ผบ.ตร.พักยาวเปิดช่องเพรียวพันธ์รักษาการ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา


ภายหลังจากที่ คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติให้ นายถวิล เปลี่ยนศรี ย้ายจากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปประจำตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ แต่ยังไม่มีการนำวาระให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ไปทำหน้าที่เลขาธิการ สมช. แทน นั้น

ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ที่ปรึกษา สบ10 ในฐานะ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีที่ยังไม่มีวาระ พล.ต.อ.วิเชียร ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. นั้น ทั้งนี้ โดยระบุว่า ขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมด เป็นหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งโดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะในส่วนของ ก.ต.ช. ไม่ทราบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ตามที่เป็นข่าวที่ระบุว่าจะให้ พล.ต.อ.วิเชียร ไปดำรงตำแหน่งในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากมีการแต่งตั้งจริง ก็จะไม่มีผลกระทบต่อวาระการประชุม ก.ต.ช. เนื่องจากการประชุมคณะกรรมการดังกล่าว จะมีวาระประชุมทุกวันศุกร์ กับวาระสุดท้าย ซึ่งในเดือนกันยายนนี้ จะครบวาระวันที่ 30 กันยายน 2554 แต่หาก นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลง ก็สามารถทำได้ โดยจะกำหนดเป็นวาระพิเศษ และสั่งผ่านให้เลขาฯ ดำเนินการทันที แต่โดยขณะนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.วิเชียร ลาพักร้อนในช่วงนี้ ซึ่งไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ผลทางกฎหมายที่มีลำดับอาวุโส รองอันดับ 1 ก็คือ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็จะต้องดำรงรักษาการแทน และปฏิบัติงานราชการแทนได้ทันที โดยใช้อำนาจหน้าที่ได้ตามกฎหมาย ส่วนภารกิจ ก็จะยังคงดำเนินไปตามปกติ ที่กำหนด โดยเบื้องต้นทราบว่า พล.ต.อ.วิเชียร ลาพักร้อน เพื่อรับการศึกษาหลักสูตรผู้บริหาร ในกระบวนการยุติธรรมชั้นสูง และต้องไปศึกษาดูงานที่ประเทศจีน ในระหว่าง 12-18 กันยายน นี้ แต่ทราบว่า ลาตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งมีผลในวันนี้ แต่หลังจากวันที่ 18 กันยายน ท่านจะลาต่อหรือไม่ ตนไม่ทราบ

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า สำหรับวาระที่ประชุมอันใกล้นี้ มีนโยบายที่ สตช. ต้องเร่งรัดดำเนินการ คือ ปรับปรุงคุณภาพงานสอบสวน โครงการพัฒนางานสอบสวน การเพิ่มอัตรากำลังพล หรือปรับหน่วยงานบางประเภท ตามมติที่จะต้องเร่งพิจารณา

นอกจากนี้ หากการแต่งตั้ง ผบ.ตร. คนใหม่ ล่าสุด ยังไม่ชัดเจน ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการโยกย้ายข้าราชการตำรวจใหญ่ ที่จะถึงนี้ เนื่องจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ สามารถแต่งตั้ง ใช้สิทธิ์ได้ตามอำนาจหน้าที่ เทียบเท่า ผบ.ตร. แต่ก็จะพยายามเร่งรัด เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับการแต่งตั้ง ที่จะต้องปฏิบัติงาน ตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นต้นไป