เรียนภาษาญี่ปุ่นฟรี ลองถามสำนักงานเขตดูนะ

เรียนภาษาญี่ปุ่นฟรี ลองถามสำนักงานเขตดูนะ
All About Japan

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับชาวต่างชาติในญี่ปุ่น มีหลายคนที่ไม่ได้มาเพื่อเรียนภาษาโดยเฉพาะ บางคนมาทำงาน ไม่มีเวลา หรือเรียนมหา'ลัยเป็นภาษาอังกฤษ จะมีเหตุผลใดก็แล้วแต่ ถ้าอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นฟรีๆ นอกเวลา เรามีทางเลือกดีๆ มาแนะนำกัน

ทำไมถึงเรียนฟรี?

นี่เป็นหนึ่งในนโยบายที่หลายๆ เมืองมี เป็นสวัสดิการง่ายๆ รูปแบบหนึ่งที่มีให้กับชาวต่างชาติ โดยผู้สอนส่วนใหญ่ จะเป็นชาวญี่ปุ่นที่อยากทำงานอาสาสมัครช่วยเหลือสังคม บางคนก็อยากคุยกับเพื่อนต่างชาติ หรือบางคนเป็นครูจริงๆ เกษียณแล้วมาสอนแก้เบื่อก็มีนะ (คนแก่ญี่ปุ่นไม่ชอบนอนอยู่บ้านเฉยๆ) 

ด้วยเหตุนี้เอง แม้โดยรวมครูจะไม่เก่งเทพเหมือนโรงเรียนภาษา แต่ก็ไม่ได้แย่ แถมประหยัดกว่าไปเรียนที่โรงเรียนเยอะ ตารางเวลาก็อิสระกว่า แถมมีโอกาสได้เพื่อนใหม่ด้วยนะ

ไปหาเรียนภาษาญี่ปุ่นแบบนี้ได้ที่ไหน?

ก่อนอื่นเลย บทความนี้สำหรับคนที่อยู่ญี่ปุ่น หรือใครที่วางแผนจะมาเรียนหรือทำงาน เป็นต้น หากมาถึงแล้ว ก่อนอื่นอย่าลืมมองหาสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอของเมืองที่ตัวเองอยู่

ขั้นตอนแรก เราต้องลองไปสอบถามสำนักงานเขตหรืออำเภอที่เราอาศัย ว่าต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่นต้องติดต่อที่ไหน เพราะแต่ละเขตจะติดต่อสถานที่ไม่เหมือนกัน แต่ส่วนมากจะสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ หรือศูนย์วัฒนธรรม (Bunka Center) ของเมืองที่เราอยู่

และถ้าบังเอิญใครพักใน 23 เขตปกครองพิเศษของโตเกียว สามารถเข้าไปเช็กคลาสเรียนได้ที่นี่เลย Tokyo Nihongo Volunteer Network และสามารถเข้าไปสอบถามและสมัครได้ที่สถานที่จัดสอนได้โดยตรง โดยเจ้าหน้าที่จะมีคลาสให้เลือกตามวัน เวลา และสถานที่ที่ผู้เรียนสะดวก

ตัวอย่าง: เขตชินจูกุ

สำหรับเขตหรืออำเภอใหญ่ๆ ที่ชาวต่างชาติอยู่กันเยอะๆ เช่น เขตชินจูกุ มักจะมีสถานที่ทำกิจกรรมของชาวต่างชาติโดยเฉพาะ อย่างที่เขตชินจูกุจะมีอยู่ที่ศูนย์ Shinjuku Multicultural Center (ปัจจุบันอยู่ที่ ชั้น 11 ตึกเดียวกับโรงพยาบาล Okubo) สถานที่แบบนี้นอกจากจะมีคอร์สเรียนภาษาแล้ว ก็อาจจะมีกิจกรรมอื่นๆ ที่มีประโยชน์กับชาวต่างชาติอย่างเราๆ ด้วย เช่น หางานพาร์ตไทม์ หาเพื่อน ทำกิจกรรมวันเสาร์อาทิตย์ เป็นต้น 

ใครสนใจ ลองหาของเมืองที่ตัวเองอยู่ดูนะ หรือจะลองคลิกดูรายละเอียดที่ www.regasu-shinjuku.or.jp ซึ่งเป็นเว็บไซต์ภาษาไทยดูก็ได้

สมัครเรียนภาษาญี่ปุ่นกับเหล่าอาสาสมัคร

การเขียนใบสมัคร บางคลาสจะให้เรากรอกใบสมัครไว้ก่อนเลย ณ ที่ๆ เราติดต่อ ส่วนบางคลาสจะให้กรอกใบสมัครในวันที่เปิดเรียนวันแรก ใครไปก่อนสามารถเข้าเรียนได้ก่อน เมื่อครบจำนวนก็ปิดรับนักเรียน แต่ละคลาสอาจจะมีการกำหนดว่าสามารถรับผู้เรียนได้กี่คน ส่วนใหญ่คลาสจะมีขนาดตั้งแต่ 20-40 คน 

ส่วนใหญ่ไม่ต้องเตรียมเอกสารในการสมัครอะไรทั้งสิ้น ไปถึงก็เรียนได้เลย เป็นอีกหนึ่งข้อดีเพราะไม่ยุ่งยาก

ช่วงเวลาที่เปิดสอน มักจะแบ่งเป็น 3 เทอม (เข้าเทอมไหนก็ได้) เทอมละประมาณ 3 เดือน
เทอม 1 ช่วง เมษายน-มิถุนายน
เทอม 2 ช่วง กันยายน-ธันวาคม
เทอม 3 ช่วง มกราคม-มีนาคม

แต่ช่วงเวลาอาจจะปรับยืดหยุ่นได้ ขึ้นอยู่กับคลาสนั้นๆ วันและเวลาสอนก็แตกต่างกันไป มีทั้งเรียนสัปดาห์ละวันหรือมากกว่า มีให้เลือกทั้งคลาสตอนเช้าหรือคลาสตอนเย็น มีหลากหลายคลาสให้เราเลือกได้ตามความสะดวกของผู้เรียน เช่น ถ้าเป็นคนทำงานก็เลือกคลาสเสาร์อาทิตย์ ถ้าเป็นแม่บ้านก็เลือกคลาสตอนกลางวันของวันธรรมดา เป็นต้น

บางที่อาจจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายเป็นรายเทอม เทอมละ 2,000-4,000 เยน (ประมาณ 580-1,160 บาท) แต่ก็ยังนับว่าถูกมาก 

การสอนจะสอนประมาณวันละ 2 ชั่วโมง แต่ละคลาสจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ อีกที เพื่อแบ่งระดับความรู้ของนักเรียน จะนั่งกันโต๊ะละน้อยๆ ประมาณ 1-5 คน ใครที่พอรู้ภาษาญี่ปุ่นบ้างก็จะนั่งกลุ่มหนึ่ง ใครที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลยไม่เคยเรียนมาก่อนก็จะนั่งอีกกลุ่ม เพื่อความสะดวกในการสอน

ซึ่งก็แล้วแต่คลาส บางที่อาจจะมีกิจกรรมสนุกๆ ให้เราทำ เช่น เมื่อถึงฤดูร้อนคนญี่ปุ่นก็มักจะใส่ชุดยูกาตะไปดูดอกไม้ไฟ คุณครูก็อาจจะนำชุดยูกาตะมาให้เราลองใส่ถ่ายรูปเก็บไว้กับเพื่อนๆ หรือมีกิจกรรมที่ให้นักเรียนนำอาหารของประเทศตัวเองมาทำกินร่วมกันกับอาหารจากชาติอื่นๆ เป็นต้น ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน ได้พูดคุยกัน รับรองว่าถ้าได้เรียนนอกจากจะได้รู้ภาษาญี่ปุ่นแล้วยังได้อะไรดีๆ อีกหลายอย่างนอกจากภาษากลับไปแน่นอน

เรียนญี่ปุ่นแบบนี้มีข้อเสียไหม?

ข้อเสียของคลาสแบบนี้ก็คือ เนื่องจากสอนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย (หรือถูกมาก) หลายๆ ที่คนจะเยอะแค่วันแรกๆ หลังจากนั้นจะเริ่มหายไปทีละคนสองคน จนท้ายๆ เทอมคุณครูจะเหงามาก เพราะสอนฟรีไม่บังคับผู้เรียน นักเรียนก็เลยค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นก็จะเงียบเหงากว่าโรงเรียนภาษาทั่วๆ ไปหน่อย

นอกจากนี้ เนื่องจากครูทุกคนไม่ได้เป็นมืออาชีพ บางคนก็เป็นแค่คนญี่ปุ่นที่ไม่ได้เคยเป็นอาจารย์ เพราะฉะนั้นคุณภาพก็คงสู้กับโรงเรียนที่เก็บค่าเทอมจริงจังไม่ได้ แต่หากต้องการความรู้ขั้นพื้นฐาน หรือฝึกพูดกับคนญี่ปุ่นจริงๆ ล่ะก็ไม่มีปัญหา

เมื่อเรียนใกล้จบในเทอมนั้นๆ ทางคลาสก็จะมีใบกำหนดการสำหรับคลาสเรียนเทอมต่อไป เราจะเรียนหรือไม่เรียนต่อก็ได้แล้วแต่ความสมัครใจ บางที่ใจดีมีเอกสารส่งมาให้ที่บ้านเราเลยว่ากำหนดการเทอมต่อไปมีอะไรบ้าง ถ้าใครได้เรียนแล้วก็จะได้รับเอกสารเหมือนกันทุกคน คนที่เคยเรียนมาก่อนก็จะสามารถสมัครได้ก่อนด้วย

นอกจากจะได้เรียนภาษาญี่ปุ่น ได้เรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของหลายประเทศ จากเพื่อนต่างชาติอื่นๆ ที่มาร่วมเรียนด้วยกัน ได้เพื่อนใหม่ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นกิจกรรมดีๆ สำหรับชาวต่างชาติที่สนใจจะเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างมาก