หลวงพี่เท่ง : เมื่อธรรมะ กลายเป็นมุขตลก

ไม่ใช่เพียงแค่ภาพของความไม่น่าเชื่อถือของ "ตลกริทำหนัง" ที่แสดงอออกมาให้เห็นแล้วว่าหาดีได้ยากจริงๆ เท่านั้น หากแต่ความล้มเหลวจากหนังเรื่อง "ฅนปีมะ" นั่นเองที่กลายเป็นแรงบวกสองเท่าที่ "โน้ต เชิญยิ้ม" ต้องแบกรับอยู่บนบ่าในการการกำกับหนัง "หลวงพี่เท่ง" เรื่องนี้ ความผิดพลาดอย่างมากของการ "ฅนปีมะ" ของโน้ต เชิญยิ้ม ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าเป็นเพราะการเป็นคนที่มีความมั่นใจจนเกินไปของเขาที่ไปจับเอาโปรเจ็กต์ใหญ่เกินตัว ไปจับเอากับความต้องการอลังการถึงขนาดที่เขาเองเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะทำหนังเรื่องนี้ให้เทียบชั้นกับหนังดังอย่าง "ชิคาโก้" เลยทีเดียว ซึ่งความล้มเหลวของหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่กับความไม่ประสบความสำเร็จในการทำวงดนตรีเพลงลูกทุ่งของเขานั่นเอง คือเหมือนลูกโป่งที่พองแต่เปลือก ทว่าข้างในไม่มีอะไรเลย การทำหนังเพลงให้ออกมาดูดีเป็นที่รู้กันอยู่ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และอาจจะถึงขั้นยากที่สุดเลยก็ว่าได้ การมีเสื้อผ้าสวยๆ เริดหรูอลังการ มีจำนวนคนเยอะ การมีเพลงเพราะๆ เหล่านี้ใช่ว่าจะทำให้หนังประสบความสำเร็จแล้ว หากแต่การเล่าเรื่องและความสามารถเฉพาะของตัวละครแต่ละตัวต่างหากคือปัจจัยที่จะทำให้หนังเพลงเกิดความประทับใจและตราตรึงทว่าทั้งสองสิ่งที่ว่านั้น "ฅนปีมะ" ของเขาจะไม่มีเอาเสียเลย แต่กับผลงานชิ้นที่สองของเขากลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จนราวกับว่าเป็นการ "คิดได้" ของตลกชื่อดังคนนี้ "หลวงพี่เท่ง" บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มเกเรที่อยากจะกลับตัวกลับใจและสำนึกตัวเอง จึงได้เดินเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์บวชเป็นพระและเข้าไปจำวัดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่หมู่บ้านแห่งนี้เองนอกจากพระใหม่จะต้องปฏิบัติตนเพื่อให้เป็นที่ยอมรับแล้ว พระหนุ่มยังจะต้องต่อสู้เพื่อเอาชนะความงามงายของชาวบ้านที่มีต่อการทรงผีเข้าเจ้าต่างๆ และนั่นเองที่เป็นเหตุให้พระหนุ่มรูปนี้ต้องกลายเป็นเสี้ยนหนามของบรรดาคนที่หากินอยู่กับความเชื่อดังกล่าวต้องการกำจัด การดำเนินเรื่อง แม้ช่วงต้นๆ จะอืดไปสักนิดและทั้งหมดอาจจะไม่ตลกชนิดหัวเราะกันจนปวดท้อง แต่โดยรวมต้องบอกว่าไม่มีอะไรเสียหายกับตัวหนังที่เน้นขายบรรยากาศแบบไทยๆ ขายอารมณ์ความเป็นชนบท การเล่นมุกมีจังหวะ และไม่หลุดไปจากเนื้อเรื่องชนิดที่ว่าเป็นการยัดๆ ใส่ๆ เข้าไป ตัวละครแต่ละตัวทำหน้าที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นตัวเอกอย่าง "เท่ง เถิดเทิง" ในบทของพระหนุ่มที่แม้จะไม่ถึงขนาดที่จะน่าเลื่อมใสแต่ก็ดูสำรวมและแฝงไว้ด้วยการเป็นคนที่ไม่ยอมคน, ตัวละครที่สร้างปัญหาให้คิดได้ตลอดอย่าง "เพี้ยน" ที่รับบทโดยหนุ่ม "ทีน สราวุฒิ" ส่วนสาว "พิ้งค์กี้" ในบทของ "พะเนียง" ก็ดูน่ารักแบบสาวชาวบ้านๆ หรือแม้แต่ตัวของผู้กำกับเองในบทของมัคนายก "ส่ง" รวมทั้งตัวโกงท่าน "เพิ่ม" ผู้หากินอยู่กับความเชื่อของชาวบ้านที่รับบทโดยสมชาย ศักดิกุล ที่รับประกันได้ในเรื่องของความฮา นอกจากจะตัดเอาความอลังการงานสร้างต่างๆ ออกไปอย่างหมดเปลือกแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นการเดินกลับไปหาสิ่งที่ตัวของผู้กำกับคุ้นเคยนั่นก็คือเรื่องของวัดเรื่องของพระ รวมไปถึงเรื่องของ "มุกตลก" แม้จะไม่ใช่งานที่ง่ายนักกับการที่จะจับเอาความสำรวมของพระสงฆ์องค์เจ้ามาทำให้เป็นเรื่องขำขัน หรือจับเอา "ธรรมะ" มาเปลี่ยนเป็น "มุกตลก" แต่ก็ไม่ใช่งานที่ยากจนทำไม่ได้เลยเนื่องจากคนไทยเราล้วนแล้วแต่ผูกพันกับวัดกับพระมาตั้งแต่เด็กรวมทั้งเป็นที่รับรู้กันอยู่ว่า ภายในกำแพงแห่งศีลนี้มักจะมีเรื่องราวที่สนุกๆ แบบไม่มีพิษมีภัยอยู่เยอะแยะไปหมด อีกประการหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะความสันทัดที่เกิดจากประสบการณ์การเป็นเด็กวัดและการทำอาชีพตลกของผู้กำกับคนนี้นั่นเองที่ทำให้งานชิ้นนี้ออกมาโดยไม่มีคำว่า "ลบหลู่" เข้ามายุ่งเกี่ยวแต่อย่างไร ที่สำคัญในความเรียบง่ายและในความตลกนั้นใช่ว่าจะไม่มีอะไรเลย หากแต่เต็มไปด้วยแง่คิดต่างๆ มากมาย เอากันง่ายๆ แค่คำถามของลูกศิษย์เพี้ยนที่ถามหลวงพี่เท่งว่า..."ทำดีก็ได้ดี ปลูกทุเรียนก็ได้ลูกทุเรียน ปลูกเม็ดขนุนก็ได้ขนุน แต่ทำไมปลูกถั่วเขียว แล้วถึงได้ถั่วงอกล่ะ..." แค่นี้ก็เอาไปคิดกันได้ยาวชนิดที่ไม่แพ้ความฮิตของมุก...ผีแดง หงส์แดง อาร์เซนอลที่บรรดาคอบอลทั้งหลายใช้ให้เกร่อกันแล้วในตอนนี้ ถามคนรุ่นเก่า แน่นอนว่าหลวงพี่เท่งอาจจะยังไม่ทำให้เกิดความประทับใจหรือว่าซาบซึ้งขึ้นไปถึงชั้นหนังอมตะอย่างเรื่อง "หลวงตา" แต่อย่างไร แต่ถ้าถามคนรุ่นใหม่แล้วละก็เชื่อว่าหลายคนจะต้องแอบปลื้มหลวงพี่รูปนี้อยู่เหมือนกัน แม้ผู้คนบ้านเราอาจจะดูไกลวัดไปบ้างในสังคมปัจจุบัน แต่การที่กระแสของการตอบรับของหลวงพี่เท่งชนิดที่เอาชนะตลกมุกควายของวัยรุ่นใน "ทวารยังหวานอยู่" รวมทั้งตลกเรตเอ็กซ์อย่าง "จี้" ได้อย่างสบายๆ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการห่างไกลดังกล่าวเป็นการไกลที่เกิดจากความจำเป็นทางการดำเนินชีวิตบีบบังคับเท่านั้น ทว่าโดยพื้นฐานทางจิตใจแล้วเชื่อว่าหลายคนพร้อมที่จะเดินกลับไปหาความเรียบง่าย ความสวยงามของวิถีชีวิตแบบชาวบ้านๆ อยู่ตลอดเวลา กับรายได้กว่า 54.1 ล้านบาทภายในเวลา 4 วันแรกของการเปิดตัว (3 - 6 มีนาคม) ถ้าเป็นการฟลุ้คก็ต้องบอกว่าเป็นการฟลุ้คที่น่าทึ่งของ "หลวงพี่เท่ง" จริงๆ สนับสนุนข้อมูลโดย