วิจารณ์หนัง Into The Woods ผลลัพธ์ของการร้องขอ

วิจารณ์หนัง Into The Woods ผลลัพธ์ของการร้องขอ
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

วิจารณ์หนัง Into The Woods ผลลัพธ์ของการร้องขอ

 

 

เท่าที่ตัวผมได้มีโอกาสฟังคนทั่วไปและบรรดาแฟนหนังรวมไปถึงบรรดาแฟนละครบรอดเวย์ต่างก็พูดถึง Into the woods ในทิศทางที่แตกต่างกันมากมีตั้งแต่ชอบมากไปจนถึงไม่ชอบเอาเสียเลยก็มี ซึ่งจุดนี้ผมกลับมองว่ามันเป็นเสน่ห์ประการสำคัญของภาพยนตร์ที่สามารถทำให้คนทั่วไปมองหนังเรื่องหนึ่งได้ในทิศทางที่หลากหลาย แตกต่างกัน และแต่ละคนมีเหตุผลที่ตัวเองชื่นชอบหรือเกลียดหนังเรื่องหนึ่งได้โดยมีเหตุผลของตัวเองเป็นที่รองรับ

 

ถ้าจะย้อนกลับไปมองผลงานต้นฉบับนั้น อาจจะต้องกล่าวว่าผลงาน Into the Woods เวอร์ชั่นละครบอรดเวย์นั้นมีความมืดหม่นมากกว่าในเวอร์ชั่นหนังที่ถูกพาสเจอร์ไรซ์ด้วยยี่ห้อดิสนีย์แล้วประมาณหนึ่งจนทำให้ครึ่งหลังของหนังที่ควรจะอึมครึมและหม่นมืดมากกว่านี้ไม่ค่อยสัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควร 

 

ตัวงานในเวอร์ชั่นละครบรอดเวย์นั้นได้นำเสนอเทพนิยายที่รักหลายเรื่องในมุมมองใหม่ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ล้วงลึกเข้าไปในธีมที่ซับซ้อนเช่นผลลัพธ์ของการขอพร ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่/ลูก ความโลภ ความทะเยอทะยาน ความสูญเสียและสิ่งที่อาจจะสำคัญที่สุดก็คือรักที่ไร้เงื่อนไขและพลังจิตวิญญาณของมนุษย์ 

 

ทว่าในเวอร์ชั่นใหม่นั้นตัวหนังกลับค่อนข้างพร่องในเรื่องการเน้นย้ำประเด็นสำคัญไปพอสมควรโดยเฉพาะในส่วนของเรื่องราวความบกพร่องในการเลี้ยงดูลูกซึ่งเห็นได้ชัดจากตัวละครแม่มด(เมอรีล สตรีฟ) และราพันเซล(แมคเคนซี่ มัวซี่) ที่ค่อนข้างรวบรัดตัดตอนไปมากๆ จะเห็นได้ว่าตัวละครทั้งสองนี้ได้บอกกับคนดูว่าการเลี้ยงดูลูกแบบไข่ในหินไม่ยอมให้ลูกสาวออกมาพบเจอความชั่วร้ายในโลกมนุษย์นั้นสุดท้ายเมื่อเด็กๆไม่สามารถยอมรับความผิดหวังได้พวกเขาก็เลือกความตายเป็นทางออก (ซึ่งราพันเซลในเวอร์ชั่นหนังนั้นอยู่ๆก็หายไปจากจอภาพยนตร์เสียดื้อๆ) 

 

ยิ่งไปกว่านั้นความตลกโปกฮาและภารกิจยั่วล้อความเป็นเทพนิยายดั้งเดิมนั้น เรียกได้ว่าการผูกเรื่องราวของซินเดอเรล่า, แจ็คผู้ฆ่ายักษ์, หนูน้อยหมวกแดงและราพันเซลนั้น เชื่อมกันด้วยเรื่องราวของคนทำขนมปังผู้อยากมีลูกได้อย่างคมคาย ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝีไม้ลายมือของบรรดานักแสดงนำทั้งหมดสามารถร้อง เล่น รับส่งอารมณ์กันได้อย่างลื่นไหล สนุกสนาน คงไม่มีใครเกลียดฉากที่เจ้าชายทั้งสองคนมาแหกปากร้องเพลงคิดถึงเจ้าหญิงของพวกเขาที่น้ำตกได้ลงหรอกจริงไหมครับ

 

ที่น่าเสียดายคือในส่วนของพาร์ทหลังที่พูดถึงความโกลาหลหลังจากที่ตัวละครได้รับสิ่งที่ต้องเองร้องขอกันไว้แล้วเรียบร้อย สุดท้ายตัวซินเดอเรล่าเองก็ไม่ได้มีความสุขกับเจ้าชาย ส่วนเจ้าชายก็ไม่ได้หยุดความเป็นนักรักของตนเอง คนขายขนมปังก็ไม่ได้รู้สึกว่าการมีลูกทำให้เขามีความสุข แม่มดก็ไม่ได้มีความสุขจากการที่คำสาปจากตัวเธอไป ตัวละครอื่นๆก็เช่นกัน พวกเขาไม่ได้มีความสุขมากขึ้นจากสิ่งที่พวกเขาร้องขอสักเท่าไหร่และเผลอๆชีวิตหลังคำขอพรนั้นย่ำแย่กว่าตอนแรกเสียด้วยซ้ำไป

 

บางทีปมของเรื่องราวทั้งหมดก็สามารถจำกัดความได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นตัวละครในเทพนิยายหรือมนุษย์จริงๆนั้นก็ไม่เคยมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองมีจนกว่าสิ่งที่มีอยู่จะได้จากไปแล้วนั่นเอง 

 

@พริตตี้ปลาสลิด

ให้ 4 คะแนนจาก 5 คะแนน