นาธาน ชาชินถูกมองชอบไม้ป่าเดียวกัน

แม้จะเคลียร์ไปหลายรอบแล้ว แต่กระแสข่าวลือที่ว่านักร้องหนุ่ม นาธาน โอร์มาน ชอบไม้ป่าเดียวกันยังคงถูกกล่าวถึงอยู่เป็นระลอก ทั้งนี้เจ้าตัวรับเองส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะไม่ยอมมีสาวข้างกายจริงๆ สักที พร้อมบอกปลงๆ ว่ามุมมองของคนไม่เหมือนกัน ข่าวที่ว่าเป็นเกย์เป็นเรื่องปกติ คือทุกคนก็โพสต์กันเลยมีความรู้สึกว่าการโพสต์ในเน็ตก็โพสต์ได้ ซึ่งเราก็ไม่รู้อยู่แล้วมันพูดยาก เราไม่ได้เป็นอย่างนั้น อยากให้ดูการกระทำต่อไปดีกว่า แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน พอเราเป็นดาราศิลปินมันก็จะเป็นที่จับตามากขึ้น ธานเข้าใจว่าความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความคิดอิสระของเขาเราห้ามไม่ได้อยู่แล้ว แต่สักวันหนึ่งเขาก็จะรู้ว่าทำไมเขาถึงพูดอย่างนั้น อย่างพวกผู้ชายญี่ปุ่นเขาอาจจะกันคิ้ว คนไทยเห็นก็จะบอกว่า เฮ้ย...เป็นกะเทยแน่ แต่ว่ามันเป็นแฟชั่นของเขา ด้วยความเป็นไทย ด้วยขอบเขต ด้วยความที่เป็นวัฒนธรรมไทยก็จะมองอีกแบบหนึ่ง ความเป็นฝรั่งหรือว่าความเป็นตะวันออกกลางก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ธรรมดาคนอารบิกก็จะแบบทำผม มัดผม หรืออาจจะแบบพอกผิวเพื่อให้ผิวดี แต่คนไทยทำไม่ได้ ถ้าคนไทยทำก็จะเป็นเกย์เป็นตุ๊ด หลายคนหลายความคิดมันก็ประมาณนี้ เรื่องแฟนยังไม่มีนะครับ เวลาไปเมืองนอกก็ไม่เห็นมีใคร เพราะเวลาว่างก็ต้องไปเมืองนอก มันมีเพื่อนมีอะไรหลายๆ อย่าง อยู่ที่นู่นแล้วก็ยังไม่รู้อนาคตเหมือนกัน เอาไว้วางรากฐานให้กับตัวเองก่อน ย้อนถามถึงอบรับอัลบั้มชุดใหม่ เจ้าตัวบอกแฟนเพลงให้การตอบรับดีทั้งยังชอบช่วยเหลือสังคมงานนี้แฟนเพลงเป็นปลื้ม อั้ลบั้มก็โอเคครับ ชุดใหม่ได้รับการตอบรับดีกว่าชุดแรกมาก แล้วก็มีคอนเสิร์ตเยอะ อัลบั้มขายดีขึ้นติดอันดับ 1-2 ของชาร์ตต่างจังหวัด ธานไม่ได้คาดหวังกับงานชิ้นนี้เยอะ ( หัวเราะ ) ได้รับกำลังใจจากรายการเจาะใจ แล้วก็แฟนคลับช่วงสึนามิ เราไม่ได้มีเฉพาะเด็กๆ แต่เรามีตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ วันแรกที่วางแผงก็ไปที่ภูเก็ต มีคุณป้าคุณน้าคุณอาเอาซีดีมาให้เซ็นแล้วแบบว่าน่ารักมาก เขาก็จะถามเรื่องสึนามิ แล้วบอกว่าเป็นห่วงมาก ซื้อซีดีเพราะว่าเป็นห่วงหนู อยากจะให้หนูดีขึ้นเรื่อยๆ มันก็เลยรู้สึกดีใจมากๆ ทำให้ธานรู้สึกมีญาติเพิ่มขึ้นอีกมากกว่าแต่ก่อน ตอนนี้ไปไหนก็จะรู้สึกขอบคุณเพราะว่าชุดนี้ที่ทำออกมาจริงๆ ช่วยเหลือสังคมเยอะจนถูกมองว่าเป็นนักสังคมสงเคราะห์มากกว่านักร้องไปแล้ว นั่นมันก็เป็นส่วนหนึ่งนะครับ ถ้าเกิดธานทิ้งไปเลยไม่ได้เป็นอันขาด มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงๆ มีความรู้สึกว่าอยากทำ ถ้าเราไม่ทำเราอยู่เฉยๆ มันก็เหมือนกับคนที่รอดมาแล้วไม่ทำอะไรให้กับสังคม ซึ่งมันดูไร้ค่าแต่ธานมีความรู้สึกอยากทำ และก็มีอีกหลายโครงการที่น่าช่วยเหลือ ในขณะเดียวกันเป็นศิลปินช่วยโปรโมตให้คนมันลุกฮือ ช่วยกันเยอะๆ ได้มีโครงการดีๆ เราก็มาบอกกันให้คนในประเทศหรือต่างชาติได้เห็นแล้วก็สามารถช่วยกันเยอะๆ ธานไม่ได้รู้สึกอะไรเลยครับ บงทีไปทำคนเดียวมันไม่จำเป็นต้องบอกใคร การทำอย่างนี้มันได้กับเราเอง ธานชอบให้มากกว่า เพราะการให้มันไม่ได้หวังผลตอบแทน อะไรหลายๆ อย่างมันจะบอกด้วยตัวของมันเอง มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ตอบแทนคนไทย ตอบแทนเมืองไทย เราอยู่แผ่นดินไทยแล้วก็มีความรู้สึกว่าอยากให้หวงแหนความเป็นไทยไว้ อยู่เมืองไทยก็จะเป็นคนไทย อยู่เนปาลก็จะเป็นเนปาลเต็มที่มาก เวลาออกรายการก็จะบอกว่ามาจากเนปาลตลอด เวลาเข้าไปช่วยก็จะช่วยทั้ง 2 ประเทศรู้สึกทิ้งไม่ได้ครับ ถ้าถามว่าอนาคตจะไปปักหลักที่ไหน ธานก็บอกไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าเราจะตายประเทศไหน 2 ประเทศที่ทิ้งไม่ได้คือเนปาลและประเทศไทย เพราะแม่เป็นคนไทยพ่อเป็นเนปาล มันก็เลยทิ้งไม่ได้ไงครับ ( หัวเราะ ) แต่ว่าไปๆ มาๆ ดีกว่า เชื่อมสัมพันธไมตรี ( หัวเราะ ) ประเทศไทยใกล้เนปาลสุดแล้ว นั่งเครื่องแค่ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงแล้ว เนปาลเนี่ยค่าครองชีพก็ถูก สายการบินก็ใกล้ๆ เมืองไทย อากาศก็บริสุทธิ์ จะมีอารยธรรมเยอะ สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย