เขมรวิตกเจรจาน้ำมันกับไทยอาจเสียเปรียบ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/sh/0/di/no-thumbnail-image.jpgเขมรวิตกเจรจาน้ำมันกับไทยอาจเสียเปรียบ

เขมรวิตกเจรจาน้ำมันกับไทยอาจเสียเปรียบ

แชร์เรื่องนี้

เว็บไซต์ ฟิฟทีนมูฟ รายงานจากการเผยแพร่ของ วิทยุเอเชียเสรี ที่รายงานท่าทีของ พรรคฝ่ายค้านกัมพูชา หลังมีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางเยือนกัมพูชา ระหว่างวันที่ 16-19 ก.ย. เพื่อเจรจาปัญหาเขตแดนทางบกและทะเล โดย นายซน ชัย ตัวแทนพรรคสมรังสี ประกาศจะติดตามการเจรจาแบ่งสัดส่วนผลประโยชน์ปิโตรเลียม ระหว่าง รัฐบาลกัมพูชาและไทย เนื่องจากมองว่า บันทึกความเข้าใจฯ หรือ เอ็มโอยู 2544 อาจทำให้กัมพูชาสูญเสียเงินรายได้ของชาติเป็นจำนวนมาก นายซน ชัย กล่าวว่า ตนไม่มีความหวังว่า การเจรจาทวิภาคีในเรื่องเขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทย จะช่วยยุติปัญหาเขตแดนทางบกได้เลย และกัมพูชา จะสูญเสียผลประโยชน์ในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนในทะเล ที่มีทรัพยากรน้ำมันและก๊าชจำนวนมาก การแบ่งสัดส่วนนี้ ถ้าตามผู้เชี่ยวชาญจากประเทศออสเตรเลีย ที่รัฐบาลเขมรเคยว่าจ้างให้ทำการศึกษาพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน เราสังเกตเห็นว่า สิ่งที่เคยทำข้อตกลงกันไว้ในสมัยของนายกฯทักษิณ นั้น จะทำให้กัมพูชาสูญเสียผลประโยชน์มากอย่างแน่นอน เนื่องจาก ส่วนที่ กัมพูชา ได้รับเป็นพื้นที่ที่ไม่มีน้ำมัน มีน้ำมันน้อยนิด ในขณะที่ได้เปอร์เซ็นต์มาก การแบ่งสัดส่วนนี้ไม่ยุติธรรมสำหรับกัมพูชาเลย สื่อกัมพูชาดังกล่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ นายกอย เกือง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เคยกล่าวว่า การเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนในอ่าวไทย ระหว่างกัมพูชาและไทย ทำขึ้นด้วยความต้องการที่จะแบ่งปันผลประโยชน์ทั้งหมดให้เป็นไปอย่างเสมอภาค

ตามที่มีรายงานข่าว วันที่ 9 ก.ย. นายซก อาน ในฐานะประธานองค์การปิโตรเลียมแห่งชาติกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ที่ สนามบินกรุงพนมเปญ เร่งให้ 2 ฝ่าย เจรจาเพื่อนำทรัพยากรน้ำมันและก๊าซในอ่าวไทยมาใช้ประโยชน์ โดยระบุว่า กัมพูชา จะไม่ปล่อยทองคำสีดำไว้ใต้ท้องทะเล จะต้องถูกนำมามีส่วนในการพัฒนาประเทศ ทั้งไทยและกัมพูชาต่างมีความต้องการน้ำมัน นอกจากนี้ ยังเปิดเผยด้วยว่า กัมพูชาอยู่ระหว่างศึกษาและร่างกฎหมายการจัดการปิโตรเลียม แต่ยังไม่มีกำหนดแล้วเสร็จ