
เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบหนุ่มแสบอ้างตัวเป็นตำรวจยศ พ.ต.ท. ลวงนิติกรสาวแต่งงาน กุเรื่องโจรปล้นสินสอด หลอกเงินสูญหลายแสน
สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จับกุมตัว นายชัชพล นิลดวงแก้ว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 ซอยหมู่บ้านเขาตะเกียบ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหาฉ้อโกง ลักทรัพย์โดยใช้บัตรอีเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ แต่งเครื่องแบบเครื่องหมายยศโดยไม่มีสิทธิ์
สืบเนื่องจาก น.ส.สวย (นามสมมติ) อดีตว่าที่เจ้าสาวของ นายชัชพล ทำงานตำแหน่งนิติกร ได้เข้าแ้จ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูก นายชัชพล แอบนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินสูญไปหลายหมื่นบาืท พร้อมกับเปิดเผยว่าเมื่อปี 2553 ได้ีรู้จักกับ นายชัชพล โดยบังเอิญและนายชัชพลอ้างว่าเป็นตำรวจ ยศ พ.ต.ท. มาสืบราชการลับในพื้นที่
หลังจากนั้นนายชัชพล ได้แวะเวียนมาพูดคุยเป็นประจำและทุกครั้งจะแต่งเครื่องแบบตำรวจ พกปืน วิทยุสื่อสาร มาด้วยจนตนหลงเชื่อคิดว่าเป็นตำรวจจริง หลังคบหาได้ระยะหนึ่งนายชัชพล ได้ขอตนแต่งงานโดยกำหนดวันแต่งงาน คือวันที่ 19 มีนาคม 2554 ที่โรงแรมย่านถ.เจริญกรุง กทม. มีการออกการ์ดเชิญแขกไปเป็นจำนวนมาก ต่อมาวันที่ 17 มีนาคม ก่อนวันแต่งงาน 2 วัน นายชัชพล ได้เข้ามาขอยืมเงินบิดามารดาของตนเองไปจำนวน 3 แสนบาท โดยอ้างว่าจะเป็นนำไปจ่ายเป็นค่าจองโรงแรมที่ใช้สำหรับจัดงานก่อนและจะใช้ให้ภายหลัง
จากนั้นได้พาตนไปทานอาหารระหว่างที่ตนนั่งรอในรถ ผ่านไปสักพัก นายชัชพล กลับมาด้วยใบหน้าฟกช้ำและบอกว่าโดนโจรปล้นเงินสินสอดไป 1.5 ล้่านบาท และทองอีก 10 บาท ตนจึงรีบไปแจ้งความในท้องที่สภ.พระประแดง แต่หลังจากเจ้าหน้าที่สอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง ในที่สุด นายชัชพล จึงยอมรับสารภาพว่ากุเรื่องขึ้นมาทั้งหมด พร้อมกับบอกว่าไม่ได้เป็นตำรวจ ส่วนเงินที่ยืมครอบครัว น.ส. สวย (นามสมมติ) นั้นได้ใช้ไปหมดแล้ว และเมื่อถึงกำหนดวันแต่งงานไม่มีสินสอดทองและเงินจ่ายค่าจัดเลี้ยงที่โรงแรมจึงกุเรื่องว่าถูกโจรปล้นชิงเงินค่าสินสอดไปจนหมด เพื่อหวังให้ตนเชื่อและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้
ทั้งนี้ น.ส.สวย (นามสมมติ) ได้ตรวจสอบยอดเงินในบัญชีพบว่าเงินหายไปหลายหมื่นบาท จึงสัญนิษฐานว่าถูกนายชัชพลขโมยบัตรเอทีเอ็มไปกด จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือกดำเนินคดีอีกครั้ง ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้ขอศาลออกหมายจับและตามจับกุมตัวนายชัชพลมาดำเนินคดีได้ในที่สุด