EXODUS GODS AND KINGS เปิดตำนานครั้งใหม่ของโมเสส

EXODUS GODS AND KINGS เปิดตำนานครั้งใหม่ของโมเสส
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

EXODUS GODS AND KINGS เปิดตำนานครั้งใหม่ของโมเสส

 

 

นี่เป็นหนึ่งในหนังฟอร์มมหึมาอีกเรื่องส่งท้ายปีนี้ ด้วยความที่หนังกลายเป็นอีพิคที่บอกเล่าเรื่องราวของโมเสสผู้ต้องทำภารกิจนำพาชาวอิสราเอลให้หลุดพ้นจากการตกเป็นทาสของชาวอียิปต์ พร้อมทั้งการเดินทางไปสู่ดินแดนพันธะสัญญาตามประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า 

 

อันที่จริงพล็อตเรื่องโมเสสนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกภาพยนตร์เลย ในปี 1956 ซีซิล บี. เดอมิลล์หยิบเรื่องราวในตำนานนี้มาเล่าผ่านหนังชื่อดังอย่าง The Ten Commandments ซึ่งหลายปีให้หลังจากนั้นก็มีการสร้างหนังเกี่ยวกับโมเสสนับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ยังไม่มีเรื่องไหนยิ่งใหญ่และอลังการเทียบเคียงเท่ากับหนังเรื่องนั้นจนกระทั่งการมาถึงของ EXODUS GODS AND KINGS โดยผู้กำกับชื่อดังริดลีย์ สก็อตต์

 

 

ริดลีย์ สก็อตต์ เปิดประเด็นว่าเขาตัดสินใจในการชะลอพัฒนาภาคต่อของหนังไซไฟอย่าง Prometheus และ Blade Runner ออกไปเพราะเขาอยากจะกลับมาทำหนังที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของศาสนาอีกครั้ง หลังจากที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเล่าเรื่องสงครามศาสนาใน Kingdom of Heaven ที่มีฉากหลังเล่าเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สงครามครูเสด 

 

อันที่จริงตัวริดลีย์ สก็อตต์เองก็ไม่ได้เป็นคนสนใจศาสนามากเท่าไหร่นัก แต่เขาอยากจะทำหนังเรื่องนี้ก็เพราะสนใจในตัวของ “โมเสส”  ว่าเขาอยากจะทำหนังที่สำรวจว่าชายคนนี้เป็นคนเช่นไร มีที่มีที่ไปอย่างไร และในหัวของเขากำลังคิดอะไรอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องทำความรู้จักถึงตัวตนว่าโมเสสกลายเป็นผู้นำของกองทัพได้อย่างไร และสร้างผลอะไรให้กับรามเสส จนความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องของทั้งคู่ต้องพังทลายและต้องกลายเป็นศัตรูที่ต้องห้ำหั่นกันเอง

 

 

ผู้ที่มารับบทเป็นโมเสสก็คือพระเอกเจ้าบทบาทอย่างคริสเตียน เบล ที่ต้องทำงานหนักมาก (โดยเฉพาะเรื่องการลดน้ำหนัก) และฟิตหุ่นให้เฟิร์มหลังจากที่เขาถ่ายทำหนังเรื่อง American Hustle ต้องไว้พุงจนย้อย นอกจากนี้เขาต้องพยายามอย่างยิ่งในการสลัดภาพโมเสสในเวอร์ชั่นเก่าที่รับบทโดยชาร์ลตัน เฮสตันให้หลุด เขาจึงต้องอ่านทั้งพระคัมภีร์โบราณและหนังสือเชิงประวัติศาสตร์อีกหลายเล่มเพื่อทำการบ้านก่อนมาเข้าฉากเสมอๆ