"น้อย โพธิ์งาม" สุดช้ำ ถูกไล่ให้ขายตัว

กลายเป็นข่าวฮือฮาเป็นอย่างมากหลังดาวตลกหญิงชื่อดัง "น้อย โพธิ์งาม" หรือนางอัญชุลี โพธิ์งาม แม่ของ "ญาญ่า ญิ๋ง" วีรวัลย์ โพธิ์งาม นักร้องวัยรุ่นชื่อดังจากค่ายแกรมมี่ฯ และนางเอกละครเรื่อง "ฝากดินกลิ่นดาว" ได้ถูกดำเนินคดีเช็คเด้งก่อนจะถูกบรรดาเจ้าหนี้ต่างๆ ออกมาแฉถึงตัวเลขที่ตลกหญิงชื่อดังเป็นหนี้อยู่ซึ่งมีจำนวนสูงถึงสิบกว่าล้านบาท "จริงๆ เราไปคุยกับเจ้าหนี้แล้วเรื่องที่จะผลัดผ่อน แต่ว่าเจ้าหนี้ไม่ยอมและไปแจ้งตำรวจ เราก็บอกกับตำรวจไปว่าเราจะไม่ทำอะไร ไม่คุยด้วย ถ้าไม่ได้คุยกับเจ้าหนี้แต่ว่าทางนั้นเขาก็ไม่ยอมคุยกับเรา ปิดมือถือ วันที่มีข่าวลงก็คือออกจากโรงพักไม่ได้ ก็มีตำรวจที่ปากน้ำมาประกันให้ ซึ่งก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ว่าเราเคยไปช่วยงานเขา ก็ได้ประกันออกไป" ตลกรุ่นใหญ่เปิดเผยก่อนที่จะเล่าถึงต้นตอของเรื่องทั้งหมด "ต้นเหตุของหนี้มันเริ่มจากการเล่นแชร์ มันทีทั้งหมดล้านสี่ 14 มือ คนที่เล่นก็เป็นตลกเพื่อนที่รู้จักกันแล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเขากำลังเดือดร้อนเรื่องเงินเขาบอกว่าถ้าเขาไม่ได้เงินเขาอาจจะโดนนั่งยาง เราก็ให้เล่น แล้วพองวดที่สองเขาก็เปียเลยได้เงินไปล้านกว่าๆ แล้วหลังจากนั้นเขาก็เงียบหายไป ไม่ส่งอีกเลย" "เราก็ต้องรับผิดชอบ ก็คือต้องส่งต่อเดือนละประมาณ 3 แสนบาท ซึ่งตอนนั้นเราไม่มีงานทำแล้วเราก็กำลังดาวน์บ้านอยู่ รถด้วย มันก็ยิ่งเยอะขึ้นๆ" โดนเจ้าหนี้ขู่จะให้ข่าวเพื่อทำให้ชื่อเสียงเสียหาย "หลายๆ ครั้งที่มีเจ้าหนี้มาขู่เขาก็บอกว่าจะเอาข่าวไปให้นักข่าวถ้ายังไม่ยอมใช้หนี้ แล้วช่วงนั้นลูกเราก็กำลังเข้าวงการเราก็ไม่อยากให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็เลยต้องไปยืมอีกคนมาเพื่อมาโปะ ทีนี้ก็กลายเป็นลูกโซ่ ต้องไปยืมคนนั้นคนนี้มาต่อกันไปเรื่อยๆ ตอนนั้นมีเจ้านี้ทั้งหมด 5 ราย ในช่วง 6 - 7 ปี เบ็ดเสร็จเป็นเงินค่าหนี้แชร์ 5 ล้าน เงินกู้ข้างนอกอีก 9 ล้าน 3 หมื่นกว่าบาท" "ส่วนดอกเบี้ยมันก็มีตั้งแต่ร้อยละ 3 ร้อยละ 10, 15, 20, 25 แล้วก็ 30 ก็มี เงินต้นจริงๆ มันไม่ได้เยอะมากนะบางเจ้าก็ 1 แสน 2 แสนแต่ที่มันเยอะมันมาจากดอก ตอนนี้ก็ส่งดอกวันละ 2 พัน ก็มี จนบางครั้งเราต้องขอคุยกับเจ้าหนี้ขอให้หยุดดอกไว้ก่อนเพระมันไม่มีทางส่งได้ทัน แต่เราจะขอทยอยใช้เงินต้นให้ ซึ่งบางคนเขาก็ยอม แต่ว่าบางคนเขารู้ว่าเราเป็นคนรักลูก เขาก็จะขู่เราว่าถ้าเราไม่เอาเงินเขาจะเล่นถึงตัวลูกให้เสื่อมเสียชื่อเสียงไปเลย" ตลกหญิงชื่อดังบอกต่อไปด้วยว่าที่ตนเองรู้สึกเจ็บใจมากๆ ก็เพราะเรื่องทั้งหมดนั้นตนเองแทบจะไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้นมา แถมหลายๆ ครั้งก็โดนหลอกให้ทำงาน โดนหลอกให้เซ็นค้ำสัญญาคนอื่นจนกระทั่งในตอนนี้ชื่อของตนเองนั้นไปอยู่ในแบล็คลิสต์ของทางธนาคารเรียบร้อยแล้ว "ครั้งหนึ่งเคยมีคนมาบอกว่าจะให้เราทำรายการเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ของช่อง 5 ตรงนั้นก็หมดไปประมาณ 2 ล้านสี่ ค่าเทป ค่าห้องตัด ค่าทีมงาน ทำไป 4 ตอน เหลืออีก 4 วันก็จะออกอากาศตามที่เขาบอก ปรากฏว่ามันก็ไม่ได้ออก เราก็ไปคุยกับช่อง 5 ทางนั้นเขาก็ไม่รู้เรื่องอะไร แล้วก็บอกไม่มีตรงนี้" "ส่วนเรื่องเงินเก็บนั้นต้องบอกว่ามันจมไปหมด อยู่ในบ้าน ในรถ ค่าดอก อะไรนั่นแหละ อย่างช่วงที่ละครหมอลำซัมเมอร์กำลังดังพอเจ้าหนี้รู้เขาก็เข้าใจว่าเราจะได้ตังค์จากตรงนั้นเยอะ แล้วทุกคนก็เร่งรัดมาทั้งตอนที่กำลังถ่ายละครอยู่ เราก็ต้องไปเคลียร์กับเจ้าหนี้" "เราก็ต้องหยิบไปยืมคนอื่นมาให้ ส่วนเรื่องงานโชว์ตัวที่ตามสัญญาจะต้องมีไปโชว์ตัวตามที่ต่างๆ คิดๆ แล้วก็ประมาณ 40 งาน งานละ 5 หมื่น แต่ว่ามันก็มีเรื่อง คือมันมีงานที่ยะลาเป็นงานภรรยาผู้ว่าฯ อะไรนี่แหละ แต่ว่าตอนนั้นเราติดงานอยู่งานหนึ่ง ก็วุ่นวายมาก ก็รีบไปที่ดอนเมืองก็วุ่นวายกันทั้งสนามบินดอนเมืองเลย ปรากฏว่าไม่ได้ไป ภรรยาเขาโกรธมาก ตรงนี้เราก็โดนปรับไปหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท เขาก็เร่งเร้าให้เราจ่ายจ่ายภายใน 5 วัน" "และก็เพราะสัญญาตรงนั้นแหละที่มันทำให้เราขยับไปไหนแทบไม่ได้ ทางคนอื่นๆ เขาก็ไม่กล้าจ้าง ซึ่งสัญญามันก็เพิ่งจะหมดไปเมื่อเดือนเมษาฯ นี้เอง" ส่วนกรณีที่ว่ากันว่าเป็นเพราะตลกรุ่นใหญ่นั้นไปติดการพนันนั่นเองจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีหนี้สินท่วมหัวขนาดนี้ น้อยบอกว่าตรงนี้ตนเองกล้าท้าสาบานเพราะแม้แต่ไพ่ก็ยังไม่รู้จักเลยแล้วจะไปเล่นได้อย่างไร "ตรงนี้สาบานได้เลย แม้แต่ไพ่เนี่ยยังไม่รู้จักเลย แล้วจะไปเล่น ไปจับได้อย่างไร" "ที่เป็นหนี้เมื่อ 4 - 5 ปีที่แล้วใช้เกือบจะหมดแล้ว แต่ว่าหนี้ที่เป็นอยู่ตอนนี้ 9 ล้านว่ามันเกิดเมื่อ 1 - 2 ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เราไม่มีงาน ก็ต้องกู้ยืมเขา" ท้อแท้จนอยากจะฆ่าตัวตาย แต่เพราะลูกนั่นเองที่ทำให้(ต้อง)มีชีวิตอยู่ได้ "ก็จะพยายามคิดว่ามันเป็นเรื่องของเวรกรรม เป็นหนี้ที่เราไม่ได้สร้าง เป็นความเดือดร้อนของเราที่ต้องไปรับผิดชอบแทนคนอื่น คนมายืมเงิน คนหลอก เอาเราไปค้ำประกัน แต่ที่มันแค้นคือบางคนก็บอกเนี่ยเราขายทั้งบ้าน ขายทั้งรถ ทำไมไม่ขายตัวเลยล่ะ บางคนก็ด่าเหี้ย ด่ามึง ห่ามึง ต่างๆ นานา" "จะมีเจ้าหนี้โทรมาทุกวันเรียกว่า 6 - 7 ปี นั่งร้องไห้ตลอด ท้อแท้มากจนถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย คือที่ห้องพระเนี่ยเวลาปิดประตูหน้าต่างอะไรแล้วมันแทบจะไม่มีอากาศหายใจเลย เราก็ปิดหมดเลย เอาหมอนกดทับกะว่าจะให้ตาย แต่มันก็ฉุกคิดได้ว่าที่ผ่านมาเนี่ย เออ เรานะเป็นคนที่คอยให้กำลังใจคนอื่นมาตลอด แล้วเราจะมาแพ้เสียเองอย่างนี้หรือ" "มีอยู่ครั้งหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะมันเครียด เครียดจนน้องหญิงบอกว่าหน้าเราเขียวหมดเลย แล้วก็ไล่ทุกคนที่มาหาโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยนะ แบบว่าหน้าเขียวน้ำลายไหล ก็พอดีมาได้สติตอนที่น้องหญิงบอกเราว่าไม่อยากเห็นหญิงใส่ชุดครุยหรืออย่างไร เราเลยคิดได้" หันหน้าเขาหาพระพร้อมยืนยันถึงตอนนี้พร้อมที่จะสู้อีกครั้งหนึ่ง "ก็ไปหาพระมาที่แพร่ ซึ่งเป็นพระที่เราเคารพนับถือก็ไปนั่งสมาธิ สะเดาะเคราะห์ ต่ออายุ ท่านก็บอกว่าอยากให้เราอยู่เฉยๆ สัก 2 ปี ก่อน อย่าเพิ่งวู่วาม แล้วก็อาจจะมีการเปลี่ยนชื่อตามที่พระท่านบอกมาแต่ยังบอกไม่ได้ว่าชื่ออะไร ก็อาจจะเป็นอักษรตัวเดียว" "ตอนนี้จะไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่แล้วเพราะว่าได้อยู่ใกล้ๆ น้องหญิงทำให้เรามีกำลังใจ ซึ่งเราเองก็ไม่คิดนะว่าลูกเราจะเข้มแข็งได้ขนาดนี้ เขาเข้มแข็งมากกว่าเราอีก ทุกวันนี้อยู่เพื่อลูกแล้วก็จะสู้ด้วยกัน เพราะน้องหญิงเขาก็ช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านตลอด แล้วเราเองก็เริ่มที่จะดีขึ้นเพราะว่าเริ่มมีงานเข้ามาบ้าง ที่ออสเตรเลีย ที่ญี่ปุ่น ก็มีแบบว่าจะให้เราไปโชว์ตัว แต่ว่าตอนนี้ไม่อยากจะไปไหนไกลๆ เพราะว่าอยากอยู่ใกล้ลูก" ด้านนักร้องสาว "ญาญ่า ญิ๋ง" ก็ได้บอกทั้งน้ำตาว่าตอนที่ผู้เป็นแม่ของตนเองมีข่าวว่าถูกจับและไม่มีเงินประกันตัวนั้นได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มาถึงตนเองมากว่าไม่ยอมช่วยเหลือแม่ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเหตุการณ์ในวันนั้นนักร้องสาวบอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย "ทุกวันนี้หญิงคิดอย่างเดียวจะทำงานให้เยอะที่สุดเพื่อที่จะเอาเงินให้แม่ให้มากๆ ทุกวันนี้หญิงก็ออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างอยู่แล้ว แล้วก็เงินที่ใช้หนี้ด้วย ซึ่งหญิงเอง...ถ้าเป็นไปได้คือถ้ามีองค์กรสักองค์หนึ่งมาช่วยออกเงินใช้หนี้ตรงนี้ให้หมดก่อนแล้วหญิงจะจ่ายให้เป็นรายเดือนมันก็จะดีมากเลย แต่ว่าถึงตอนนี้ก็ยังไม่มี" "จริงๆ หญิงอยากให้เคลียร์ทุกอย่างให้หมด อย่างเรื่องบ้านก็อยากให้เคลียร์ ธนาคารจะมายึดหรืออย่างไรก็ได้เพราะว่าเราไม่ได้ส่งมาหลายงวดแล้ว ถ้าโดนยึดจริงๆ หญิงกับแม่ก็ไปอยู่คอนโดก็ได้ ไปเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ แต่ว่าแม่เขารักมากเขาก็ไม่ยอม" "ส่วนเรื่องแฟนหรือผู้ชายที่เข้ามา หญิงไม่รู้ว่าเขาจะคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นนะ ซึ่งมันก็เป็นการดีอยู่เหมือนกันที่มันเกิดเรื่องขึ้น เพราะว่ามันจะได้เป็นการพิสูจน์กันไปเลยว่าเขาจะรับเรื่องตรงนี้ได้หรือไม่ขนาดไหน ซึ่งถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เขาไม่จริงใจก็ไม่เป็นไร ก็มีแค่แม่รักหญิงคนเดียวก็พอแล้ว" น้ำตาไหลมั้ยเนี่ย...