วิจารณ์หนัง "โจหัวแตงโม" โลกออนไลน์ น่ากลัวกว่าที่คิด

วิจารณ์หนัง "โจหัวแตงโม" โลกออนไลน์ น่ากลัวกว่าที่คิด
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

ก่อนอื่นขอสารภาพตามตรงว่า สิ่งที่ดึงดูดให้ตัดสินใจชมภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “เก้า จิรายุ” นักแสดงนำของเรื่อง แม้จะมีเสียงปรามจากคนรอบข้างในทำนองที่ว่า “อย่าไปดูเลย หนังอะไรก็ไม่รู้” แต่ที่ผ่านมาชอบจังหวะการแสดงของนักแสดงคนนี้ จึงพยายามเปิดใจ และเพิ่มโอกาสให้ตัวเองชมภาพยนตร์ที่ผู้กำกับ เรียว กิตติกร ให้คำจำกัดความว่าเป็นหนังไทยแอคชั่น ออนไลน์ 

เรื่องราวของ โจหัวแตงโม นักสืบออนไลน์นั้นผูกเรื่องไว้ไม่ซับซ้อน แต่มันสนุกตรงที่หนังพยายามดึงเราให้ร่วมสืบเสาะหาเจ้า “นักมายากล” ฉายาสมมุติของตัวปมหลักของเรื่องไปพร้อมๆ กับเจ้าหัวแตงโม นักสืบออนไลน์ หรือโจในโลกแห่งความเป็นจริง หนังเริ่มเรื่องจากมาเฟียคู่ซี้รุ่นเดอะย่านเยาวราชแทงบอลผ่านอินเทอร์เน็ตแบบไม่รู้ประสีประสา ระยะแรกเล่นสนุก แต่พอนานๆ ไปกลับถูก “นักมายากล” เพจรับแทงบอลโกงเงินไปจำนวนหลายแสนบาท อากงคู่ดูโอแค้นใจหนักคิดแก้แค้น จึงจ้างเพจหัวแตงโมสืบเสาะหาตัวนักมายากลเพื่อทวงเงินแสนคืนมา

หน้าที่ของนักสืบออนไลน์อย่างเจ้าหัวแตงโมจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยวิธีการเฉพาะตัว สืบหาตัวนักมายากลผ่านเพื่อนของเพื่อนๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ที่ตั้งของเจ้าของเพจตัวจริง และครั้งนี้ทำให้โจหรือหัวแตงโม ได้รู้จักกับ เม็ดฟ้า หญิงสาวที่หัวแตงโมเชื่อว่าจะพาเขาไปสู่เจ้าของเพจนักมายากล เรื่องราวในโลกเสมือนจริงและโลกแห่งความเป็นจริงดำเนินไปควบคู่กัน ทำให้ความสัมพันธ์ของโจและเม็ดฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป หากแต่การทำงานของโจหรือหัวแตงโมกลับไม่ทันใจ คู่ซี้อากงมาเฟียจึงจ้างนักเลงคีย์บอร์ดสองคนตามหาเรื่องเจ้าหัวแตงโม ความสนุกสนานเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นักเลงคีย์บอร์ดไล่ล่าหัวแตงโม ทั้งทำร้ายในโลกออนไลน์ และไล่ล่าในโลกแห่งความเป็นจริง 

สิ่งที่โดดเด่นของหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นเทคนิคของหนัง การทำการ์ตูนเอนิเมชั่น คอมพิวเตอร์กราฟฟิก ที่ดูกลมกลืนน่ารัก และทำให้หนังมีสีสัน แม้หลายๆ ครั้งอาจทำให้คนดูบางกลุ่มไม่เข้าใจศัพท์บางคำซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะสำหรับคนที่เป็นคอโซเชียลอยู่สักหน่อย แต่ในเนื้อหาสาระหลักของหนังก็พอจะทำให้คนดูเข้าใจได้ไม่ยากว่าเมื่อคุณเข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์คุณอาจเสี่ยงต่อการถูกทำให้เสียหายแบบไม่รู้ตัวได้ตลอดเวลาจากใครบางคนที่ไม่ประสงค์ดีกับคุณ และนี่ก็น่าจะเป็นส่วนที่หนังดูมีน้ำหนักมากที่สุด 

ส่วนเรื่องการแสดงนั้นในฐานะคนดูขอชื่นชมการแสดงของเก้า จิรายุที่รับบทโจ หรือหัวแตงโม ยิปโซที่รับบทเม็ดฟ้า และนักมายากล รวมไปถึงบู้ สเลอ ในบทเกรียนคีย์บอร์ด นักแสดงหลักๆ ทั้งสามคนเล่นเป็นธรรมชาติ และทำให้หนังดูสนุกโดยเฉพาะกลุ่มเด็กวัยรุ่น แต่หากเป็นกลุ่มผู้ใหญ่อาจจะรู้สึกไม่ค่อยถูกปากนัก

แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนที่วันๆ ใช้เวลาอยู่แต่ในสังคมก้มหน้า แต่หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณเข้าใจได้ว่าโลกที่คุณใช้เพียงนิ้วจิ้ม หรือรูดผ่านเข้าไปนั้นทำร้ายคุณได้มากกว่าที่คุณคิด หากคุณไม่มีสติและวิจารณญาณในการแสดงตัวตนบนโลกใบนั้น คุณอาจทำร้ายตัวเองได้แบบไม่รู้ตัว

ความน่าดู 2.5/5