สาวผวากดเอทีเอ็มพบแบงก์พันรุ่นเก่านึกเป็นของปลอม

(31ธ.ค.) น.ส.มณฑยา แสนโครต อายุ 24 ปี พนักงานครีเอทีฟ บริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ภูมิลำเนาเลขที่ 328/1 หมู่ 2 ต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ปรีชา หาสังข์ ร้อยเวร สน.พหลโยธิน ว่า พบแบงก์พันต้องสงสัยน่าจะเป็นของปลอม ขณะกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารไทยพาณิชย์ บริเวณหน้าร้านเสริมสวย ปากซอยลาดพร้าว 41 (ซอยภาวนา) แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม.จึงขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

น.ส.มณฑยา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันเดียวกัน ตนกำลังเดินทางออกจากห้องพักภายในซอยภาวนา เพื่อจะกลับไปเยี่ยมบ้านที่ จ.ชัยภูมิ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงแวะกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว จำนวน 5,000 บาท ปรากฏว่ามีแบงก์พันออกมาทั้งหมด 5 ใบ แต่มีอยู่ 1 ใบ เลขที่ 8E 3159205 ซึ่งเป็นธนบัตรที่แตกต่างจากธนบัตรใบอื่นๆ เพราะไม่มีแถบฟรอยด์ ไม่มีเครื่องหมายดอกบัว และลายน้ำก็ไม่เหมือนกับธนบัตรใบอื่น จึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปที่คอลเซ็นเตอร์ ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่เบอร์ 02-777-7777 พบพนักงานชื่อคุณผกามาศ เป็นผู้รับสาย แจ้งตนว่า จะติดต่อกลับมาหาอีกครั้งในวันทำการ

// //

ฉันเห็นว่ากว่าธนาคารจะเปิดทำการก็อีกหลายวัน ที่สำคัญต้องการใช้เงินด้วย กลัวว่าถ้าใช้แบงก์พันใบนี้ซื้อของแล้วจะถูกแจ้งจับ เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นของปลอม หรือเป็นธนาคารรุ่นเก่ากันแน่ จึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความ ให้ร้อยเวรลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐานก่อนเพื่อความสบายใจ ซึ่งฉันอยากให้ทางธนาคารออกมาแถลงข่าวให้ประชาชนทราบไปเลยว่า รูปแบบของธนบัตรจริงกับธนบัตรปลอม ทั้งรุ่นเก่าและใหม่นั้นเป็นอย่างไรจะได้ไม่ต้องมาคอยผวากันอีก น.ส.มณฑยา กล่าว

ต่อมา ร.ต.ท.ปรีชา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ได้พา น.ส.มณฑยา พร้อมธนบัตรใบดังกล่าว ไปตรวจพิสูจน์ด้วยการใช้ปากกา เช็คเกอร์ มันนี่ ซึ่งใช้สำหรับตรวจสอบธนบัตร ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาปากซอยพหลโยธิน 26 โดยพนักงานแจ้งว่า เป็นธนบัตรจริงแต่เป็นธนบัตรรุ่นเก่า ทำให้ น.ส.มณฑยา สบายใจขึ้น จึงรีบเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดทันที

ตะลุยข่าว - 388 ศพสึนามิ...ยังไม่ได้กลับบ้าน

แม้พิบัติภัยสึนามิจะผ่านพ้นไปแล้ว 4 ปี ทว่าภาพความเสียหาย การล้มตาย และสูญหายไปของคนอันเป็นที่รัก ยังคงติดตรึงอยู่ในใจเหมือนภาพฝันร้ายในคืนที่แสนยุ่งเหยิง หลายครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับมหันตภัยที่เกิดขึ้นกับตนเอง ครอบครัว และธุรกิจ เสียงหวีดร้องโหยหวนและร่ำไห้เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ยังคงก้องอยู่ในมโนสำนึก

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!