เสี่ยอู๊ด เผยทุ่มให้ ฟิลม์ แต่ไม่เกี่ยวใต้สะดือ

ออกมาแล้ว เสี่ยอู๊ด เสี่ยหนุ่มคนดัง หลังตกเป็นข่าวเป็นพ่อบุญทุ่มให้ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ดารานักร้องค่ายอาร์เอส เปิดตัวแถลงอ้างเพราะนักร้องหนุ่มให้ข่าวไปไม่เป็นข้อมูลที่ชัดเจน แฉข้อมูลช่วยเหลือละเอียดยิบทั้งเรื่องบ้านและบัตรเครดิตที่ให้ใช้อีก 2 ใบ อ้างที่ผ่านมาหมดเงินกับ ฟิล์ม ไปมากกว่า 7,000,000 บาท ยันการช่วยเหลือนั้นเพราะเอ็นดู ไม่มีเรื่องใต้สะดือมาเกี่ยว เรียกร้องให้นักร้องหนุ่มออกมาขอโทษภายใน 7 วัน เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 เม.ย. ที่ร้านอาหารเสวย สวนลุมไนท์บาซาร์ เสี่ยอู๊ด-สิทธิกร บุญฉิม นักธุรกิจชื่อดัง เปิดแถลงหลังตกเป็นข่าวดูแล ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ดารานักร้องชื่อดังค่ายอาร์เอส นายสิทธิกร กล่าวว่า เรื่องราวระหว่าง ฟิล์ม-รัฐภูมิ กับตนนั้นจะให้ข่าวครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายและจะไม่ขอพูดอีก เพราะไม่ต้องการให้ฟิล์มเสียหายไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากไม่สามารถเคลียร์กัน 2 คนได้ ถ้าเคลียร์กันได้คนอื่นก็ไม่ต้องเกี่ยว เริ่มจากคน 2 คนก็ควรที่จะจบลงที่ 2 คนเท่านั้น ส่วนแม่ของเขาปฏิเสธการเคลียร์ปัญหา ตนจึงลั่นวาจาบอกว่าจะเคลียร์ผ่านสื่อ การเคลียร์ผ่านสื่อคือ ตัดพ้อผ่านสื่อ มันไม่ดีเพราะจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่การหนีปัญหาทำให้เรื่องบานปลาย ที่ผ่านมาฟิล์มให้สัมภาษณ์ผ่านทีวี หนังสือพิมพ์ มันไม่เป็นข้อมูลที่ชัดเจน แต่เข้าใจว่าเป็นบทบาทของดาราต้องทำให้ดูดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน รถยนต์ และอื่นๆ ผมก็งง ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงก็ไม่ต้องให้สัมภาษณ์ ไม่ต้องพูดดีกว่าสวยสุด ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ให้การช่วยเหลืออะไรกับ ฟิล์ม-รัฐภูมิ ไปบิทธิกร กล่าวอ้างว่า ก่อนที่จะพูดก็ขอแสดงความเสียใจที่ไปกระทบกับชื่อเสียงของฟิล์มและต้นสังกัด เพราะตนต้องรักษาหน้า คือเมื่อปี 38 พ่อของฟิล์มได้นำบ้านไปจำนองกับทางธนาคารกรุงไทยและถูกยึดเอาไปขายทอดตลาด จนกระทั่งวันที่ 17 ต.ค.48 พ่อเขามาปรึกษาว่าอยากได้บ้านคืนแต่ไม่สามารถประมูลคืนได้ จึงขอร้องให้ตนช่วยประมูลให้ ก็ช่วยประมูลบ้านหลังนี้ในราคา 2,390,000 บาท เป็นชื่อของตน หลังจากนั้นฟิล์มก็มาเยี่ยมผมและได้ปรารภว่าอยากให้บ้านเป็นชื่อของเขา ต่อมาวันที่ 17 พ.ย.48 ฟิล์มไปเล่นคอนเสิร์ตต่างจังหวัด และได้โทร.มาหาผมจึงบอกเรื่องบ้านให้เป็นของขวัญวันเกิด นายสิทธิกร กล่าวอีกว่า ส่วนห้องข้างบ้านฟิล์มตนก็ประมูลกับธนาคารกสิกรไทยให้เป็นเงิน 200,000 บาท และให้ฟิล์มไปทำเรื่องโอนกับธนาคารเอง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,650,000 บาท เป็นเงินของฟิล์มเอง ส่วนเงิน 200,000 บาทที่ตนเคยออกให้ฟิล์มก็ใช้คืนมาหมดแล้ว และมีบัตรเครดิตทำให้ฟิล์มไป 2 ใบ เป็นบัตรเสริมไว้ใช้รูดซื้อของตอนไปเที่ยวเมืองนอก ตนรู้จักกับฟิล์มเมื่อวันที่ 17 เม.ย.48 ที่งานสงกรานต์ จ.ระยอง ขณะเป็นโต้โผจ้างศิลปินไปแสดงในงาน และได้พบกับฟิล์มเข้ามาทำความรู้จักและได้ทิ้งเบอร์โทร. 01-298-9544 พร้อมข้อความในกระดาษว่า ฟิล์มขอบคุณนะครับพี่ที่ให้มาช่วยงานแล้วเจอกันนะครับ ที่ผ่านมาหมดเงินกับฟิล์มไปมากกว่า 7,000,000 บาท ทั้งนี้การช่วยเหลือฟิล์มนั้นเพราะเอ็นดูไม่มีเรื่องใต้สะดือมาเกี่ยวแน่นอน เผื่อวันไหนตนจนจะได้ขอความช่วยเหลือเขาได้บ้างคิดว่าฟิล์มคงมีน้ำใจ ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดที่ทําให้เกิดปัญหาเรื่องนี้ขึ้นมาคืออะไร นายสิทธิกร กล่าวว่า ฟิล์มพูดหลายอย่างไม่ตรง พูดาตนไม่เคยไปช่วยเขา แต่เคยให้การช่วยเหลือแม่เขา เมื่อถามต่อว่ามีอะไรฝากถึงฟิล์มหรือไม่ เสี่ยอู๊ด กล่าวว่า หลังจากวันนี้คงไม่ให้สัมภาษณ์อีกแล้วถ้าไม่จำเป็น เพราะพูดความจริงหมดแล้ว แต่ถ้าฟิล์มออกมาพูดอะไรที่ผิดอีกก็จะออกมา หลังจากนี้ 7 วันอยากให้ฟิล์มออกมาขอโทษและยอมรับความจริง ผมเสียความน่าเชื่อถือไปเยอะ โดนทางผู้ใหญ่เพื่อนสนิทถามว่าจะเชื่อใครดี ผมจึงต้องออกมาพูดเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของตัวเอง ส่วนเรื่องที่จะดำเนินคดีกับฟิล์มหรือไม่นั้นขอคิดดูก่อน ที่ออกมาพูดวันนี้เป็นแค่การตบสั่งสอน แต่ไม่ถึงกับตีให้ตายเพราะยังเอ็นดูฟิล์มอยู่ สุดท้ายขอขอบคุณสื่อมวลชน อย่าไปเขียนข่าวเรื่องใต้สะดือให้ฟิล์มเสียหายอีกเลย มันไม่เป็นความจริง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่ เสี่ยอู๊ด ให้สัมภาษณ์อยู่นั้น ก็ได้หยิบตุ๊กตามิกกี้เม้าส์โดยอ้างว่าเป็นตุ๊กตาที่ฟิล์มซื้อให้ตอนไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น ออกมาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดูด้วย สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย