รีวิว Death Wish บรูซ วิลลิสกับศาลเตี้ยอันเป็นที่รัก

รีวิว Death Wish บรูซ วิลลิสกับศาลเตี้ยอันเป็นที่รัก

 

 

Death Wish คือหนังดังในปี 1974 บอกเล่าเรื่องราวของ พอล เคอร์ซีย์ (ชาร์ลี บรอนสัน) วิศวกรหนุ่ม ที่ต้องสูญเสียภรรยา (โฮป ลีห์) จากเหตุการณ์โจรปล้นบ้าน อีกทั้งลูกสาวของเขาก็โดนรุมข่มขืนจนแทบกลายเป็นคนบ้า แต่เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้จบลงด้วยการที่โจรทั้ง 3 ถูกจับกุม หากแต่คดีนี้เหมือนกลายเป็นความว่างเปล่า เมื่อตำรวจไม่สามารถจับผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้ ส่งผลให้พอล ตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองเป็นศาลเตี้ยและเริ่มออกชำระบัญชีแค้นกับบรรดาโจรทั้ง 3 อย่างสาสม

 

ในเวอร์ชั่นรีเมค ภายใต้การกำกับของอีไล รอธ มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดยิบย่อยของหนังพอสมควรเพื่อให้เข้ากับบริบทของยุคสมัยมากขึ้นตัวละครพอล เคอร์ซีย์ (บรูซ วิลลิส) กลายเป็นศัลยแพทย์ฝีมือดี มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อภรรยาของเขาอย่า ลูซี่ (อลิซาเบธ ชู) ถูกโจรที่บุกมาปล้นสังหาร และจอร์แดน (คามิลล่า มอร์โรเน่) ลูกสาวของเขามีอาการโคม่าเพราะพยายามขัดขืนต่อสู้

 

 

พอลขอความช่วยเหลือจากแฟรงค์ (วินเซ็นต์ ดีโอโนฟรีโอ) และนักสืบ เรนส์ และ แจ็คสัน (ดีน นอร์ริส และ คิมเบอร์ลี เอลิส) สำหรับเบาะแสคนผิด แต่เมื่อหลักฐานอันน้อยนิดไม่เพียงพอสำหรับการทำคดี ส่งผลให้ตำรวจที่งานล้นมือถูกย้ายไปทำคดีอื่น ตรงจุดนี้นี่เองที่ทำให้พอลเริ่มตั้งคำถามว่าการเป็นคนดีมาตลอดชีวิตการทำงาน และการช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นจากความตายในวิชาชีพแพทย์นั้นไม่มีประโยชน์อันใดเลยกับสิ่งที่เขาทำมา

 

เมื่อฟางเส้นสุดท้ายขาดลง พอลตัดสินใจเข้าร้านขายปืนและออกตระเวนไปตามตรอกซอกซอยเมื่อเขาเห็นคนบริสุทธ์กำลังตกเป็นเหยื่อ พอลจึงชักปืนออกมาแล้วลั่นไกโดยไม่ลังเล วิธีการแบบตาต่อตาฟันต่อฟันของเขาถูกคนในละแวกนั้นถ่ายคลิปเก็บเอาไว้ได้ จนกระทั่งคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทางโซเชียลมีเดีย คนทั่วทั้งเมืองจึงตั้งฉายาให้เขาว่า “ยมทูต” และเกิดการตั้งคำถามว่า ชายคนนี้กำลังตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยอยู่หรือไม่

 

 

ตัวหนังทำให้เราเห็นแรงขับเคลื่อนของตัวละครที่น่าสนใจ ยิ่งการปรับเปลี่ยนอาชีพของตัวละครให้กลายเป็นหมอ ยิ่งทำให้เราเห็นเฉดสีที่ขัดแย้งระหว่างการ “ช่วยคน” กับ “ฆ่าคน” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันหนังก็ทำให้เรารู้สึกย้อนแย้งอยู่ตลอดเวลาว่า สิ่งที่พอลทำลงไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่เขาทำเพื่อหาผู้กระทำผิดตัวจริงให้เจอและสะสางบัญชีแค้นให้จบสิ้นไป ในเมื่อตำรวจไม่สามารถทำงานตรงนี้ได้ เขาก็ตัดสินใจ “เสี่ยงชีวิตตัวเอง” เพื่อทวงถามว่าทำไมโจรชั่วต้องเลือกครอบครัวของเขา

 

ความสนุกของ Death Wish ในเวอร์ชั่นนี้จึงเป็นการ ตั้งคำถามเชิงจิกกัดสถาบันทางสังคมไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานยุติธรรม สื่อมวลชน ระบบสาธารณสุข ที่มีความหย่อนยานในแง่มุมอันหลากหลายได้อย่างน่าสนใจ ผ่านสายตาของผู้กำกับจอมแขวะอย่าง อีไล รอธ ไม่แปลกที่บรรดานักวิจารณ์ต่างประเทศจะเกลียดสไตล์การทำหนังของเขาที่ดู “ต่ำและเน้นความรุนแรงแบบไม่บันยะบันยัง” แต่ภายใต้ความแหวะเหล่านั้น หนังซ่อนประเด็นเจ็บๆไว้เยอะทีเดียว

 

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ death wish