วิจารณ์หนัง Thor: The Dark World

วิจารณ์หนัง Thor: The Dark World
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

การสร้างสรรค์เรื่องราวของ Thor ภาคแรกถือเป็นส่วนเสริมสำคัญที่ทำให้จักรวาลหนังซูเปอร์ฮีโร่ของ Marvel สามารถขยายออกไปอย่างไม่มีขีดจำกัดและอยู่ในวิสัยของความสมจริง เป็นเหตุเป็นผลที่ยอมรับได้ ซึ่งความดีใน Thor ภาคแรกยังส่งผลให้ The Avengers กลายเป็นความสำเร็จในระดับที่ต้องเรียกว่าเป็นปรากฎการณ์ของวงการภาพยนตร์


และนั่นทำให้การกลับมาของเทพเจ้าธอร์ในภาค 2 หรือ Thor: The Dark World จึงเป็นอะไรที่มีความน่าสนใจในตัวอย่างมาก โดยไม่ต้องสนใจว่าเรื่องราวในหนังมันจะทำออกมาได้ดีแค่ไหน นอกจากนี้ Thor ภาคแรกยังสามารถสร้างสรรค์ตัวละครฝ่ายร้ายที่โดดเด่นและน่าจดจำอย่างมากนั่นคือ โลกิ ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับ ทอม ฮิลเดิลสตัน ที่การแสดงของเขาทำให้ตัวละครนี้โด่งดังยิ่งกว่าตัวของธอร์เสียอีก! 



Thor: The Dark World หันกลับมาให้ความสำคัญกับแอสการ์ดถิ่นกำเนิดของธอร์ ซึ่งดูมีหลายประเด็นที่ต้องจัดการ เช่น แกนเรื่องหลักอย่าง มหันตภัยร้ายแรงที่ถูกจองจำไว้มาช้านาน อาวุธทรงอานุภาพชิ้นใหม่ และแกนเรื่องรองอย่าง การสานต่อเรื่องราวความขัดแย้งในราชวงศ์กับโลกิ ปัญหาว่าทำไมธอร์ถึงไม่ไปหาเจนคนรัก ซึ่งเป็นปมที่มาจาก The Avengers สิ่งที่ถือว่าทำได้ดีมากๆ คือ การพาไปชมโลกแอสการ์ดที่ดูยิ่งใหญ่สมกับเป็นอาณาจักรที่มนุษย์เรียกว่าเทพเจ้า แต่กระนั้นก็มีความเป็นปุถุชนคนธรรมดา ที่มีประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ เพื่อสื่อให้เห็นว่านี่ไม่ใช่ดินแดนเทพเจ้าที่มนุษย์ต้องกราบไว้บูชาแต่อย่างใด แอสการ์ดก็คือดวงดาวหนึ่งหรืออีกพิภพหนึ่ง มีเกิด มีเจ็บ มีตาย เหมือนมนุษย์ เพียงแต่มีคุณสมบัติบางอย่างที่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ก็เท่านั้น เพื่อดึงให้ธอร์มีความเป็นซูเปอร์ฮีโร่มากยิ่งขึ้น! 


ผู้กำกับ อลัน เทย์เลอร์ ยังสานต่องานจากผู้กำกับ เคนเนธ บรานาห์ ได้ดี ในแง่ของความลงตัวระหว่างเรื่องเหนือธรรมชาติกับความเป็นวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้หนังในภาพรวมดูสนุก เหมือนกับจับหนัง Star Wars รวมเข้ากับ The Lord of The Rings ความยอดเยี่ยมอีกอย่างที่ถือก็คือ การสอดแทรกมุขหรือเกร็ดยิบย่อยต่างๆ ที่ลงตัวมากๆ ไม่ว่าจะเป็นมุขจิกกัดตัวละคร มุขตลกสถานการณ์ ปมที่วางไว้ตอนต้นและมาตบตอนหลัง หรือแม้กระทั่งการนำเอาวัตถุดิบจากหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ของตัวเองมาใช้ในแบบหวังผลเพื่อเชื่อมต่อไปยังหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นแบบที่เคยมีมา! ก็ทำดีกว่าเดิมมาก ซึ่งผลที่ได้ถือว่าคุ้มค่าและเป็นความเซอร์ไพรซ์ใน Thor: The Dark World ที่กำนันแด่แฟนเดนตายของพวกเขาอย่างแท้จริง! (ผลข้างเคียงคือการประชาสัมพันธ์ซูเปอร์ฮีโร่ในเครือตัวเองได้แบบเนียนๆ)


คริส เฮมเวิร์ธ ยังรับหน้าที่ธอร์ได้เป็นอย่างดีที่มีทั้่งความแข็งแกร่งและอ่อนโยน เช่นเดียวกับ นาตาลี พอร์ตแมน ที่ยังคงเป็น เจน ฟอสเตอร์ ที่ดูฉลาดและเด็ดเดี่ยว แต่ตัวละครที่ทำให้ผู้ชมตรงหลงรักอย่างแท้จริง นอกจาก โลกิ ที่รับบทโดย ทอม ฮิลเดิลสตัน ที่ยังคงเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนในตัวสูงเช่นเคยแล้ว ยังมี เดซี่ เลวิส เพื่อนสาวเนิร์ตของ เจน ที่รับบทโดย แคท เดนนิ่งส์ และ เรเน่ รุซโซ่ ในบท ฟริกก้า ภรรยาแห่งมหาเทพโอดิน ที่การแสดงของทั้่ง 2 โดดเด่น และทำให้ Thor: The Dark World เป็นหนังที่มีตัวละครรองน่าจดจำมากกว่าตัวละครหลัก! แต่ก็ใช่ว่าการสร้างตัวละครจะทำได้ดีไปเสียหมด ตัวละครร้ายหลักของเรื่องซึ่งในภาคนี้คือเอลฟ์แห่งความมืด เมลาคิธ ที่แม้ประวัติความเป็นมาจะดูร้ายกาจ แต่ยังดูเป็นตัวร้ายมิติเดียวไม่มีอะไรน่าจดจำ ซึ่งการสร้างตัวละครร้ายใน Thor ยังคงเป็นปัญหาที่มีมาตั้งแต่ภาคแรกและยังแก้ไขไม่สำเร็จ!


ฉากแอ็คชั่นและเทคนิคพิเศษอันเป็นจุดขายสำคัญ ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างดีและมีความหลากหลาย ทั้งการต่อสู้ในรูปแบบของสงคราม และการต่อสู้แบบตัวต่อตัว การออกแบบฉากแอ็คชั่นที่ใช้ประโยชน์กับเรื่องของมิติและเงื่อนไขของเวลา ทำให้ภาคนี้มีฉากแอ็คชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจและดูยิ่งใหญ่ไม่แพ้ The Avengers เลยทีเดียว!


Thor: The Dark World เป็นการสานต่อเรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่ธอร์ได้อย่างน่าพอใจ แม้จะมีการทิ้งปมปริศนาบางอย่างไว้ รวมไปถึงการทำตัวเป็นสะพานในขยายเส้นทางไปสู่หนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ (ตามธรรมเนียมหนังซูเปอร์ฮีโร่ทุกวันนี้) จะทำให้ตัวหนังโดยรวมมีความไม่สมบูรณ์ แต่ของแถมหลังจบเครดิตถือเป็นความโรแมนติกที่ไม่ใจร้ายกับตัวละครจนเกินไป และเป็นสิ่งส่วนที่ช่วยเติมเต็มให้หนังธอร์ภาคต่อเรื่องนี้ มีดีกว่า Thor ภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด!


Thor: The Dark World ผมให้ 4 / 5


@Chamanz13

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่