงได้ยากมาก เพราะความหนักทำให้เอียงไปข้างหนึ่ง

// //

แถมยังไม่มีเครื่องรักษาความสมดุลอันสุดแสนจะไฮเทคมาเป็นตัวช่วยอีกด้วย ที่สำคัญ การยิงธนูนี้ยังทำกันบนหลังม้าที่วิ่งด้วยความเร็วถึง 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สิ่งนี้เรียกว่า ยาบุซาเมะ กีฬาของซามูไร นักรบอันองอาจของญี่ปุ่น

ทุกๆ ปี เหล่านักธนูที่สวมเครื่องแต่งกายโบราณพร้อมอุปกรณ์ครบครันจะขึ้นหลังม้าที่ประดับประดาอย่างงดงามไปเข้าร่วมการแข่งขันบนชายหาดเมืองซูชิ ทางใต้ของกรุงโตเกียว ควบม้าไปบนผืนทรายท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องของผู้ที่มาเฝ้าดูหลายพันคน

ยาบุซาเมะครั้งแรกจัดขึ้นที่ชายหาดแห่งนี้ในปี พ.ศ. 1742 หรือเมื่อ 810 ปีที่แล้ว

ภาพที่เกิดขึ้นดูราวกับออกมาจากภาพยนตร์ของ อากิระ คุโรซาวะ ผู้กำกับที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น ป้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ขึงอยู่บนเสา โบกสะบัดด้วยแรงลมเป็นสัญลักษณ์จุดเริ่มต้น และสิ้นสุดของเส้นทางการยิงธนู เหล่าเด็กผู้ชายตัวน้อยที่สวมเสื้อคลุมสีสด และหมวกสีดำรีบวิ่งจี๋ไปเก็บลูกธนู เศษไม้ หรือเป้าดินเผาที่ถูกทำลายลงหลังการยิงแต่ละครั้ง

ไม่มีอะไรเหมือนแบบนี้นอกประเทศญี่ปุ่น อิเอะทากะ คาเนโกะ ประธานสมาคมยิงธนูบนหลังม้าญี่ปุ่นและโรงเรียนยิงธนูบนหลังม้าทาเคดะ ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีกล่าว

เป้ายิงนั้นอยู่ห่างออกไปราว 2.1 เมตร วางอยู่บนเสาเล็กๆ มีขนาดพอๆ กับหน้าอกของศัตรูที่นั่งอยู่บนหลังม้า ส่วนลู่วิ่งนั้นยาวเพียง 150 เมตร ทำให้ผู้ยิงมีเวลาเพียงแค่ยกคันธนูขึ้น ง้างออก แล้วยิงออกไปได้เพียง 3 ครั้งระหว่างที่ห้อเต็มเหยียดไปบนหลังม้า

ในการประลอง เพียงแค่ยิงให้ถูกเป้าเท่านั้นก็พอ แต่จริงๆ แล้ว จุดเริ่มต้นของยาบุซาเมะเป็นศิลปะพอๆ กับการกีฬา ในการแข่งขันจำนวนมาก การยิงให้ถูกเป้าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญน้อยที่สุด นักธนูจะได้รับการตัดสินจากความงดงามในการควบม้า และฟอร์มอันสวยสดขณะปล่อยลูกธนูออกจากแหล่งแต่ละครั้งมากกว่า

ทุกวันนี้โรงเรียนสอนขี่ม้ายิงธนูจำนวนมากมองยาบุซาเมะว่าเป็นเรื่องของพิธีกรรมกันเสียมาก คาเนโกะ สัตวแพทย์ที่เกษียณแล้วกล่าว

ทั้งนี้ ยาบุซาเมะในญี่ปุ่นก็คล้ายๆ กับกีฬาโปโลในอังกฤษ หรือโรเดโอในอเมริกานั่นเอง

มีคนน้อยมากที่ฝึกฝนยาบุซาเมะได้ เพราะมีคนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถหาม้ามาขี่ได้ หรือมีเวลามากพอที่จะเรียนรู้เทคนิคทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการขี่ม้ายิงธนู ทว่า คาเนโกะซึ่งต้นตระกูลของเขาเป็นซามูไรเติบโตมากับสิ่งเหล่านี้ แถมฝูงม้าพันธุ์ดีของเขายังได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษเพื่อการแข่งขันยาบุซาเมะโดยเฉพาะ

ผมฝึกยิงธนูมาตั้งแต่อายุ 17 คาเนโกะ ซึ่งปัจจุบันอายุ 87 ปีกล่าว ในการแข่งขันที่ชายหาดปีนี้ เขามาทำหน้าที่ประกอบพิธีกรรม ไม่ได้ยิงธนูใส่เป้าในการแข่งขัน แต่เป็นการน้าวคันศรแล้วยิงขึ้นฟ้าขณะที่เสียงกลองดังระรัวเป็นสัญญาณเปิดการแข่งขัน

ส่วนที่ยากที่สุดคือการทรงตัวให้ดีที่สุดไม่ว่าม้าจะควบเร็วเท่าไรก็ตาม รูปแบบของเราต่างจากการขี่ม้ายิงธนูของทางยุโรปหรือตะวันตก คาเนโกะกล่าว

ทั้งนี้ นักยิงธนูไม่ได้แค่นั่งอยู่เฉยๆ เท่านั้น แต่พวกเขาจะหมอบอยู่บนหลังม้าโดยใช้โกลนพิเศษ (ห่วงเหล็กสำหรับเหยียบ) และอานที่เบามาก

ขณะที่การยิงธนูนั้นมีอยู่ 3 แบบ โดยแบบแรกซึ่งสามัญที่สุดคือการปล่อยลูกธนูพุ่งเข้าใส่เป้าตรงๆ จากระยะห่างประมาณ 3 เมตร เป้าจะถูกวางเอาไว้เฉียงๆ ด้านหน้าเส้นทางวิ่งของนักธนู หรือห่างออกไปมากถึง 15 เมตร

เวลาที่คนคิดถึงซามูไร พวกเขามักจะลืมคิดไปว่าในยุคโบราณนั้นการยิงธนูมีความสำคัญสำหรับสู้รบยิ่งกว่าการใช้ดาบเข้าฟาดฟันศัตรูเสียอีก ฮิซาชิ โยชิมิ หนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่ชายหาดกล่าว มือธนูไม่ได้ยิงเป้าในระยะใกล้ พวกเขาจะรักษาระยะห่างแล้วยิงขึ้นฟ้าเพื่อที่ว่าลูกธนูจะพร่างพรมลงมาใส่กองทัพที่อยู่ข้างหน้า

โยชิมิบอกว่าธรรมเนียมปฏิบัตินี้สะท้อนให้เห็นในคันธนูขนาดใหญ่ซึ่งเหมาะกับการโจมตีระยะไกลบนพื้นที่กว้าง มากกว่าการสอยศัตรูเพียงคนเดียวให้ร่วง

แต่ถึงกระนั้น คันธนูที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็ไม่ได้ถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการยิงเป้าเดี่ยว เพราะบางส่วนของกีฬาที่มีอายุยาวนานเกือบพันปีชนิดนี้เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ มากกว่าที่จะเป็นเรื่องของการใช้งานจริง

ที่มา : สำนักข่าวเอพี

ทัศนีย์ สาลีโภชน์

ภูมิใจไทย:ก้าวสำคัญของเนวิน

การเมืองแบบไทยๆ อะไรๆ ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ฟัดกันแทบจะตายกันไปข้าง วันหนึ่งก็อ้าขาผวาปีกเข้าหากันได้อย่างไม่เคอะเขิน

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!