วิจารณ์หนัง REGESSION ความลึกลับของจิตใจ

วิจารณ์หนัง REGESSION ความลึกลับของจิตใจ
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

หนังเรื่อง REGRESSION นั้นเป็นผลงานการกำกับของอเลฮานโดร อเมนาบาร์ผู้กำกับชาวชิลีที่มีสไตล์การทำหนังที่โดดเด่นมาตั้งแต่หนังอย่าง Open Your Eyes จนได้รับการนำมาสร้างใหม่เป็น Vanilla Sky นำแสดงโดยทอม ครูซและคาเมรอน ดิแอช และหลังจากนั้นผลงานสยองขวัญลึกลับอย่าง The Others ก็กลายเป็นหนังที่สร้างบรรยากาศหลอกหลอนและการแสดงอันน่าสะพรึงของนิโคล คิดแมนก็ยังทำให้หนังเรื่องดังกล่าวกลายเป็นที่จดจำของผู้คนจนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงหนังอย่าง AGORA ที่นำแสดงโดยราเชล ไวซ์เล่าถึงการล่มสลายของยุคแห่งภูมิปัญญาที่มีมุมมองที่น่าสนใจ

ตัวผู้กำกับตั้งใจจะนำเสนอภาพจำลองของหนังแนวระทึกขวัญ สืบสวนสอบสวน ผสมเรื่องราว “เหนือธรรมชาติ” เข้าไปในหนัง โดยคงไว้ซึ่งสไตล์ของหนังในยุค 1970 ซึ่งเป็นยุคที่หนังสยองขวัญจะนำเสนอออกมาในสไตล์ที่มีความเนิบช้า การเร้าอารมณ์ของผู้ชมจะไม่ได้ถูกเร้าด้วยดนตรีประกอบโฉ่งฉ่างตุ้งแช่แบบในยุคปัจจุบัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลยเป็นไปอย่างช้าๆให้เราเห็นความผิดปกติของเหตุการณ์ต่างๆก่อนจะนำไปสู่บทสรุปที่สะท้อนสภาวะจิตใจอันบิดเบี้ยวของมนุษย์

ปัญหาของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่วิธีการเล่าเรื่อง หรือสไตล์ของหนัง ทว่า Regression เป็นผลงานที่มา “ผิดเวลา” อย่างแท้จริง เพราะสำหรับคนยุคใหม่นี้หลังจากที่เราดูหนังที่เน้นการเร้าอารมณ์จนเคยชิน ทำให้เรารู้ว่าตลอดเวลาที่ชมหนังเรื่องนี้จึงกลายเป็นความ “น่าเบื่อ” ที่เราสามารถคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปแทบจะทะลุปรุโปร่ง จนเกือบครบซึ่งเอาเข้าจริงหนังก็เล่าตามสูตรหนังแนวนี้แบบครบครันไม่มีอะไรเหนือความคาดหมายไม่ว่าจะเป็นเหยื่อผู้หญิง(เอ็มม่า วัตสัน)ที่กล่าวอ้างว่าพ่อของตนเป็นผู้ล่วงละเมิดทางเพศ นักสืบหนุ่มไฟแรง(อีธาน ฮอว์ค)ที่เข้ามาพัวพันกับคดีเหนือธรรมชาติ 

ทว่าถ้าเรามองข้ามพล็อตที่คาดเดาได้ไป เราจะพบว่าตัวหนังเองพยายามสะท้อนสภาพจิตใจมนุษย์อันบิดเบี้ยวหลังจากที่เราได้รับข้อมูลอันมากมายเข้ามาปรุงแต่งสภาพจิตใจของตัวเองให้มีการ “จินตนาการ”  ไปตามบริบทของสิ่งแวดล้อมรอบตัว 

มุมมองที่น่าสนใจสำหรับ Regression ก็คือมันได้สะท้อนความคลุมเครือในเรื่องของความเชื่อต่อศาสนา ความหวาดระแวงของผู้คน การเชื่อในอำนาจมืดที่มองไม่เห็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลัทธิการบูชาซาตาน การเอาหลักการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นหนทางการรักษาผู้ป่วยจิตเวท หรือแม้กระทั่งการสะกดจิตผู้คนเพื่อให้พวกเขาเล่าเรื่องราวที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้จิตใจของผู้คนเหล่านั้นออกมา 

ผู้คนทั่วไปก็คงจะหลงลืมไปว่า “จิตใจ” ของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่ลึกลับพอๆกับความกว้างใหญ่ไพศาลของจักรวาลและขอบเขตของมัน 

@พริตตี้ปลาสลิด

2.5 คะแนนจาก 5 คะแนน