ดารา ( สาว ) ไทย กับความไร้เดียงสา

ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการบันเทิงในบ้านเราก็คงจะไม่ผิดนักกับกระแสความสนใจของประชาชนที่มีต่อข่าวการตั้งท้องกว่า 5 เดือนของนักแสดงสาวชื่อดัง แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช หลังจากเป็นที่คลางแคลงใจของใครต่อใครหลายๆ คนอันเนื่องมาจากท้องที่โตขึ้นอย่างผิดหูผิดตาของเจ้าตัว สิ่งหนึ่งที่ทำเอาใครหลายคนต่างพากันแปลกใจเป็นอย่างยิ่งต่อข่าวดังกล่าวกลับไม่ใช่เรื่องที่เธอจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ เนื่องจากก่อนหน้านี้หลายๆ สื่อเองต่างค่อนข้างจะมั่นใจ แต่เรื่องที่น่าประหลาดใจกว่ากลับกลายเป็นเรื่องที่ว่านักแสดงสาวเองได้ให้สัมภาษณ์ว่าตนเพิ่งจะมารู้ว่าตั้งท้องก่อนหน้าที่จะมีการแถลงข่าวเพียง 1 วันเท่านั้น ค่ะ เมื่อวานรู้ตอนกลางวันไปทานข้าวกับเพื่อนๆ บ่ายๆ ไปประชุมกับพี่วิลลี่ที่ออฟฟิศและก็เริ่มกังวลว่าเอ๊ะสุขภาพเป็นอะไร พี่วิลลี่ก็ล้ออยู่นั่นแหละ เป็นคำบอกเล่าที่อาจจะดูเหมือนเสแสร้ง แต่ถ้ามองไปถึงความค่อนข้างจะ ไร้เดียงสา ของดาราหญิงของบ้านเราที่ผ่านๆ มาต้องบอกว่าโอกาสที่นักแสดงสาวชื่อดังอาจจะไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าการที่ตนเองท้องโตขึ้น การที่ตนเองไม่มีประจำเดือนมานานกว่า 5 เดือนนั้น นั่นอาจจะหมายความว่าตนเองท้องอยู่ก็เป็นไปได้ ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2 - 3 ปีที่แล้วบนเวทีการประกวด มิสไทยแลนด์เวิร์ล ประจำปี 2003 ก็ได้มีข่าวฉาวโฉ่เกิดขึ้น เมื่อมีข่าวออกมาว่าหนึ่งในสาวงามที่เข้าร่วมการประกวดและได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งที่ชื่อ จอย-จตุพร แสงทอง นั้นผ่านการแต่งงานมีสามีและลูกมาก่อนซึ่งผิดกฏกติกาของการประกวดที่ระบุว่าคนที่เข้าประกวดจะต้องเป็นโสดเท่านั้น หลังจากที่มีข่าวออกมาในเบื้องต้นนางงามที่ตกเป็นข่าวได้ออกมาปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง พร้อมกับยืนยันว่าภาพถ่ายในงานแต่งที่ลงในหนังสือพิมพ์นั้นไม่ใช่ตนเอง ก่อนที่จะมายอมรับในตอนท้ายว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการจะโกหกใครเพราะคิดว่าตนเองยังอยู่ในสถานภาพโสด ตอนแรกจอยมั่นใจว่าจอยไม่มีสถานภาพตามที่ตกเป็นข่าว จอยเชื่อมั่นว่าตัวเองอยู่คนเดียวมาตลอด ใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอด จอยมั่นใจในจุดๆ หนึ่งว่าเราเป็นคนโสด และก็มั่นใจว่าไม่น่าจะผิดกฎกองประกวดคือทางนิตินัยมันไม่ใช่ จอยก็เลยคิดว่าตัวเองมีสิทธิประกวด ในความรู้สึกของจอยคำว่าแต่งงานจอยว่ามันจะต้องเกิดจากความรัก แต่ตอนนั้นจอยอายุแค่ 17 เป็นแค่วัยรุ่นคนหนึ่ง ตอนนั้นมันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดไปของผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ได้เกิดจากความพร้อม จอยคิดว่ามันยังไม่ใช่การแต่งงาน เรื่องความหลังเก่า ๆ มันเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาแล้ว จอยไม่คิดว่าตรงนั้นมันจะเป็นเหมือนตราบาปติดตัวเรามาจนถึงทุกวันนี้ ดูไร้เดียงสาไม่แพ้นางงามเพียงข้ามคืนอย่างสาวจอย ก็คือกรณีของสาว เมษ์-บัณฑิตา ฐานวิเศษ หลังถูกเสี่รกิจอสังหาริมทรัพย์เชิดเอาเงินไปกว่า 4 แสนบาทแบบง่ายดายจนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง เหตุที่ต้องบอกว่าไร้เดียงสาก็เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันง่ายดายถึงขนาดที่เจ้าตัวไม่เคยดูเอกสารการซื้อขาย หรือไม่เคยรู้สึกเอะใจอะไรกับท่าทีลับๆ ล่อๆ ไม่กล้าเปิดเผยตัวของอีกฝ่าย และง่ายดายถึงขนาดที่หลงเชื่อในคำพูดของคนที่ไม่เคยรู้จักชื่อนามสกุล ที่สำคัญไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเสียด้วยซ้ำ.....รู้สึกกลุ้มใจมาก ที่ต้องเสียเงินก้อนนี้ไป...ก็อยากฝากเตือนพี่ๆ น้องๆ ในวงการให้ระวังเรื่องดังกล่าวด้วยค่ะ แล้วต่อไปเมษ์คงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น นักแสดงสาวเผยหลังจากที่ตกเป็นเหยื่อ นักร้องสาวชื่อดังอย่าง อมิตา ทาทา ยัง ภายนอกเธออาจจะดูเข้มแข็งและมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก แต่ถ้าใครยังจำคำพูดของเธอที่มีต่อนักเทนนิสชื่อดัง บอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์ เมื่อครั้งที่เปิดตัวเป็นแฟนกันใหม่ๆ ได้แล้วละก็ อาจจะอดรู้สึกไม่ได้ว่าเธอคนนี้ช่างซื่อและดูอ่อนเยาว์เหลือเกินกับเรื่องในทำนองนี้ อย่างตุ๊กตาตัวนี้ ไปไหนก็ไปด้วยกัน ชื่อซื่อบื้อค่ะ ตลกไหม ( หัวเราะ ) เป็นหมาค่ะ ชอบมากเลยค่ะ พี่บอลเขาไปญี่ปุ่นเลยซื้อมาฝาก พึ่งได้มาวันนี้เลยนะเนี่ย ลงจากเครื่องบินเมื่อเช้า พี่เค้าบอกกำลังจะไปฝรั่งเศสพอดี ก็เลยมาเจอกันที่แอร์พอร์ต อีก 4 อาทิตย์แน่ะที่จะไม่ได้เจอกัน ตอนนี้เราก็คงจะดูแลกันไปเรื่อยๆ ทาทาก็จะคอยเตือนพี่เค้าอยู่เสมอนะว่า พี่บอลห้ามดื้อกับทาทา ห้ามดื้อกับทาทาเลย เวลาให้กลับก็ต้องกลับ ทาทาก็ต้องนอนเหมือนกัน ไม่มีโอ้เอ้ ถึงเวลาทานก็ต้องทาน เป็นคนรับผิดชอบ เราโตๆ กันแล้วทั้งคู่ก็จริง แต่เป็นเรื่องของความใส่ใจกันด้วยมากกว่า คือทาทาก็เป็นห่วงเขา ถ้าถามว่าวันนี้พี่บอลคือคนที่ใช่หรือเปล่า...ทาทาบอกได้เลยว่า....พี่บอลเป็นคนในอุดมคติสำหรับทาทานะ สูง หล่อ เท่ห์ ทาทาว่าพี่บอลหล่อนะ ไปญี่ปุ่นสาวๆ กรี๊ดเต็มเลย ถึงตอนนี้เชื่อว่าคงจะไม่มีใครรู้จักผู้หญิงที่ชื่อ แน็ท-เกศรินทร์ ชัยเฉลิมพล ชื่อของเธอโด่งดังขึ้นมาก็เพราะมีการสืบทราบมาว่านักแสดงหนังแผ่นชื่อดังคนนี้เคยผ่านการเล่นหนังเรตเอ็กซ์มาก่อน ซึ่งในระยะแรกๆ เจ้าตัวออกมายืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริงก่อนจะมายอมรับในเวลาต่อมาด้วยการจำนวนต่อหลักฐานที่ออกมาอย่างแจ่มแจ้งแดงแจ๋ อย่างไรก็ตามสาวแน็ทเธอบอกว่าที่เธอไปถ่ายภาพยนตร์อย่างว่านั้นก็เป็นเพราะโดนหลอกให้ไปถ่าย อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่เธอพูดสักเท่าไหร่เพราะลีลาที่ออกมานั้นช่างขัดกับสิ่งที่เธอพูดเสียเหลือเกิน นอกจากนี้ก็ไม่ใช่เพียงครั้งเดียวอย่างที่เธอเคยบอกเท่านั้นเพราะในภายหลังได้ปรากฏหนังที่เธอเล่นออกมาอีก หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน หลังจากกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ปรากฏว่าชื่อของนักแสดงสาวกลับโด่งดังขึ้นมาทันที มีหลายรายการเชิญเธอไปเป็นแขกรับเชิญ รวมถึงรายกา ซึ่งเป็นรายการที่เจ้าตัวได้แสดงความอ่อนต่อโลกอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวเลยว่าภาพลักษณ์ของตนเองในช่วงนั้นเป็นอย่างไร? ทุกวันนี้แน็ทไม่กล้าที่จะเดินห้างเหมือนแต่ก่อนแล้ว ทุกครั้งที่แน็ทไปเดินก็จะมีแฟนๆ เข้ามารุมขอลายเซ็น ขอจับมือ จับแขน หนักๆ หน่อยขอหอมแก้มเลยก็มี ซึ่งแน็ทก็รู้สึกดีใจที่แฟนๆ รักแน็ท อยากจะเข้ามาสัมผัสคนที่พวกเขารัก บางคนก็มาขอจับมือ บอกว่าจะส่งกำลังใจให้จะเอาใจช่วยห่างๆ ซึ่งแน็ทรู้สึกซาบซึ้งแฟนๆ ทุกคนมาก เมื่อก่อนแน็ทอาจจะอยากดัง อยากจะมีชื่อเสียง แล้วแน็ทได้ทำในอาชีพที่แน็ทรักก็พอแล้ว ไม่ต้องดังมากก็ได้ แน็ทเริ่มเข้าใจความรู้สึกของพี่เบิร์ดเวลาที่มีแฟนคลับเข้ามารุมล้อมแล้ว พี่เบิร์ดเป็นรุ่นพี่ที่แน็ทนับถือ เป็นรุ่นพี่ต้นแบบของแน็ทเลยก็ว่าได้ พี่เบิร์ดเป็นขวัญใจของแฟนๆ ทั้งประเทศ แน็ทอยากให้แฟนๆ รักแน็ทอย่างพี่เบิร์ดบ้าง รักในความเป็นตัวแน็ท ไม่ใช่เพราะรักรูปร่างหรือหน้าตาค่ะ อีกรายหนึ่งที่ดูซื่อไร้เดียงสามากๆ ก็คืออดีตนักร้องชื่อดัง นุ้ก-สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา เพราะถึงแม้จะให้กำเนิดลูกชายคนแรก น้องเป็บโป้ ออกมาหลังจากที่เธอและแฟนหนุ่ม ป้อ-บุญสิทธิ์ ธรรมโรจน์พินิจ เพิ่งจะเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้นแต่เธอก็มั่นใจและไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะเป็นอย่างที่หลายคนเข้าใจ.....แย่กว่าที่คิดทุกสิ่งผิดคาดหมดเลย ตอนแรกไม่ได้จะคลอดเดือนนี้เป็นอีกเดือนนึง ส่วนเรื่องอื่นก็แล้วแต่คนจะคิด ตอนที่ท้องก็ทำจิตใจให้ดีและอ่านหนังสือเยอะทำทุกอย่างเองหมดเลย ดูดวงว่าจะเกิดวันไหน ดูชื่อหนังสือพรหมชาติทั้งเล่มอ่านหมดเลย เขียนเอาไว้เลยว่าจะคลอดวันไหนแต่พอมันเป็นอย่างนี้ก็ไม่เป็นไรไม่ได้ซีเรียสกับตรงนี้ นี่เป็นบางส่วนของข่าวคราวความไร้เดียงสาที่ทำให้อดฉุกคิดขึ้นมาไม่ได้ว่า ตกลงแล้วพวกเธอเหล่านี้ ไร้เดียงสา กันจริงๆ? หรือพวกเธอคิดว่าประชาชนที่เสพสื่อฯ อยู่ ไร้เดียงสา กันแน่? สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย