คุยกับ 'โบ' ถามถึง 'จอยซ์'
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060

คุยกับ 'โบ' ถามถึง 'จอยซ์'

แชร์เรื่องนี้
ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้วหากใครไม่รู้จักศิลปินสาวดูโอ "โบ - จอยซ์" ( สุรัตนาวี สุวิพร - พรพรรณ รัตนเมธานนท์ ) ในนามของ "ไทรอัมพ์ส คิงด้อม" ว่ากันว่าคนๆ นั้นได้นำพาชีวิตของตนเองล่วงเลยผ่านพ้นช่วงชีวิตวัยรุ่นไปเรียบร้อยแล้ว เกือบจะ 3 ปีแล้วที่ไม่มีชื่อของ "ไทรอัมพ์ส คิงด้อม" ออกมาให้ได้ยินกัน เพื่อเป็นการทดแทนความรู้สึกคิดถึงและปัญหาอีกมากมายที่ยังคลุมเครือ Life & Entertainment เลยจับเอาสาว "โบ" มานั่งเจรจากันเสียเลย เล่าเรื่องตอนสมัยเด็กๆ ให้ฟังหน่อยว่าเป็นอย่างไร? โบเป็นคนกรุงเทพ เกิดที่โรงพยาบาลพญาไท เข้าเรียนอนุบาลที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนท์ ก็จะเป็นโรงเรียนผู้หญิงล้วน แล้วก็เป็นเพื่อนกับจอยซ์มาตั้งแต่อนุบาลนี่เลย นิสัยโบก็จะติดเพื่อนมากอยู่มาตั้งแต่อนุบาลจนถึงม.3 เริ่มติดเพื่อนอย่างที่บอกมีความรู้สึกว่าไม่อยากเรียนเลย ก็จะโดดเรียนซะส่วนใหญ่ (หัวเระ) แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ในเรื่องการเรียน ทำเป็นไม่สนใจเรียน ทำตัวเป็นเด็กดื้อ แต่ในจิตใจลึกๆ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ไม่ดื้อ แต่แบบว่าอยากโชว์ แต่งตัวก็ต้องผิดระเบียบนิดนึง เหมือนกับว่าเขาตั้งกฎมาเราก็ต้องฝ่าฝืน แต่สุดท้ายก็เคารพแหละไม่ใช่ไม่เคารพแล้วก็พอจบม.3 ก็มาเรียนต่อม.4 ที่เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการเพราะว่าบ้านอยู่ใกล้แถวนั้น จริงๆ ก็ไม่อยากแยกกับเพื่อนเพราะเพื่อนส่วนใหญ่อยู่เซนต์โยฯ กันหมด พอมาอยู่เตรียมพัฒนาการเป็นอะไรที่ตั้งใจมาก เพราะไม่มีเพื่อนก็มีเพื่อนที่ย้ายมาจากโรงเรียนเดียวกัน 3 คนแต่ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ก็คบกันแค่นี้ 3 คนไม่มีอะไรทำก็ต้องเรียน แล้วมันเป็นโรงเรียนรวมด้วย เราก็ทำตัวไม่ถูก อย่างเรานั่งไม่เรียบร้อยครูก็จะว่าแล้ว อาจจะไม่ชินแต่ตอนหลังก็ต้องปรับ มีบ้างคนที่ไม่ชอบแต่หลังรู้จักกันมากขึ้นก็รู้ว่านิสัยโบเป็นยังไง พอมาออกเทปก็ดังเลย? ก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยทำอะไรมาก่อน โฆษณาก็ไม่เคยถ่าย ตอนเด็กๆ จะไม่ชอบ เพราะเราเพื่อนเยอะหลายโรงเรียนแค่นี้ก็คนรู้จักเยอะแล้ว อาจจะเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีทั้งโบแล้วก็จอยซ์ก็เลยเพื่อนเพียบ มาทำงานเพลงได้อย่างไร เริ่มจากว่าโบนี่เป็นเพื่อนของน้องชายพี่สมกียรติ (อริยะชัย พาณิชย์) ตั้งแต่เด็ก โบรู้จักพี่สมเกียรติมาตั้งแต่โบอยู่ชั้น ป.6 เห็นเราตั้งแต่เด็กจนโตขึ้น เห็นว่าเรามีพัฒนาการเขาก็เลยสนใจว่านี่นะเขามีโปรเจ็กต์แบบหนึ่งเห็นว่าโบกับจอยซ์เป็นเพื่อนกันอยากได้ฟิวส์เป็นเพื่อนกันก็เลยได้มาทำ แล้วพอมาทำได้อัลบั้มเดียวก็งงเลยนะเพราะตอนนั้นโดนมาก แล้วโบก็จะให้สัมภาษณ์แบบว่าตามสไตล์เราบางครั้งอาจจะฟังว่าแรงไป แต่โบก็สงสัยว่าทำไมเขาต้องมาว่าโบ พ่อแม่ยังไม่เคยว่าเราเลย ตรงนี้ไม่เข้าใจ แต่ว่าพอเราโตขึ้นเรื่อยๆ เราก็จะเห็นว่าโลกมันไม่ได้มีเฉพาะบ้านโบ ไม่ใช่มีแค่สยามฯ ประเทศไทยไม่ได้มีแค่ 10,000 คนที่โบรู้จัก คือมันมีอีกตั้งหนึ่งหมื่นกว่าล้านคนที่เราไม่รู้จักที่เขามองเราอยู่ อย่างน้อยเข้ามาตรงนี้แล้วเราต้องทำตัวให้ดี ย้อนเหตุการณ์ตอนที่ประกาศยุบ "ไทรอัมพ์ส คิงด้อม" ไม่อะไรเลย จนถึงทุกวันนี้โบกับจอยซ์ยังไม่เคยทะเลาะอะไรกัน ยังคุยกันอยู่ คอนเสิร์ตเขาก็ยังขึ้นกับโบอยู่เลย ปีใหม่ก็เพิ่งเคาท์ดาวน์ด้วยกัน อาจเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ออกสื่อด้วยกันมากกว่า ถ้าถามว่าทำไมเขาถึงไม่เข้ามาทำงานตรงนี้ก็เพราะใจเขาไม่อยากออกและจอยซ์เป็นคนที่มั่นใจในตัวเองสูงมาก ในเมื่อทำแล้วมีปัญหาทำแล้วโดนด่าเขาบอกเขาไม่ทำ ไม่รับ ไม่ให้สัมภาษณ์ เขาเบื่อเขาเซ็งเลย อย่างงานรับปริญญาโบเขารู้ว่าคนเยอะเขาก็บอกว่าไม่มาได้มั้ย แต่ไปขึ้นคอนเสิร์ตแทนเพราะขึ้นคอนเสิร์ตไม่จำเป็นต้องให้สัมภาษณ์ใคร เนื่องด้วยเป็นเพื่อนเราจึงเข้าใจเพราะอะไรอัลบั้มชุดที่ 3 จึงไม่ให้ออกโปรโมท เขาก็จะบอกมีงานเข้ามาไม่ไปได้มั้ยจอยซ์ไม่แฮ็ปปี้ในเมื่อเพื่อนเราไม่มีความสุขแล้วเราจะทำทำไม ความรู้สึกโบก็เลยบอกกับทุกคนว่าไม่เป็นไรไม่รับ เพราะบางทีโบเคยไปคนเดียวและมันรู้สึกไม่ดี ก็โอเคจบแค่นี้ก็ได้ จริงๆ จอยซ์จะไม่มีปัญหาตรงนี้อัลบั้มนี้หมด มันก็หมดสัญญาอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับสัญญาหรือเปล่าแต่เขาบอกว่าไม่ทำ อยากทำงาน ก็บอกว่ารออีก 2 ปีนะจะกลับมาทำด้วย ถึงตอนนั้นคงหน้าแก่ไปแล้ว(หัวเราะ) คือยังคุยกันอยู่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเลย เพื่อนโดนด่าเยอะมากๆ โดนว่าท้อง คือถ้าเป็นข่าวจะยิงประเด็นที่จอยซ์เลย ซึ่งขี้เกียจจะพูด คืออาจเป็นเพราะตอนที่เขาอ้วนขึ้นจากเดิมที่เคยผอมมากๆ แต่ว่าแต่ก่อนรู้ไว้เถอะค่ะว่าจอยซ์อ้วนกว่านี้อีกตอนที่เซ็นต์โยฯ แล้วมันท้องได้ไงมันท้องโบก็ต้องรู้ซิ ในความรู้สึกโบ แล้วมาบอกว่าจอยซ์ไปฝรั่งเศสไปทำแท้ง เป็นไปได้ไงเขาไม่เคยไปเมืองนอกเลย ก็มีครั้งหนึ่งไปนิวซีแลนด์ไปหาที่เรียนก็ไปแค่แป๊บเดียว ไม่มีที่เรียนกลับมาเรียนเมืองไทย ซึ่งแบบคิดกันได้ไง งง คนเราถ้าท้องจริงๆ มันต้องรู้ เพื่อนๆ ก็โทรมาถามเราก็บอก ฟังหูไว้หูเถอะ บางที่พวกที่เขียนอักษรย่อใช่ว่าเขาจะรู้มันไม่แน่นอนอย่าเดามั่ว เขาเป็นฝ่ายเสียหายแต่จอยซ์มันก็ไม่แคร์นะ ถ้าเป็นโบก็แคร์เหมือนกันในเมื่อเราไม่ได้ทำแบบนั้น ทั้งกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งการทำงานหนักที่ดูเหมือนว่าจะเสียช่วงเวลาของชีวิตวัยรุ่นไป มันคุ้มมั้ย? คุ้มค่ะ เพราะชีวิตไม่ได้เสียอะไรไปเลย โบก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ แต่ว่าโบต้องเป็นวัยรุ่นที่มีความรับผิดชอบต่อคนอื่น ต้องเหนื่อยกว่าคนอื่น เราต้องเจอคนเยอะแล้วบางทีรู้หน้าไม่รู้ใจ โบก็คิดว่าเขาดีกับเราแต่ความจริงเขาก็มองเราในอีกมุมหนึ่งมันก็เป็นแบบนี้ จากการที่เจอคนแบบนั้นมาเยอะๆ มันก็ดีเหมือนกันแต่โบก็ไม่รู้สึกหรอก พี่สุกี้เขาบอกโบว่าสักวันหนึ่งโบจะต้องผิดหวังในตัวคนแล้วโบจะเสียใจมาก เขาไม่อยากให้เจอแบบนั้นไม่อยากให้เราเปิดใจกว้างมากเกินไป เพราะโบจะเต็มร้อยกับทุกคน โบจะดำเนินชีวิตให้แบบง่ายๆ นะ จะไม่ค่อยสร้างปัญหาให้กับตัวเองเท่าไหร่ ในเมื่อเขาเตือนมาแล้วเราก็ฟังแต่ถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ยอมรับว่าเป็นเพราะตัวเราเองไม่ใช่ไปนั่งโทษคนโน้นคนนี้ เพราะความจริงก็ฟังไว้นะคะแต่โบจะเป็นคนที่เชื่อตัวเอง จะไม่ค่อยทำตามเป็นนิสัยที่แบบโบจะฟัง ตั้งแต่พ่อแม่แล้วคือจะฟังทุกอย่าง แต่พ่อแม่จะสอนให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง อย่างเด็กจะแบบว่าเกเรเขาก็ไม่ว่านะเขาจะเตือน แต่สุดท้ายคนที่แย่ก็คือตัวโบเอง แต่บางทีก็แอบคิดนิดนึงนะว่าทำไมแม่ไม่ห้ามถ้าแม่ห้ามโบก็ไม่เป็นแบบนี้แล้ว แม่ก็บอกนี่แหละถ้าไม่ลองด้วยตัวเองก็ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บ อย่างเรื่องอกหักครั้งแรก โห รักเต็มที่ให้ทุกอย่าง สรุปเขาก็ไปมีคนอื่นก็นอนร้องไห้นั่งกินเหล้าที่บ้านเมาอ้วกแตกเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นอายุเท่าไหร่? อายุ16 มีแฟนครั้งแรก แต่ก็เป็นแฟนกันไม่นาน คือจะคิดว่าแบบคนนั้นจะต้องแต่งงานกับเรา คิดขนาดนั้นเลย ทั้งที่คบกันแค่ประมาณ 5 - 6 เดือน แต่พอมองย้อนกลับไปก็เออนะเราก็ไม่ได้มีเวลาให้เขา ไม่ได้ออกไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ แค่คุยโทรศัพท์เขาคงไม่แต่งงานกับเราหรอก ถือเป็นช่วงย่ำแย่ที่สุดในชีวิต? จริงๆ ที่แย่ที่สุดในชีวิตก็เป็นช่วงอกหัก อาจเป็นเพราะตอนนั้นเรายังวัยรุ่นมากๆ ที่แบบมันบริสุทธิ์มันอยากจะตาย เหมือนกับล้มเหลวไม่เหลือใครแล้วซึ่งความจริงๆ มันไม่ใช่ก็แค่เรื่องคนๆ เดียว ยังมีพ่อแม่ก็ยังรักเราจะตาย ญาติพี่น้อง เพื่อนอีกเยอะแยะ โบถึงขนาดโทรไปหาเพื่อนๆ บอกไม่ไหวแล้วนะลาก่อน อีกช่วงที่ย่ำแย่...เรียกว่าเซ็งๆ มากกว่าก็ตอนออกเทปชุดแรกก็จะโดนด่าเยอะมาก แม่ก็บอกว่าโบไม่เป็นไรนะไม่ต้องไปสนใจเขา ที่บ้านเขาให้กำลังใจ เสื้อผ้าออกเทปชุดแรกแม่กับพี่ชายซื้อให้ คือเสื้อผ้าชุดแรกโบจะบอกว่าโบไม่ได้ขอตังค์ที่เบเกอรี่เลย (หัวเราะ) แต่เรางงว่าทำไมเราถึงโดนอยู่คนเดียว ชีวิตตอนที่เป็นไทรอัมพ์ส คิงดอม เป็นอย่างไร? ความจริงมันก็ปกติดีนะ แต่แค่โบจะต้องระวังอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น เพราะว่าอย่างสมมุติว่าผู้ใหญ่มองเราเขาอาจจะมองว่าเราเด็กก็ได้ แต่อีกมุมหนึ่งเขาอาจจะมองว่าเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี แต่อย่างโบถ้าจะให้มองย้อนกลับไปช่วงนั้นโบก็เด็กมีหลายๆ อย่างที่พูดไม่ดี ก็เราเป็นเด็กแต่พอเราโตขึ้นก็รู้สึกว่าไม่น่าทำยังไงเลย พูดถึงชีวิตมันก็เหมือนเดิมไม่ได้มีอะไรแตกต่างเท่าไหร่ แค่แต่ก่อนเราไม่เคยทำงานแต่ก็เป็นการทำงานที่สนุกเพราะเราได้อยู่กับเพื่อนเรา ถ้าโบไม่ได้อยู่กับจอยซ์ตอนนั้นอาจจะไม่สนุกก็ได้เพราะมันเป็นเด็กมาก เปรียบเทียบกับชีวิตในตอนนี้? โบโตขึ้นเยอะมากจนหลายคนบอกว่าโบแก่เกินไป ( หัวเราะ ) คือโบจะคิดแทนทุกอย่างมุมมองอะไรหลายๆ มุม ซึ่งโบก็โตแล้วนะเรียนก็จบแล้วแต่เพื่อนในวัยเดียวกันเขาจะไม่คิดเหมือนโบ เขาจะแบบว่าอยากทำอะไรที่ตัวเขาอยากจะทำ แต่โบจะทำในสิ่งที่ควรทำ ตอนนี้คือไม่ได้มองตัวเราคนเดียวแล้วกลายเป็นว่าแคร์สังคมมากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่ฉันจะเป็นแบบนี้ใครจะทำไม ไม่ต้องมายุ่ง ทำอะไรคิดหน้าคิดหลังให้ดี โบ 23เอง ความจริงก็ไม่ได้โตขนาดเข้าใจไปซะทุกอย่างแต่เพื่อนก็บอกดีแล้ว หน้าก็ไปก่อนวัย ( หัวเราะ ) จริงๆ จะมีข่าวหรือไม่มีข่าวมันอยู่ที่ตัวบุคคลมากกว่า โบพูดจริงๆ ถ้าอยากให้เป็นข่าวใครก็ทำได้ แต่คนที่ไม่อยากเป็นข่าวมันก็มี ไม่ใช่จะมีแต่ข่าวไม่ดีนะคะ แต่ส่วนใหญ่ข่าวที่จะขายแล้วให้คนอื่นหันมาสนใจมันก็คือข่าวที่ไม่ดีไปเที่ยวโน้นนี่ คบคนโน้นคนนี้ แต่ซึ่งตอนนี้โบมีแฟนคนเดียวคบกันปีที่ 3 แล้วไม่เคยไปไหนกับใครทุกคนก็เป็นเพื่อนโบแค่นั้นเรื่องผู้ชายตัดไป แล้วไปเที่ยวงานเยอะก็เลยไม่ได้ไป มีวิธีจัดการกับปัญหาที่มันวุ่นวายอย่างไร? โบไปบวชมา 3 ครั้งแล้วในชีวิต บวชชีพราห์มไม่ได้โกนหัว คือไปอยู่วัดมาประมาณ1 อาทิตย์ 10 วัน วัดที่จะไปอยู่ที่เขาค้อ เงียบไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีสัญญาณ แล้วก็ไปวัดอโศการามที่เชียงใหม่ คือตั้งแต่อายุ15 ที่อยากทำแบบนี้ รู้สึกว่ามีปัญหามันร้อนๆ ในตัวเองมากๆ มันคิดมากวุ่นวายใจไม่ยอมปล่อยวาง แต่พอไปอยู่ตรงนั้น ครั้งแรกไปที่วัดอโศการามไปกับแม่นมโบก็มีนุ่งขาวห่มขาวประมาณ 50 คนก็ยังรู้สึกเฉยๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ แต่พอดีตอนที่ไปวัดป่ารู้สึกเลยว่าเงียบ เราปล่อยวางอาจเป็นเพราะตอนนั้นโบทำงานเยอะด้วยแล้วไม่ต้องคิดถึงอะไรเลย สบายไม่ต้องมานั่งกังวลพรุ่งนี้เราต้องทำอะไร มีใครรออยู่ที่บ้านหรือเปล่า วันนี้เราต้องรีบไปรับแม่ไปไหนหรือเปล่า พี่ชายเราจะไปทำงานกลับกี่โมง เหนื่อยมั้ย วันๆ ไม่ทำอะไรเลยนั่งสมาธิแล้วก็นอน แล้วโบก็คุยกับหลวงพี่บอกว่านี่อาจเป็นเพราะว่ามันเป็นมารทำให้เราทำสมาธิ แต่มันก็สบายดีนะ โบเคยนั่งสมาธิ 2 ชั่วโมงรู้สึกเหมือนมีไฟอะไรไม่รู้พุ่งมาใส่โบแล้วตกใจ แต่ก็นิ่งมาก คือตอนแรกอาจจะเป็นเหน็บนานเลยแหล่ะ แล้วมันหายไปเลยหรือว่ามันชาจนมันตายไปแล้วไม่รู้ หลวงพ่อก็บอกว่ามันเป็นมาร ท่านก็จะเทศน์ให้ฟังตลอด ช่วยได้มั้ย? ไม่ได้ (หัวเราะ) คือช่วยได้ 2 วัน สาบานเลยกลับมา 2 วันโบจะสบายใจ๊ สบายใจ คือไปเราต้องตื่นเช้าเพื่อที่จะทำอาหาร เสร็จแล้วก็จะต้องทำวัดเช้ากว่าจะเสร็จก็ต้องฉันท์เพล หลังจากฉันท์เพลทุกอย่างจะอยู่ในความสงบไม่มีใครพูดอะไรกัน กลับมาบ้านก็ธรรมะอยู่ได้ 2 วันทำอะไรก็สบายใจ แต่พอขึ้นวันที่ 3 จะเริ่มอะไรวะ เคยมองตัวเองมั้ยว่านิสัยอะไรที่รู้สึกว่าไม่ดีที่สุด? เคย โบจะป็นคนที่ขี้หงุดหงิด คือถ้าทำอะไรจะเป็นวางแผนแล้วถ้ามีวันหนึ่งมีอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับตัวเรามันจะหงุดหงิดมาก คือจะหงุดหงิดด้วยตนเองแล้วจะรู้สึกไม่สบายใจ แล้วจะกังวลเรื่องเวลามากกลัวว่าคนอื่นมารอ กลัวต้องไปรอคนอื่น สักวันหนึ่งอยากให้มีอะไรที่กำหนดได้ว่าเวลานี้เป๊ะนะโบไม่อยากให้ใครต้องมารอโบมันรู้สึกผิดแล้วมันจะไม่สบายใจไปเอง เป็นนิสัยส่วนตัวที่เราไม่ชอบคนอื่นเขาไม่รู้หรอกว่าเราเป็นอะไร ตอนนี้ในความรู้สึกของตัวเราเองมันเป็นอย่างไร? โบเปลี่ยนไป แบบเกรงใจแบบสุดๆ ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน โบไม่อยากให้ใครต้องบ่น ไม่อยากให้ใครต้องคิดมาก อย่างโบเห็นคนเล่นละครแล้วมาช้าถึงจะไม่ใช่ตัวเด่นแต่เราก็ต้องรอเขาอยู่ดี ก็มีคนตาม เห็นเขาหน้านิ่วคิ้วขมวดเห็นแล้วก็สงสารนะ ก็เลยพยายามทำตัวเราให้ดีที่สุดเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระเขาอีก ตอนนี้โบพยายามทำงานไปเรื่อยๆ แต่ว่าไม่อยากขึ้นไปทำงานหนักๆ รู้สึกว่าทรมานตัวเองยังรู้สึกเลยว่าช่วงนี้จะผอมลงมาก ทำงานช่วงแรกผอมลงจนทุกคนคิดว่าไม่สบายหรือเปล่า ถึงตอนนี้แฮ็ปปี้เพราะโบจะไม่รับงานเยอะ ซึ่งตอนนี้ก็มีงานดีเจ ( "EFM" 93.5 MHz. ) กับพิธีกร งานเพลงไปถึงไหนแล้ว? จริงๆ บอกได้เลยว่ามันเสร็จแล้ว ความจริงโบจะออกตั้งแต่กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว แต่ว่าทางพี่บอย ( บอย โกสิยพงษ์ ) เขาคุยกันมาแล้วว่ามันยังไม่เปลี่ยน มันยังเป็นโบ - จอยซ์ ภาพที่เขาต้องการคือบุคคลิกของโบ ตัวของโบที่ออกมาจริงๆ แล้วก็คือรื้อทำใหม่หมดเลย ก็เป็นเพลงแนวเต้นรำนั่นแหล่ะค่ะ แต่ก็จะโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คงอีกสอง - สามเดือนจะออกมา กลุ่มคนฟังโบคงไม่สามารถพูดได้หรอกค่ะว่ากลุ่มเป้าหมายโบคืออะไร เพราะไม่รู้จริงๆ แต่ถ้าถามว่าทำเพลงเพื่ออะไรโบแค่อยากให้คนฟังสนุกดี อยากให้เป็นทุกวัยมากกว่า สุดท้ายแล้ว พูดถึงเพื่อนที่ชื่อจอยซ์หน่อย? เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับโบแต่จอยซ์จะเป็นคนไม่รับผิดชอบ ( หัวเราะ ) นี่เป็นสิ่งที่โบพูดกับเขาตั้งแต่ออกเทปชุดแรก เขาก็จะบอกโบขอร้องอย่าว่าจอยซ์ไม่รับผิดชอบได้มั้ย...โบก็ยังพูดอยู่ทุกครั้งว่ามันไม่ใช่เรื่องงาน มันคือทุกเรื่อง มันคือเรื่องเรียน เป็นความรับผิดชอบต่อตัวเอง คือจอยซ์เป็นคนขี้เซามาก ก็เข้าใจนะเวลาคนไปปลุกก็จะเอาไม้เขี่ยๆ ( หัวเราะ ) อย่างโบนี่จะไม่ไปพาลคนอื่น แต่จอยซ์นี่จะแบบว่าอย่ามายุ่ง อย่ามาปลุก ถ้าเหนื่อยจะเป็นอะไรที่โวยวายมาก แต่พี่ทุกคนที่เบเกอรี่จะรักจอยซ์ไงถือว่าเป็นน้องรักกันดีไม่มีอะไร อย่างไปขึ้นคอนเสิร์ตเมื่อวันเสาร์ที่แล้วรู้เลยว่าถ้าไม่ใช่โบพูดเขาคงไม่มา คือโบอยากบอกกับทุกคนว่านิสัยเขาเป็นแบบนี้มาตั้งนาน ไม่ใช่พอดังแล้วจะหยิ่งหรือว่าทำนิสัยไม่ดี

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ ของ คุยกับ 'โบ' ถามถึง 'จอยซ์'

คุยกับ 'โบ'  ถามถึง 'จอยซ์'
คุยกับ 'โบ'  ถามถึง 'จอยซ์'
คุยกับ 'โบ'  ถามถึง 'จอยซ์'
คุยกับ 'โบ'  ถามถึง 'จอยซ์'