7-Eleven ญี่ปุ่นต้านปัญหาขาดแรงงานไม่ไหว เตรียมพิจารณาหยุดให้บริการ 24 ชม.

7-Eleven ญี่ปุ่นต้านปัญหาขาดแรงงานไม่ไหว เตรียมพิจารณาหยุดให้บริการ 24 ชม.
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

ประเทศญี่ปุ่นถือว่าเป็นราชาแห่งร้านสะดวกซื้อ คนญี่ปุ่นคุ้นเคยกับความสะดวกสบายในชีวิตที่เกิดจากการมีร้านสะดวกซื้ออยู่ทั่วทุกแห่ง หนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการร้านสะดวกซื้อก็คือ 7-Eleven แบรนด์ร้านสะดวกซื้อที่อยู่คู่กับประเทศญี่ปุ่นมากว่า 45 ปี กลับกำลังเผชิญปัญหาครั้งใหญ่ที่ยากจะต้านทานไหว นั่นคือปัญหาการขาดบุคลากร ทำให้ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นไปทาง 7-Eleven Japan จะลองเริ่มทดลองลดเวลาให้บริการเหลือเพียง 16 ชั่วโมงต่อวัน โดยจะเริ่มจาก 10 สาขาที่ทางบริษัท 7-Eleven Japan บริหารเองโดยตรงใน 8 จังหวัด คือ มิยางิ, โทจิงิ, โตเกียว, จิบะ, ไอจิ, เฮียวโกะ, ฟุกุโอกะ, คุมาโมโตะ

ทดลองปรับเวลาเปิดให้บริการเป็น 7 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม

ร้าน 7-Eleven มีกฎพื้นฐานว่าจะต้องเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงยกเว้นสาขาที่อยู่ในโครงสร้างของสถานีหรือในตึกออฟฟิศ แต่ในการทดลองเปลี่ยนเวลาให้บริการครั้งนี้จะลองทำการเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม โดยการทดลองให้บริการลดเวลาดังกล่าวไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาในการทดลองเอาไว้ แต่ในเบื้องต้นคาดว่าจะทำการทดลองอย่างน้อยเป็นเวลาหลายเดือน และมีความเป็นไปได้ที่จะนำการทดลองดังกล่าวไปใช้กับร้านแฟรนไชส์ที่มีจำนวนอยู่มากกว่า 90% จาก 20,000 สาขาทั่วประเทศโดยจะพิจารณาจากผลลัพธ์ของการทดลอง เช่น การเปลี่ยนแปลงของยอดขาย เป็นต้น

ที่มาที่ไปของการทดลองลดระยะเวลาการให้บริการในครั้งนี้เกิดจากการที่ ร้าน 7-Eleven สาขาหนึ่งในจังหวัดโอซาก้าทำการลดเวลาให้บริการจาก 24 ชั่วโมงมาเหลือแค่ 19 ชั่วโมงในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาบุคลากรไม่เพียงพอ ทำให้เกิดเป็นการปะทะกันระหว่างร้านสาขากับ 7-Eleven บริษัทแม่ จนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลุ่มเจ้าของร้านสาขาได้รวมตัวกันยื่นข้อต่อรองต่อทางบริษัทแม่ ซึ่งทาง 7-Eleven แสดงท่าทีไปในทางไม่ตอบรับต่อการต่อรองของกลุ่มดังกล่าว

ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Seven & I Holdings ซึ่งเป็นบริษัทแม่อธิบายว่า นโยบายของทางบริษัทยังยืนยันที่จะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่จะใช้การทดลองในครั้งนี้ทำการพิจารณาถึงเสียงตอบรับของลูกค้า และผลกระทบต่อการกระจายสินค้า ยอดขาย เป็นต้น พร้อมเปิดเผยว่าความเคลื่อนไหวของร้านสาขาที่เกิดขึ้นเป็นหนึ่งในปัจจัยอันนำมาซึ่งการตัดสินใจทดลองในครั้งนี้

ไม่เฉพาะ 7-Eleven ร้านสะดวกซื้ออื่นก็พิจารณาลดเวลาให้บริการ

ที่ผ่านมา 7-Eleven ไม่ยอมรับต่อคำขอร้องในการลดเวลาให้บริการ แต่ได้จัดเตรียมระบบในการช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น การให้พนักงานของบริษัทแม่ปฏิบัติงานของเจ้าของสาขาแทน หรือการส่งพนักงานชั่วคราวไปให้ในยามที่ร้านสาขาไม่สามารถหาพนักงานพาร์ทไทม์ได้ เป็นต้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือร้านสาขาที่กำลังประสบปัญหามีพนักงานไม่เพียงพอ

ในขณะเดียวกันทาง Family Mart อีกหนึ่งร้านสะดวกซื้อร้านใหญ่ของญี่ปุ่น ได้เริ่มทดลองลดระยะเวลาให้บริการของบางสาขามาตั้งแต่ปี 2017 แล้ว ส่วน Lawson ก็ยอมรับเงื่อนไขในการลดระยะเวลาให้บริการในร้าน 40 สาขาไปแล้วเช่นกัน ทางเจ้าของร้านสาขาในโอซาก้าที่ได้ทำการลดระยะเวลาให้บริการไปก่อนหน้านี้แสดงความเห็นต่อการทดลองดังกล่าวว่า “การเริ่มทดลองลดเวลาให้บริการนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการก้าวไปข้างหน้า และอยากให้ระบบที่สามารถเลือกเวลาให้บริการได้นี้แพร่หลายต่อไป ไม่ได้หยุดอยู่แค่เป็นการทดลองเพียงเท่านั้น”

ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรแรงงานในญี่ปุ่นดูจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อหลากหลายแวดวงมากขึ้นด้วย ก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าการทดลองของ 7-Eleven ในครั้งนี้จะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเช่นไร ก็ได้แต่หวังว่าผลสรุปที่ออกมาจะเป็นที่พึ่งพาใจทั้งกับทางบริษัทแม่และเจ้าของร้านสาขา รวมทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้บริการของผู้บริโภคนะคะ

ที่มา : yahootwitterauonetoyokeizai

ติดตามSanook! Fanpage

ข่าว เกมส์ ดูดวง ดารา เว็บบอร์ด คลิปวิดีโอ หนัง ละคร ท่องเที่ยว กีฬา ความรัก