รองสุเทพ ปัดเตรียมยุบสภาหนีศึกซักฟอก

รองสุเทพ ปัดเตรียมยุบสภาหนีศึกซักฟอก
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอเปิดถนนจากกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณถนนราชดำเนิน หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ว่าเป็นการเตรียมการมาหลายวันแล้ว เพื่อที่จะเปิดการจราจรให้กับประชาชน ทั้งนี้ ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการในครั้งนี้ รวมทั้งเห็นว่าการทำหน้าที่ของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ทำอย่างดีที่สุดแล้ว ส่วนที่ กลุ่มพันธมิตรฯ จะนำผู้ชุมนุมเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อกดดันขอคืนพื้นที่กลับนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้การชุมนุมไม่เป็นตามกฎหมาย นอกจากนี้จะพยายามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปเจรจาขอให้กลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ เปิดถนนบริเวณถนนพิษณุโลกด้วย ซึ่งเชื่อว่าการเจรจาจะง่ายขึ้น ทั้งนี้สาเหตุที่ขอคืนพื้นที่เป็นไปด้วยความล่าช้านั้น อันเนื่องมาจากต้องหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่จะทำให้เกิดการปะทะกัน

ส่วนที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาระบุว่า พรรคที่ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง อาจไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีวัฒนธรรมทางการเมือง และยึดถือปฏิบัติตามแนวทางประชาธิปไตยมาโดยตลอด ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ที่คนเสื้อแดง ดำเนินการไปนั้นไม่ได้เป็นไปตามกติกา โดยในครั้งนี้กรณีที่ 7 แกนนำ จะลงสมัคร ส.ส. ก็เพื่อที่จะใช้เอกสิทธิ์ ความเป็น ส.ส. มาคุ้มครอง เพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดี


นอกจากนี้ นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่ นายกฯ ออกมาระบุว่า มั่นใจ พรรคประชาธิปัตย์ จะได้ที่นั่ง 250 ที่นั่ง โดย นายสุเทพ ปฏิเสธถึงเรื่องดังกล่าว แต่ระบุว่าจะพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้สมาชิกในพรรคได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากที่สุด ขณะที่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ พรรคเพื่อไทย จะนำเรื่องการสลายการชุมนุมมาเป็นประเด็นอภิปรายตนเองนั้น มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่การอภิปรายมีการถ่ายทอดสด ซึ่งตนเองจะนำข้อเท็จจริงมาแสดงให้ประชาชนได้รับทราบ ส่วน พรรคเพื่อไทย จะอภิปรายรัฐบาลถึง 10 คน หรือ ใช้เวลากี่วันนั้นก็ไม่เป็นปัญหา ขณะเดียวกันยืนยันว่า จะไม่หนีปัญหาด้วยการประกาศยุบสภาอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังยืนยันว่า จากนี้ไปเรื่องปาล์มน้ำมันจะไม่ขาดแคลนอีก และหลังจากที่มีการนำน้ำมันปาล์ม เข้าสู่ห้างร้านเต็มแล้วก็จะไม่จำกัดจำนวนการซื้อขาย ส่วนเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นใครเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียนั้นก็ขอให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบและหาผู้รับผิดชอบให้ได้