สิ่งที่ยังเหลือ : ว่าน ธนกฤต

+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา

กระแสเพลงแรก ระยะปลอดภัย ของนักล่าฝัน ว่าน- ธนกฤต พานิชวิทย์ มาแรงเหลือเกินเรียกว่าขึ้นแท่นครองอันดับชาร์ตวิทยุหลายรายการ ต้นสังกัด ทรูแฟนเทเชีย เลยรุกต่อเนื่อง หยิบเพลง สิ่งที่ยังเหลือ ซึ่งเป็นเพลงเศร้าๆ จากอัลบั้ม โซโลอิสต์ (Soloist) มาถ่ายทำเอ็มวีนำเสนอเป็นเพลงที่สอง โดยมี ตาล- กัญญา รัตนเพชร์ จากหนังเรื่อง รักแห่งสยาม มารับบทนางเอกเอ็มวีอีกครั้ง



เรื่องราวของเพลงนี้มีเนื้อหาบอกถึงความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยใส่ใจกับคนรักมาก่อนจนกระทั่งต้องพบกับการสูญเสีย จึงเข้าใจว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเองรักผู้หญิงคนนี้มากมายแค่ไหน โดยปักหลักถ่ายทำกันที่สตูดิโอ ย่านวิภาวดี โดย ว่าน และ ตาล ต้องสวมบทบาทเป็นคู่รักคู่หนึ่งที่มีเรื่องระหองระแหง และทะเลาะกันตลอดเวลา

หนุ่ม ว่าน เดินทางมาถึงโลเกชั่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อถ่ายเส้นร้องหลังจากนั้นจึงเริ่มถ่ายทำเส้นเรื่องต่อเนื่องกันทันที เปิดฉากถ่ายทำก็กุ๊กกิ๊กซะ ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ ว่าน ป้อนบะหมี่ ตัดเล็บเท้าให้ ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มมาดนุ่มอย่าง ว่าน จะถนัด สวมบทบาทชนิดไม่มีเทก

แต่พอมาถึงฉากที่ทะเลาะกันถึงขั้น ตาล ต้องตกบันไดและสูญเสียความทรงจำงานนี้กว่าจะถ่ายเสร็จ เล่นเอานาย ว่าน ถึงกับปาดเหงื่อ เพราะไม่เคยใส่อารมณ์รุนแรงกับผู้หญิงมาก่อน

ผ่านฉากยากไปได้ด้วยดีแต่ก็ยังมีฉากที่ยากกว่า เพราะ ว่าน ต้องร้องไห้ระหว่างที่อ่านสมุดบันทึกที่ผู้หญิงเขียนความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกัน ตอนแรกทีมงานก็เกร็ง แต่พอเริ่มถ่ายทำไปไม่ถึงนาที น้ำตาจริงๆ จากลูกผู้ชายที่ชื่อว่าน ก็ไหลออกมาเองโดยอัตโนมัติโดยที่ทุกคนคาดไม่ถึง



ผ่านซีนยากไปได้ด้วยดี แต่ก็ยังมีซีนยากกว่ารออยู่ เพราะผู้กำกับฯ ต้องการอยากให้ ว่าน ร้องไห้ ระหว่างที่นั่งอ่านสมุดบันทึกของผู้หญิงที่เขียนถึงความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกัน งานหนักล่ะทีนี้ เพราะตอนเล่นละครมีคนลงความเห็นว่าแสดงได้ยังกับพระเอกเทวรูป งานนี้คงต้องใช้เวลา แต่พอเข้าเริ่มถ่ายทำไปไม่ถึงนาที น้ำตาจริงๆ จากลูกผู้ชายที่ชื่อ ว่าน ก็ไหลออกมาเองโดยอัตโนมัติโดยที่ทุกคนคาดไม่ถึง เสร็จจากการถ่ายทำในซีนดังกล่าว ก็เลยมาเกาะขา ว่าน ถามถึงความรู้สึก

"ตอนที่ได้ทำนองเพลงนี้มาจาก ครูบิ๊ก (ธานัท ธัญญาหาญ) เพื่อมาแต่งเนื้อร้อง ครูบิ๊ก บอกว่า เอาแบบร้องไห้เลยนะ ว่าน ก็เอากลับบ้านไป นึกถึงเรื่องที่ผ่านๆ มาของตัวเอง เป็นความรู้สึกที่เคยมีกับคนๆ หนึ่ง คิดว่าหลายคนคงเคยเจอกับอารมณ์นี้ เวลาที่สูญเสียเขาไปแล้วถึงได้รู้สึกว่าแท้ที่จริงแล้วเราคิดกับเค้าอย่างไร แต่มันก็สายเกินไปซะแล้ว จริงๆ ก็เป็นคนที่ร้องไห้ยาก ตอนถ่ายก็นึกถึงอารมณ์ที่เคยเกิดขึ้นในตอนนั้น น้ำตามันก็มาเอง แต่ก็ได้แค่ครั้งแรกครั้งเดียวครับ พอต้องเปลี่ยนมุมกล้องใหม่ มันก็ไม่มาแล้ว

การตอบรับสำหรับงานเพลงก็เกินความคาดหมายครับ เพราะตอนที่ทำผมแค่ว่าได้ทำงานอย่างที่ฝันไว้ก็คือการได้เป็นโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงแค่นั้นเอง ความรู้สึกก็คือภูมิใจว่ามีคนที่ชอบงานที่เราทำ แล้วก็ดีใจที่การเริ่มต้นในสิ่งที่เราทำไปในทางที่ดี มันก็เป็นกำลังใจให้เราทำงานต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดก็คือ ถ้าไม่มีโอกาสที่ดีจากทางผู้ใหญ่อย่าง พี่หนุ่ม (กิติกร เพ็ญโรจน์) ที่เปิดกว้างให้ผมได้ทำในสิ่งที่ฝัน แล้วก็อีกหลายท่านที่ให้คำแนะนำในเรื่องของการทำงาน, พี่ๆ ที่สถานีวิทยุทุกสถานี พี่ๆ ดีเจ รวมไปถึงคนฟังเพลงและแฟนคลับทุกคนที่ติดตาม ผมก็ต้องขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ ตอนนี้ก็จะมีเพลง สิ่งที่ยังเหลือ มาให้ฟังกันอีกเพลง ก็อยากให้ลองฟังกันเผื่อหลายคนจะชอบกันครับ"