ชาวนาพิจิตรโอดแมลงโรครุมต้นข้าว ต้องเผา!

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นางวิไล ปาละวิสุทธิ์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก เปิดเผยถึงสถานการณ์ หลังพบโรคระบาดสารพัดชนิด ที่เกิดขึ้นกับนาข้าวของชาวนาพิจิตร รวมถึงนาข้าวของชาวนา ภาคเหนือตอนล่าง ที่ประกอบด้วยนาข้าวของ จ.อุตรดิตถ์ พิษณุโลก นครสวรรค์ ลพบุรี โดยขณะนี้พบโรคแมลงบั่ว ซึ่งลำตัวมีลักษณะคล้ายยุง ตัวสีส้ม ขาจะยาวกว่ายุง ออกทำลายกัดกินต้นข้าว ซึ่งถ้าเกิดแล้ว ยากแก่การกำจัด ต้องใช้วิธีตัดไฟก่อนตั้งแต่ต้นลม นั่นคือ จะสังเกตเห็นตอนกลางคืนแมลงบั่ว จะออกมาเล่นไฟเป็นจำนวนมาก ก็ต้องให้เร่งฉีดสารเคมีกำจัด

นอกจากนี้ยังพบโรคถอดฝักดาบ ที่มีลักษณะมองผิวเผินคล้ายข้าวดีด แต่ลำต้นจะผอมสูงสีซีด เกิดระบาดขึ้นแล้วยากแก่การกำจัด ทำได้เพียงใช้แรงงานคนลงไปถอนต้นข้าวที่ติดโรคนี้ แล้วต้องนำไปเผาทิ้งเท่านั้น เพราะโรคถอดฝักดาบ ซึ่งเป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง ที่มากับพันธุ์ข้าวด้อยคุณภาพ และสามารถฟักตัวอยู่ได้ในพื้นดิน ซึ่งขณะนี้สร้างความเสียหายให้แก่นาข้าว ของชาวนาภาคเหนือตอนล่างแล้ว หลายหมื่นไร่ ดังกล่าว

ล่าสุด แนวทางแก้ไขศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกได้ร่วมกับ สนง.กษ.จังหวัดพิจิตร ได้เร่งส่งนักวิชาการ ลงพื้นที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับชาวนา ถึงวิธีการสังเกตการณ์เกิดโรคระบาดต่างๆ รวมถึงวิธีการใช้สารเคมี ที่ถูกต้องในการกำจัด และป้องกันโรคระบาดในนาข้าวทั้งสองโรคนี้ โดยนักวิชาการข้าว ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ยอมรับว่า โรคแมลงบั่ว และโรคถอดฝักดาบ มีความร้ายแรง และมีอำนาจการทำลายนาข้าวได้รุนแรงกว่า โรคเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพราะถ้าพบแล้วดำเนินการล่าช้า หรือ ไม่ถูกวิธี เพียงแค่ 10 - 15 วัน ก็จะแพร่กระจายไปทั่วทั้งท้องทุ่ง และพบปรากฏว่า ในหลายพื้นที่หมดทางที่จะเยียวยา ต้องจุดไฟเผานาข้าวทิ้งสถานเดียว มิเช่นนั้นเอาไม่อยู่ จึงถือเป็นภัยพิบัติทางด้านการเกษตรชนิดใหม่ ที่น่าสะพรึงกลัว อีกด้วย