นุ้ก สุทธิดา เปิดใจคลายสงสัย ท้องก่อนแต่ง

เป็นคุณแม่ ( คนใหม่ ) ที่สังคมกังขาตั้งแต่ตอนแต่งงานแล้วว่า "ท้องก่อนแต่ง" และเวลาได้ล่วงเลยมาจน "นุ้ก สุทธิดา" ให้กำเนิดลูกชาย "เป็บโป้" ในวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลพญาไท 1 แบบรวดเร็วทันใจทั้งที่เพิ่งจะลั่นระฆังวิวาห์กับสามีหนุ่ม "ป้อ-บุญสิทธิ์ ธรรมโรจน์พินิจ" ได้เพียง 6 เดือน ที่ผ่านมาทั้งคู่ปิดปากเงียบไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ซึ่งทางหนุ่มป้อบอกว่ายังอ่อนเพลียอยู่หลังไม่ได้นอนมา 3 วัน และในช่วงบ่ายในวันนี้ ( 25 พฤศจิกายน ) คุณแม่คนใหม่ยินดีที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในทุกๆ เรื่องแล้ว "แย่กว่าที่คิดทุกสิ่งผิดคาดหมดเลย" เป็นคำพูดแรกหลังที่ยอมเปิดใจ และถูกต้องสงสัยว่าเป็นการท้องก่อนแต่งอย่างที่หลายคนคิด ซึ่งเรื่องนี้สาวนุ้กบอกว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนดเพราะที่จริงตั้งใจว่าจะคลอดในเดือนหน้าที่เป็นวันจันทร์เพราะเป็นวันดี "ตอนแรกไม่ได้จะคลอดเดือนนี้เป็นอีกเดือนนึง ส่วนเรื่องอื่นก็แล้วแต่คนจะคิด ตอนที่ท้องก็ทำจิตใจให้ดีและอ่านหนังสือเยอะทำทุกอย่างเองหมดเลย ดูดวงว่าจะเกิดวันไหน ดูชื่อหนังสือพรหมชาติทั้งเล่มอ่านหมดเลย เขียนเอาไว้เลยว่าจะคลอดวันไหนแต่พอมันเป็นอย่างนี้ก็ไม่เป็นไรไม่ได้ซีเรียสกับตรงนี้ คิดไว้เลยว่าก่อนไปคลอดจะสระผมไดร์ผมก่อนให้ลูกเห็นครั้งแรกจะได้สวย แต่โชคดีที่เย็นวันนั้นไปซื้อกล้องวิดีโอเพราะตอนแรกไม่ได้รีบร้อนอะไร ปรากฏว่าผิดคาดตอนเที่ยงคืนเริ่มปวดท้อง อาจเป็นเพราะเดินมากแล้วขับรถไปซื้อของแต่งห้องให้ลูกด้วย" แต่ในเมื่อเลือกไม่ได้เมื่อต้องคลอดจริงๆ สาวนุ้กเลยตัดสินใจใช้วิธีการผ่าคลอดทันที "พอปวดท้องรอบที่ 3 ก็สะกิดบอกแฟนว่าปวดท้องเค้าก็ถามไปโรงพยาบาลไหม เราก็กลัวว่าไปแล้วโรงพยาบาลจะไล่กลับหาว่าสำออยก็เลยยังไม่ไป แต่เห็นแฟนตกใจมากก็เลยไป พอไปถึงคุณหมอบอกจะให้ชะลอคลอดก่อนแต่พอตรวจดูไม่ได้แล้วต้องคลอดเลยก็เลยตัดสินใจผ่าคลอดเลย เพิ่งมารู้สึกกลัวตอนบล็อคหลัง ขาสั่นไปหมดเลย นางพยาบาลต้องมากอดปลอบแล้วฉีดยาสลบให้ในวิดีโอก็เลยไม่มีเรา ส่วนชื่อต้องเปลี่ยนใหม่เพราะเลือกชื่อเกิดวันจันทร์ไว้ และหน้าน้องก็ไม่ได้เห็นอยู่คนละชั้นกันต้องดูจากกล้องวิดีโอเอา ต้องนั่งฟังคนโน้นคนนี้เล่าว่าเป็นอย่างไงบ้างจนร้องไห้เริ่มรู้สึกน้อยใจเลยทำไม่ได้ดูแต่ในวิดีโอ" และต้องใช้ความพยายามในการลุก เดินอย่างมากกว่าจะได้เห็นหน้าลูกจนถึงกับเป็นลม "ต้องพยายามอดทนเดินให้ได้จนเป็นลมไปเลย เพิ่งเดินลงไปเห็นหน้าน้องและให้นมตอนตี 4 ก่อนที่นักข่าวจะมา ตอนเห็นหน้าน้องครั้งแรกรู้สึกนิ่ง ได้เจอได้อุ้มแล้วหลังจากคนอื่นอุ้มหมดแล้ว คนส่วนมากจะบอกหน้าเหมือนแฟน แต่ที่บ้านนุ้กจะบอกหน้าเหมือนนุ้กก็จะเข้าข้างลูกตัวเอง สำหรับแฟนวันแรกๆ ชอบว่านุ้กเป็นไงลูกเธอนุ้กว่าก็ดีกว่าที่คิด จริงๆ คิดว่าจะออกมาเหมือนหนูแดงๆ ดำๆ ปรากฎว่าไม่แดงคงเพราะอยู่ในตู้อบ แล้วก็บอกทุเรศชมลูกตัวเองว่าน่ารักแต่พยาบาลบอกว่าใน 1 ชั่วโมงเค้าลงไปดูหน้าลูก 4-5 รอบเค้าน่าจะเห่อกว่านุ้กอีก" หลังจากนี้ก็จะเป็นคุณแม่เต็มตัวสำหรับลูกชายคนแรก สาวนุ้กเปิดเผยว่าคงไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากคงเลี้ยงไปตามธรรมชาติ "ก็ไม่ได้วางแผนอะไรคงเลี้ยงปกติ จริงๆแล้วแค่ทฤษฎีที่อ่านในหนังสือคงช่วยได้บ้างแต่ต้องมาปฎิบัติอีกที ตั้งแต่เกิดมาจนถึงเรียนมานี้ยังอ่านหนังสือเยอะไม่เท่าตอนที่ตั้งท้องเลย อยากเลี้ยงลูกด้วยตัวเองหมดทุกอย่างไม่อยากให้ใครช่วยเลี้ยงเลย แม้แต่ขวดนมก็อยากล้างเอง ส่วนคุณแม่นุ้กไม่ค่อยได้สอนเรื่องเลี้ยงลูกอะไรมาก ส่วนใหญ่จะใช่วิธีอ่านหนังสือเอานุ้กว่ามันคนละยุคคนละสมัยกัน ทฤษฎีมันเปลี่ยนไปรู้สึกว่าเราต้องอ่านหนังสือเพิ่มเติม จริงๆ ก็ไม่ได้เครียดมากเรารู้สึกว่าการเลี้ยงลูกเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์" สำหรับทายาทคนต่อไปให้กับหนุ่มป้อนั้น สาวนุ้กบอกว่าจากที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะมีอีก แต่ตอนนี้ใจเริ่มฝ่อเพราะที่ผ่านมาไม่คิดว่าจะเจ็บมาก และงานในวงการบันเทิงก็ขอปิดฉากด้วย "ตอนแรกคิดว่าอยากจะมีอีกแต่ตอนนี้ชักกลัวๆ แล้ว ไม่คิดว่าตอนคลอดมันจะเจ็บแบบนี้ ส่วนงานในวงการบันเทิงคงไม่แล้วคงหยุดไปเลย คิดไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้วช่วงนั้นก็เริ่มไปทำงานอย่างอื่น พอแต่งก็คิดว่าคงไม่ทำแน่อยากทำอย่างอื่นมากกว่า ถ้ามีครอบครัวแล้วทำงานในวงการมันไม่ได้มีเวลาปกติอยากมีเวลาปกติบ้าง"