นายกโทรคุยUNค้านพระวิหารขึ้นมรดกโลก

นายกโทรคุยUNค้านพระวิหารขึ้นมรดกโลก
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ นายบัน กี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ว่า ได้อธิบายข้อเท็จจริงให้ทราบอย่างชัดเจน โดย นายบัน กี มุน ได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์ และขอให้ทั้ง 2 ฝ่าย ใช้ความอดกลั้นแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ซึ่งตนได้ยืนยันกับ นายบัน กี มุน ว่า ประเทศไทยไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพียงการปกป้องและตอบโต้ที่สมควรแก่เหตุ ทั้งนี้ นายบัน กี มุน ยังได้สอบถามถึงความเสียหายของปราสาทพระวิหาร ซึ่งไทยก็พร้อมที่จะส่งภาพถ่าย ที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ปราสาทพระวิหารไปในเรื่องของการทหาร มีการใช้อาวุธ และมีการใช้กำลังในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งถือว่า ผิดเจตนารมณ์ ที่ต้องการให้สถานที่ดังกล่าว เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และได้ย้ำกับ นายบัน กี มุน ไปแล้วว่า ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น เกิดจากความพยายามขึ้นทะเบียน เป็นมรดกโลก ซึ่ง นายบัน กี มุน ระบุว่า จะไปติดตามเรื่องนี้จากยูเนสโก

นอกจากนี้ ในส่วนของการแก้ไขปัญหา อาเซียนได้สนับสนุนให้ทั้ง 2 ฝ่าย ใช้กลไกทวิภาคี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทั้ง 2 ฝ่าย ก็มีการนัดหมายพูดคุยกันแล้ว นอกจากนี้ส่วนตัวนายกรัฐมนตรี ไม่ขัดข้อง หากจะต้องมีการพูดคุยกับ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เพื่อแก้ไขปัญหา


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการมรดกโลก จะส่งคนไปสำรวจความเสียหาย ที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ ว่า คงเป็นการไม่เหมาะสม เนื่องจากได้ชี้แจงไปอย่างชัดเจนแล้ว ว่าความตึงเครียดที่เกิดขึ้นจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น และเข้าใจว่า กระทรวงการต่างประเทศ จะได้พูดคุยกับทางยูเนสโกแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการมรดกโลก ควรหยุดการพิจารณาให้กัมพูชาทำแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทไว้ จนกว่าจะมีการเจรจาปักปันเขตแดนให้ชัดเจนก่อน เพื่อลดความตึงเครียดทั้งหมด โดยคณะกรรมการมรดกโลก ต้องมีแนวทางที่ชัดเจน ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ในเดือน มิ.ย.นี้ สำหรับสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งคลี่คลายสถานการณ์ เมื่อมีความมั่นใจแล้ว ก็จะให้ประชาชนที่ต้องอพยพออกนอกพื้นที่ กลับเข้าพื้นที่ตามปกติได้