หนุ่มข่มขืนสาวใหญ่ถูกเหยื่อกัดลิ้นทนอักเสบไม่ไหวมอบตัว

(30ธ.ค.) พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ ขุราษี รอง ผกก.สส.สภ.พัฒนานิคมเจ้าของคดีที่นางนารอน ( สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ภูมิลำเนา อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งเดินทางไปเยี่ยมญาติที่รับจ้างเฝ้าสวนขนุนอยู่ที่ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และได้ถูกนายพีระเดช ทองใบ อายุ 36 ปี พยายามที่จะข่มขืนด้วยการฉุดกระชากลากเข้าไปในป่าอ้อยข้างสวนขนุน แต่ได้ถูกกัดลิ้นขาดก่อนที่จะหลบหนีไป

ล่าสุด นายพีระเดช ผู้ต้องหาพ ได้เข้ามอบตัวกับทางพ.ต.ท.ชัยวัฒน์ ขุราษี รองผู้กำกับสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรีแล้ว หลังจากที่หลบหนีกบดานอยู่ในป่า หลายวันจนทำให้บาดแผลที่ลิ้นที่ถูกกัดขาดเกิดอักเสบและ เป็นแผลขนาดใหญ่และเกิดหนองขึ้นมาที่บริเวณลิ้น ประกอบกับได้ถูกกดดันทางทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหนักจึงยอมเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะได้เข้ามารักษาบาดแผลที่ลิ้น เพื่อไม่ให้แผลลุกลามไปมากกว่านี้

// //

นายพีระเดช เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุนั้นตนเองนั่งดื่มสุรากับเพื่อนๆกใกล้กับจุดเกิดเหตุและได้เห็นนางนารอนเดินเข้าไปในสวนขนุน ซึ่งนางนารอน เป็นคนหน้าตาดี จึงได้เกิดอารมณ์ทางเพศและเดินตามหลังนางนารอนเข้าไปในสวนขนุน พอได้จังหวะจึงได้เข้าล็อกคอและกดตัวนางนารอนลงกับพื้นพร้อมกับได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายก่อนที่จะถอดกางเกงตัวนอกและตัวในออกจนหมดเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะจูบปากผู้เสียหายและไม่คิดว่าฝ่ายหญิงจะกัดลิ้นของตนเอง ซึ่งหลังถูกกัดลิ้นแล้วจึงได้วิ่งหลบหนีไปด้วยความเจ็บปวด

หลังจากที่วิ่งหนีออกจากจุดเกิดเหตุแล้ว ได้ไปหลบอยู่ในป่าอ้อยบริเวณซอย 26 อ.พัฒนานิคม โดยหลบอยู่ในป่าอ้อยตลอดหลายวันที่ผ่าน โดยอาศัยขอข้าวจากคนงานตัดอ้อยในบริเวณดังกล่าวกิน โดยไม่กล้าไปรับจ้างทำงานเพราะเกรงว่าจะมีคนเห็นลิ้นตนเองขาด และจะทราบว่าตนเองไปก่อเหตุมาจึงต้องหลบอยู่อย่างนั้นไม่สามารถติดต่อใครได้ ร่วมถึงลิ้นที่เป็นแผลก็ไม่มียารักษาจึงทำให้ลิ้นเกิดอักเสบและเป็นหนองประกอบกับเกิดอาการเครียดจากการกดดันของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกลัวแผลที่อักเสบจะติดเชื้อมากกว่านี้อาจจะทำให้ตนเองเสียชีวิตได้จึงเข้ามอบตัวในวันนี้ พร้อมยอมรับผิดทุกอย่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านพ.ต.ท.ชัยวัฒน์ ขุราศี รองผกก.สส.สภ.พัฒนานิคม ได้นำตัวของนายพีระเดช ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทันที่โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 20 นาย ไปดูแลความเรียบร้อย โดยหลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ก็จะนำตัวข้ารักษาตัวต่อไป

อาถรรพณ์นรกซานติก้า ที่ดินนี้มีตำนาน...เลือด!!!

จากที่ดินทำเลทองย่านเอกมัย เพียงชั่วข้ามคืนของวันแรกที่ย่างเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2552 กลับกลายเป็นสุสานของเหยื่อเพลิงนรก นำมาสู่การผูกโยงถึงความเชื่อของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับ สุสานซานติก้าผับ ด้วยความหวาดผวา และบอกเล่าถึงเรื่องราวอาถรรพณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงลางร้ายบอกเหตุที่อาจจะเป็นสาเหตุที่นำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด