นายกไม่รู้สดศรีลาออกกกต.ปัดกดดัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว นางสดศรี สัตยธรรม เตรียมลาออกจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อเป็นไปกรรมการสมัชชาปฏิรูปกฎหมายว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ แต่เบื้องต้นเห็นว่า เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ ที่จะลาออกก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่ยืนยันว่า ไม่มีฝ่ายการเมืองกดดันการทำหน้าที่ กกต. แต่อย่างใด ตามที่ นางสดศรี ระบุ เพราะการเมืองก็มีหน้าที่ของตนเอง และมองว่าเรื่องดังกล่าว เป็นเหตุผลเฉพาะตัว
ทั้งนี้ หากนางสดศรี ลาออกจริง กกต. ก็ยังสามารถจัดการเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตาม ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ
ด้าน นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงข่าวการลาออกจากการเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ตนเองไม่ได้ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพียงแต่ได้ไปสมัครเป็นคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งการทำหน้าที่ตรงนั้น มีทั้งฟูลไทม์ และพาร์ทไทม์ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับการทำหน้าที่ กรรมการการเลือกตั้ง เพราะตนเองไม่ได้ลาออก
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุ กรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่าจะให้พรรคการเมืองใหม่ คว่ำบาตรการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนไม่เลือก นายกรัฐมนตรี ว่า เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ รวมทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ไม่ลงคะแนน ก็เป็นกระบวนการหนึ่งในการเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนจะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการรณรงค์ และการตอบรับของประชาชน ขณะที่การเรียกร้องให้ใช้มาตรา 7 เพื่อขอ นายกรัฐมนตรีพระราชทานนั้น มองว่าที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามประคับประคองบ้านเมือง อีกทั้งประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อน ก็ต้องทำให้ประชาคมโลก เห็นว่า ไทยเดินตามกติกา รวมทั้งต้องช่วยกันทำให้ได้ และมองว่าหากใช้วิธีพิเศษ อย่างไรแล้วก็ต้องกลับไปสู่กระบวนการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณี การจัดประชุมคณะกรรมการเจรจาทวิภาคตามกรอบจีบีซี หรือ คณะกรรมการเขตแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ภายในเดือน มี.ค.นี้ ว่า ขณะนี้มีการประสานงานกันอยู่ ซึ่งในครั้งนี้จะต้องจัดที่กรุงพนมเปญ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ขณะที่คณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี เดินหน้าไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก แสดงความไม่สบายใจที่จะมีการประชุมจีบีซี ที่ประเทศอินโดนีเซีย ตนมองว่า ขณะนี้เป็นเรื่องที่ 2 ฝ่ายกำลังคุยกัน แต่ก็คงจะจัดได้ และคงไม่ได้พร้อมกับเจบีซี
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ขณะนี้มีความสับสนว่า ผบ.ทบ. ไม่อยากให้อินโดนีเซีย ร่วมสังเกตการณ์นั้น เห็นว่า หากมีการระบุ ฝ่ายกัมพูชา เข้ามาในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ก็จะเป็นเรื่องแปลก เพราะเท่ากับว่า ฝ่ายกัมพูชา เข้ามาในเขตแดนไทย ซึ่งจะเป็นปัญหา และจุดยืนของกองทัพกับรัฐบาลนั้น ตรงกันในเรื่องนี้
ทั้งนี้ หากนางสดศรี ลาออกจริง กกต. ก็ยังสามารถจัดการเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตาม ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ
ด้าน นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงข่าวการลาออกจากการเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยระบุว่า ตนเองไม่ได้ลาออกจากการเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพียงแต่ได้ไปสมัครเป็นคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งการทำหน้าที่ตรงนั้น มีทั้งฟูลไทม์ และพาร์ทไทม์ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับการทำหน้าที่ กรรมการการเลือกตั้ง เพราะตนเองไม่ได้ลาออก
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุ กรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่าจะให้พรรคการเมืองใหม่ คว่ำบาตรการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนไม่เลือก นายกรัฐมนตรี ว่า เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ รวมทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ไม่ลงคะแนน ก็เป็นกระบวนการหนึ่งในการเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนจะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับการรณรงค์ และการตอบรับของประชาชน ขณะที่การเรียกร้องให้ใช้มาตรา 7 เพื่อขอ นายกรัฐมนตรีพระราชทานนั้น มองว่าที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามประคับประคองบ้านเมือง อีกทั้งประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อน ก็ต้องทำให้ประชาคมโลก เห็นว่า ไทยเดินตามกติกา รวมทั้งต้องช่วยกันทำให้ได้ และมองว่าหากใช้วิธีพิเศษ อย่างไรแล้วก็ต้องกลับไปสู่กระบวนการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณี การจัดประชุมคณะกรรมการเจรจาทวิภาคตามกรอบจีบีซี หรือ คณะกรรมการเขตแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา ภายในเดือน มี.ค.นี้ ว่า ขณะนี้มีการประสานงานกันอยู่ ซึ่งในครั้งนี้จะต้องจัดที่กรุงพนมเปญ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ขณะที่คณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ เจบีซี เดินหน้าไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก แสดงความไม่สบายใจที่จะมีการประชุมจีบีซี ที่ประเทศอินโดนีเซีย ตนมองว่า ขณะนี้เป็นเรื่องที่ 2 ฝ่ายกำลังคุยกัน แต่ก็คงจะจัดได้ และคงไม่ได้พร้อมกับเจบีซี
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ขณะนี้มีความสับสนว่า ผบ.ทบ. ไม่อยากให้อินโดนีเซีย ร่วมสังเกตการณ์นั้น เห็นว่า หากมีการระบุ ฝ่ายกัมพูชา เข้ามาในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ก็จะเป็นเรื่องแปลก เพราะเท่ากับว่า ฝ่ายกัมพูชา เข้ามาในเขตแดนไทย ซึ่งจะเป็นปัญหา และจุดยืนของกองทัพกับรัฐบาลนั้น ตรงกันในเรื่องนี้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี