อินโดฯเชิญรมต.3ชาติพยานถกJBC-GBC

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC และคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC ที่ทางอินโดนีเซีย ได้กำหนดไว้วันที่ 7 - 8 เม.ย. ที่เมืองบอกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย โดยเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย ไทย และ กัมพูชา เข้าร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ขณะเดียวกันรัฐบาลอินโดนีเซีย ได้เสนอร่างข้อกำหนดหน้าที่ว่าด้วยการวางกองกำลังการสังเกตการณ์ฝ่ายละ 15 คน ในฝั่งไทยและกัมพูชา แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาของผู้นำทหารของทั้ง 2 ประเทศ ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งจากการเข้าไปสังเกตการณ์จะต้องไม่อยู่ในพื้นที่พิพาท 4.6 ตร.กม. แต่ต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีเหตุปะทะกันเท่านั้น โดยจะต้องได้ข้อยุติก่อนที่จะมีการประชุม JBC และ GBC
อย่างไรก็ตาม ไทย ได้แสดงจุดยืนว่า ผู้ที่จะเข้ามาสังเกตการณ์จากประเทศอินโดนีเซีย จะไม่แต่งกายในชุดเครื่องแบบทหาร ในการลงพื้นที่
พร้อมแถลงท่าทีของไทย ต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กรณีการคว่ำบาตรลิเบียว่า ไทยในฐานะประเทศสมาชิก จะปฏิบัติตามมติของยูเอ็นเอสซี ซึ่งในข้อมติที่ 1970 จะมุ่งเน้นไปที่ตัวผู้นำเครือญาติและผู้นำกองทัพ รวมถึงการคว่ำบาตรทางอาวุธ ห้ามเดินทางเข้าประเทศ และอายัตทรัพย์สินทั้งหมด
ขณะเดียวกัน การดำเนินการจะไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนชาวลิเบียและไทย ก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม โดยการช่วยเหลือ จะเป็นการช่วยเหลือผ่านองค์กรอาหารของสหประชาชาติ และยืนยันว่า ไทยจะเป็นส่งกองกำลังใดๆ เข้าไปโจมตีลิเบียอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ บริษัทหรือคนไทยที่ดำเนินกิจการเกี่ยวข้องกับลิเบีย ยังสามารถค้าขายได้ตามปกติ แต่จะต้องไปตรวจสอบว่า กิจการที่ทำนั้น มีความเกี่ยวข้องกับผู้นำลิเบียหรือไม่ โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะรวบรวมข้อมูล เพื่อง่ายต่อการดำเนินการตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ไทย ได้แสดงจุดยืนว่า ผู้ที่จะเข้ามาสังเกตการณ์จากประเทศอินโดนีเซีย จะไม่แต่งกายในชุดเครื่องแบบทหาร ในการลงพื้นที่
พร้อมแถลงท่าทีของไทย ต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กรณีการคว่ำบาตรลิเบียว่า ไทยในฐานะประเทศสมาชิก จะปฏิบัติตามมติของยูเอ็นเอสซี ซึ่งในข้อมติที่ 1970 จะมุ่งเน้นไปที่ตัวผู้นำเครือญาติและผู้นำกองทัพ รวมถึงการคว่ำบาตรทางอาวุธ ห้ามเดินทางเข้าประเทศ และอายัตทรัพย์สินทั้งหมด
ขณะเดียวกัน การดำเนินการจะไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนชาวลิเบียและไทย ก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม โดยการช่วยเหลือ จะเป็นการช่วยเหลือผ่านองค์กรอาหารของสหประชาชาติ และยืนยันว่า ไทยจะเป็นส่งกองกำลังใดๆ เข้าไปโจมตีลิเบียอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ บริษัทหรือคนไทยที่ดำเนินกิจการเกี่ยวข้องกับลิเบีย ยังสามารถค้าขายได้ตามปกติ แต่จะต้องไปตรวจสอบว่า กิจการที่ทำนั้น มีความเกี่ยวข้องกับผู้นำลิเบียหรือไม่ โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะรวบรวมข้อมูล เพื่อง่ายต่อการดำเนินการตรวจสอบ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี