หนังเกาหลี 20+ "หญิง-หญิง" ที่ฉากอย่างว่า ร้อนแรงเกินต้าน แต่ภาพสวยระดับเมืองคานส์

หนังเกาหลี 20+ "หญิง-หญิง" ที่ฉากอย่างว่า ร้อนแรงเกินต้าน แต่ภาพสวยระดับเมืองคานส์

หนังเกาหลี 20+ "หญิง-หญิง" ที่ฉากอย่างว่า ร้อนแรงเกินต้าน แต่ภาพสวยระดับเมืองคานส์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ย้อนรอยความร้อนแรง The Handmaiden ฉากเลิฟซีนระดับตำนานที่ทำคนดูอ้าปากค้าง

หากพูดถึงภาพยนตร์เกาหลีที่สร้างปรากฏการณ์ความฮือฮาไปทั่วโลก ทั้งในแง่ของบทภาพยนตร์ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนและความงดงามทางศิลปะ คงหนีไม่พ้น The Handmaiden (ล้วงเล่ห์ลวงรัก) หรือในชื่อเกาหลี Ah-ga-ssi ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของผู้กำกับ ปาร์ค ชานวุค ที่ออกฉายเมื่อปี 2016 โดยดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Fingersmith ของ Sarah Waters ซึ่งนอกจากจะได้รับคำชมอย่างล้นหลามแล้ว ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้น "ฉากเลิฟซีน" ที่ร้อนแรงและเป็นที่ถกเถียงจนถึงปัจจุบัน

เบื้องหลังความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและเร่าร้อน

เรื่องราวของภาพยนตร์พาเราย้อนกลับไปในช่วงปี 1930 ยุคที่เกาหลีอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น โดยเล่าผ่านตัวละคร ซุกฮี (รับบทโดย คิม แทรี) สาวนักล้วงกระเป๋าที่แฝงตัวเข้ามาเป็นสาวใช้ของ คุณหนูฮิเดโกะ (รับบทโดย คิม มินฮี) ทายาทมหาเศรษฐีผู้สันโดษ เพื่อร่วมมือกับสิบแปดมงกุฎที่อ้างตัวเป็นท่านเคานต์ในการหลอกเอาสมบัติ แต่แผนการกลับตาลปัตรเมื่อความใกล้ชิดก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งและเกินเลย สิ่งที่ทำให้ The Handmaiden กลายเป็นตำนาน ไม่ใช่เพียงแค่พล็อตเรื่องหักมุม แต่คือการนำเสนอฉากอีโรติกที่โจ่งแจ้งและมีความยาวต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ตัวละคร โดยเฉพาะฉากเลิฟซีนระหว่างซุกฮีและฮิเดโกะที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างวิจิตรบรรจง แต่ก็แฝงไปด้วยความดิบเถื่อนทางอารมณ์

เจาะลึกฉาก "เลิฟซีน" ที่กลายเป็นไวรัล

หนึ่งในฉากที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคือฉากในห้องนอน ซึ่งเริ่มต้นจากการที่ซุกฮีพยายามสอนคุณหนูฮิเดโกะเกี่ยวกับเรื่องเพศรสเพื่อเตรียมตัวแต่งงาน แต่กลับกลายเป็นการปลดปล่อยความปรารถนาของทั้งคู่ ข้อมูลจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์หลายสำนักระบุว่า ฉากนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความวาบหวิวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแสดงออกถึงการ "ปลดแอก" จากอำนาจของผู้ชาย นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของเรื่องยังมีฉากที่ทั้งสองใช้ "Ben Wa balls" (ลูกบอลโลหะ) ซึ่งเดิมทีในเรื่องถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ผู้ชายกดขี่ทางเพศต่อฮิเดโกะ แต่ทั้งคู่กลับนำมาใช้เพื่อสร้างความสุขให้แก่กันและกัน เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นความเจ็บปวดให้กลายเป็นความหรรษา อย่างไรก็ตาม ฉากที่มีท่วงท่าเฉพาะทาง (Tribadism หรือ Scissoring) ก็ได้รับเสียงวิจารณ์ที่หลากหลาย บ้างก็มองว่าเป็นศิลปะที่งดงาม บ้างก็มองว่าเป็นจินตนาการที่ตอบสนองมุมมองของผู้ชาย (Male Gaze) มากเกินไป

เปิดใจสองนักแสดงนำ: มืออาชีพเหนือความเขินอาย

จากการรายงานของสื่อบันเทิงต่างประเทศอย่าง Hollywood Outbreak และ AllKpop ได้เปิดเผยบทสัมภาษณ์ของสองนักแสดงนำถึงเบื้องหลังฉากสุดหินนี้ คิม มินฮี นักแสดงสาวมากฝีมือ เปิดใจว่าเธอตัดสินใจรับบทนี้หลังจากอ่านบทเพียงครั้งเดียว โดยมองว่าฉากเปลือยและเลิฟซีนเป็นส่วนสำคัญของการเล่าเรื่อง "สำหรับฉากบนเตียง ผู้กำกับมีคำสั่งที่แม่นยำและชัดเจนมากว่าต้องทำอะไรบ้าง ฉันจึงแค่ทำตามขั้นตอนเหล่านั้น มันไม่ได้ยากลำบากอย่างที่คิด" ในขณะที่ คิม แทรี ซึ่งในขณะนั้นเป็นนักแสดงหน้าใหม่ กล่าวว่าเธอรู้สึกประหม่าในตอนแรก แต่ด้วยความเคารพในตัวรุ่นพี่อย่างคิม มินฮี และการดูแลของผู้กำกับ ทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี "ฉันชื่นชมคุณคิม มินฮี มานานแล้ว การได้ร่วมงานกับเธอเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ผู้กำกับปาร์คเองก็จัดเตรียมสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมิดชิดสำหรับการถ่ายทำฉากเหล่านี้"

เสียงแตก! ระหว่าง "ศิลปะชั้นสูง" กับ "แฟนเซอร์วิส"

กระแสตอบรับจากผู้ชมและนักวิจารณ์มีความเห็นที่แตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน

  • ฝั่งชื่นชม: ข้อมูลจากเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ซึ่งให้คะแนนภาพยนตร์เรื่องนี้สูงถึง 95% โดยนักวิจารณ์มองว่าฉากเซ็กซ์ในเรื่องคือเครื่องมือในการแสดงอำนาจของผู้หญิง (Empowerment) และเป็นความงดงามทางภาพที่หาตัวจับยาก
  • ฝั่งวิจารณ์: ในกระทู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นบน Reddit และบทวิจารณ์บางส่วน มองว่าฉากเหล่านี้มีความยาวเกินความจำเป็น และดูเหมือนจงใจสร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมชายมากกว่าความสมจริงในมุมมองของความรักแบบหญิงรักหญิง

ไม่ว่าจะมองในมุมไหน ปฏิเสธไม่ได้ว่า The Handmaiden ได้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และกล่องรางวัล รวมถึงรางวัล Vulcan Award จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ซึ่งการันตีความยอดเยี่ยมด้านงานศิลป์ได้เป็นอย่างดี และยังคงเป็นหนังที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงทุกครั้งเมื่อเอ่ยถึงภาพยนตร์แนวระทึกขวัญอีโรติกที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของเอเชีย

แหล่งอ้างอิง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล