เอสเอ็ม VS เอลฟ์ บทสรุปชะตากรรม ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม

เอสเอ็ม VS เอลฟ์ บทสรุปชะตากรรม ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม
+++  เนื้อหาที่ไม่มีผู้สนับสนุน  +++

สนับสนุนเนื้อหา

ในที่สุดความพยายามของ ลีซู มาน โปรดิวเซอร์ชาวเกาหลีมือทองผู้เคยปลุกปั้น ทงบังชินกิ ให้โด่งดังก็สัมฤทธิผลจนได้ กับการผลักและดัน ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม หรือในชื่อเดิมว่า ซูเปอร์จูเนียร์ ไชน่า ออกมาบุกตลาดจีน โดยการแตกหน่อ ซูเปอร์จูเนียร์ เดิมมี5 หนุ่ม แล้วเพิ่มสมาชิกหน้าใหม่สัญชาติจีนเข้าไปอีก 2 คน ท่ามกลางเสียงคัดค้านและการต่อต้านของแฟนเพลง



กลายเป็นประเด็นใหญ่ให้ได้ถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น กับจำนวนสมาชิกที่แท้จริงของวงมากหนุ่มจากเกาหลี ซูเปอร์จูเนียร์ ที่ทางต้นสังกัด เอสเอ็ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ พยายามเหลือเกินกับการยัดเยียดสมาชิกชาวจีนเพิ่มเพื่อบุกเบิกตลาดเพลงแดนมังกรโดยเฉพาะ

เริ่มตั้งแต่การผลักดัน เฮนรี่ หนุ่มน้อยหน้าตี๋สายเลือดจีนมือไวโอลิน ที่เป็นแขกรับเชิญสุดพิเศษให้แก่ 13 หนุ่ม ซูเปอร์จูเนียร์ ในเพลงจากอัลบั้มล่าสุด Don"t Don แต่ผลตอบรับที่ได้กลับกลายเป็นเสียงโห่ฮามากกว่าสรรเสริญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในความรู้สึกของ เอลฟ์ แฟนคลับอย่างเป็นทางการของ ซูเปอร์จูเนียร์ ที่ออกโรงต่อต้านสมาชิกคนที่ 14 อย่างเต็มที่

เรื่องราวของเฮนรี่ ยังไม่ทันจะได้ข้อสรุปดีเอสเอ็มฯ ก็เริ่มตั้งหน้าตั้งตาบุกอีกครั้งด้วยการเปิดตัวกลุ่มย่อยในชื่อสุดพิเศษว่า ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม อันย่อมาจากแมนดาริน ซึ่งเป็นภาษาหลักที่พวกเขาใช้ขับร้องในโปรเจกท์นี้ เพื่อจะเอาไว้เจาะตลาดเมืองจีนอย่างจริงจัง โดยอาศัย 5 แรงหลักจาก ซูเปอร์ จูเนียร์ เดิม คือ ซีวอน,ทงเฮ, เรียววุค, คยูฮยอน และหัวแรงใหญ่เจ้าของพื้นที่ ฮันเกิง ร่วมกับ เฮนรี่ และ โจมิ 2 สมาชิกใหม่ชาวจีน รวมเป็น 7 คน เปิดตัวด้วยการนำเพลงดังเก่าๆ ของซูเปอร์จูเนียร์ มาร้องใหม่ในเนื้อจีน สร้างความไม่พอใจ เสมือนเติมเชื้อไฟให้แก่แฟนเพลงยิ่งขึ้นไปอีก

เหตุผลที่ เอลฟ์ ต่อต้าน คือสมาชิกใหม่ที่เพิ่มขึ้นของ ซูเปอร์จูเนียร์ พวกเขาไม่ต้องการทั้งสมาชิกคนที่ 14 และคนที่ 15 ทั้งยังไม่พอใจกับอาการเพิกเฉยของต้นสังกัดที่ไม่เคยชายตาแลหรือแคร์จิตใจของแฟนเพลง แม้พวกเขาจะออกมาประท้วง จนสุดท้าย แฟนคลับต้องรวมตัวกันเรี่ยไรเงินจาก เอลฟ์ทั่วเอเชียเพื่อนำมาซื้อหุ้นบริษัทเอสเอ็มฯ โดยหวังเพียงว่าพวกเขาจะมีสิทธิมีเสียงในการตัดสินใจบ้าง

ซึ่งตอนนี้แฟนคลับถือหุ้นไปแล้วกว่า 58,206 หุ้น คิดเป็น 0.3% ของทั้งหมด พร้อมยังออกโรงต่อต้านโปรเจกท์ ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม อย่างเต็มที่ ด้วยการรณรงค์ไม่สนับสนุนทั้งเพลงและอัลบั้มของโปรเจกท์นี้ แม้จะรู้ดีว่าไร้เหตุผลแต่ก็ดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย

ท้ายที่สุดไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ภาระหนักคงตกอยู่ที่หนุ่มๆ ซูเปอร์จูเนียร์ เพราะศิลปินคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแรงสนับสนุนจากแฟนๆ เช่นเดียวกันกับแรงผลักดันจากต้นสังกัด หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะเห็น ซูเปอร์จูเนียร์ โลดแล่นอยู่บนเส้นทางบันเทิงอย่างสดใสเหมือนเดิม ก็ได้แต่หวังว่าความขัดแย้งในครั้งนี้จะคลี่คลายไปในทางที่ดีไม่ช้าก็เร็วล่ะกันจ้า

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก