รีวิว The Prodigy นรกในอกแม่

รีวิว The Prodigy นรกในอกแม่

 

 

ลักษณะของ The Prodigy คือการคงคอนเซ็ปต์หนังภัยเงียบในครอบครัว ความระทึกขวัญทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นมาจากตัวละคร “ลูกชาย” ที่เกิดมาพร้อมความฉลาดเกินปกติ แน่นอนในฐานะของคนเป็นแม่ ก็เลือกที่จะมองว่าสิ่งดังกล่าวคือพรสวรรค์มากกว่าเป็นอาถรรพ์

 

The Prodigy ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนังสยองขวัญ ระทึกขวัญก็ตาม ตอนแรกหนังอาจจะดูให้โทนคล้ายกับหนังผีเสียด้วยซ้ำ จนเราอาจจะนึกไปถึงหนังดังในอดีตอย่าง The Omen ที่ว่าด้วยซาตานที่แฝงตัวมาเกิดในร่างของเด็กชายและทำให้คนรอบตัวต้องเผชิญหน้ากับหายนะเกินคาดเดา แต่ความพิเศษของมันคือการที่หนังวางตัวเองในมุมของ “การกลับชาติมาเกิด” มากว่าจะขายเรื่องผีสางหรือวิญญาณร้าย

 

 

ลักษณะของตัวละครไมล์ส เด็กชายที่ลืมตาดูโลกมาในวันที่ฆาตกรต่อเนื่องรายหนึ่งได้เสียชีวิตลง ทำให้คนดูได้ทราบว่าวิญญาณของฆาตกรรายนั้นน่าจะกลับมาเกิดใหม่ในร่างของไมล์ส ความผิดปกติแรกที่คนดูสังเกตได้คือเด็กชายที่เพิ่งคลอดออกมาจากท้องของซาร่า ไม่ได้ร้องไห้เสียงดังตามประสาเด็กเกิดใหม่ (อีกทั้งถ้าเราสังเกตดีๆคราบเลือดบนตัวของไมล์สก็คล้ายกับรอยกระสุนปืนจากฉากก่อนหน้าด้วยเช่นกัน) ทางแพทย์ก็ยืนยันว่ามันเป็นอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อไมล์สเติบโตขึ้นในช่วงอายุ 1-2 ขวบเขาก็มีพัฒนาการทางสมองอย่างรวดเร็ว เฉลียวฉลาดและสามารถพูดได้ไวกว่าเด็กทั่วๆไป

 

พัฒนาการที่รวดเร็วทำให้ไมล์สสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนที่เหมาะสำหรับเด็กไอคิวสูง แต่ไมล์สกลับดูเป็นเด็กที่ชอบปลีกวิเวกและไม่ชอบสุงสิงกับเพื่อนคนอื่นๆ กระทั่งวันหนึ่งเมื่อครูที่โรงเรียนให้จับคู่กับเพื่อนร่วมห้อง เมื่อเขาไม่ได้คู่ที่ต้องการ เขาก็หาวิธีการแก้ปัญหาที่รุนแรงและน่าตกใจ พฤติกรรมก้าวร้าวเริ่มฉายออกมาในตัวไมล์ส แต่ที่น่าสะพรึงไปกว่านั้นคือ บางครั้งเขามักจะมีพฤติกรรมร้ายกาจโดยที่ไม่รู้ตัว และคนที่กลายเป็นเหยื่อรายแรกๆก็คือพี่เลี้ยงของไมล์สเอง

 

 

หัวอกคนเป็นแม่อย่างซาร่าจึงร้อนใจมาก ถึงพฤติกรรมที่ผิดปกติของลูกชายตัวเอง เธอจึงมีความพยายามในการหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะพาไมล์สไปพบกับจิตแพทย์ สังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด แต่นับวันพฤติกรรมของลูกชายตัวเองก็น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ และนั่นทำให้ซาร่าเริ่มค้นพบว่าบางครั้ง เรื่องที่เธอต่อต้านมาตลอดชีวิตอย่างเรื่อง “การกลับชาติมาเกิด” อาจจะเป็นเรื่องจริง

 

น่าเสียดายที่ The Prodigy เดินเรื่องทุกอย่างตามสูตรสำเร็จหนังสยองขวัญในจังหวะจะโคนที่แทบจะคาดเดาได้ทั้งหมด ช่วงเวลาที่หนังไม่มีฉากตื่นเต้น จัดได้ว่าน่าเบื่อจนแทบจวนเจียนจะหลับ และถ้ามันไม่ใส่เสียงดนตรีประกอบอึกทึกครึกโครม เราก็คงหลับคาเบาะนุ่มๆ ของโรงหนังไปแล้ว ยังดีที่เรายังได้การแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจของน้องแจ็คสัน โรเบิร์ต สก็อตต์ ผู้สวมบทฆาตกรอำมหิตที่กลับชาติมาเกิดในร่างของไมล์ส ก็ตีบทแตกกระจุย จนเราอาจจะกล่าวได้ว่าน้องแสดงดีกว่าบรรดานักแสดงผู้ใหญ่ทุกคนในเรื่องเสียด้วยซ้ำไป