ไม่ต้องรอโต! มีลูกอ่อนก็เที่ยวญี่ปุ่นได้

ไม่ต้องรอโต! มีลูกอ่อนก็เที่ยวญี่ปุ่นได้
All About Japan

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นเหมือนกันหรือเปล่า อยากเที่ยวแต่ติดว่ามีลูกอ่อน หรือจะรอให้ลูกโตก่อนดีนะ? อย่าได้รีรอกันเลย ตั๋วถูกไม่ได้มีกันบ่อยๆ อายุก็เพิ่มขึ้นทุกปี สวนทางกับร่างกายที่แก่ลงเรื่อยๆ วันนี้แม่บ้านเมกุโระมีเทคนิคการพาลูกอ่อนมาเที่ยวญี่ปุ่นอย่างไม่เป็นปัญหามาฝาก

ก่อนเดินทางเตรียมตัวให้พร้อม

ก่อนเดินทางเตรียมตัวให้พร้อมunsplash.com

เริ่มจากเตรียมเสื้อผ้าของลูกให้เหมาะกับสภาพอากาศที่ญี่ปุ่นในช่วงเวลาที่เดินทาง และวางแผนการเดินทาง อันนี้คงจะแตกต่างกันไปแล้วแต่คน แต่ส่วนใหญ่เวลาคนไทยมาญี่ปุ่นก็มักจะเผื่อให้อุ่นๆ เอาไว้ก่อน และอย่าลืมเช็กว่าจะไปเมืองไหนบ้างนะ เพราะสภาพอากาศนั้นอาจต่างกันมากมายเลย อย่างเช่นช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ฟุกุโอกะเริ่มอบอุ่น มีอุณหภูมิราวๆ 7-15 องศา แต่ถ้าไปซัปโปโรล่ะก็ จะยังมีติดลบสัก -5 ให้เห็นอยู่เป็นบางวัน

สำหรับเครื่องบินนั้น คุณหมอที่ญี่ปุ่นแนะนำมาว่า ทารกตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ไม่มีปัญหา แน่นอนว่าผู้ปกครองจะต้องเตรียมเอกสารหรือทำพาสปอร์ตให้ลูกน้อยก่อนเดินทางนะ ส่วนค่าโดยสาร หากสายการบินโลว์คอสต์ส่วนใหญ่จะไม่เสียเพิ่ม (ในกรณีลูกนั่งตักแม่และอายุไม่เกินตามที่สายการบินกำหนด) ส่วนสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสอาจจะต้องเสียค่าโดยสารเพิ่ม 10% ซึ่งก่อนเดินทางต้องเช็คกับสายการบินว่ามีเงื่อนไขอย่างไร เตรียมตัวก่อนไว้ด้วยนะ 

สิ่งสำคัญอื่นๆ เช่น วิธีไม่ให้ลูกร้องบนเครื่องเนื่องจากปวดหู อย่างการให้ดื่มนมเมื่อเทคออฟและแลนดิ้งก็สำคัญเช่นกัน หรือแม้แต่การใส่ใจคนรอบข้าง ถ้าเตรียมที่อุดหูเผื่อผู้โดยสารที่นั่งรอบๆ และขนมเล็กๆ น้อยๆ แทนคำขอโทษไว้ด้วยก็ดีนะ

รถเข็นเด็กก็ไม่มีปัญหา

รถเข็นเด็กก็ไม่มีปัญหา

ที่ญี่ปุ่นสามารถนำรถเข็นเด็กไปเที่ยวได้โดยไม่เป็นภาระ เพราะประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่ามีทางเท้าที่ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก พื้นที่มีระนาบต่อเนื่อง ทำให้ทางเท้าและถนนไม่สะดุดล้อเมื่อต้องใช้รถเข็นเด็ก และเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นสังคมสูงวัย ทำให้พื้นที่สาธารณะส่วนใหญ่จะต้องสามารถอำนวยความสะดวกให้กับคนทุกช่วงอายุได้ เพราะฉะนั้นตามห้างร้าน อาคารพาณิชย์ หรือสถานีรถไฟ จึงมีลิฟท์ให้บริการเกือบทุกที่ จะเที่ยวพร้อมรถเข็นเด็กก็ไม่มีปัญหา

เทคนิคขึ้นรถไฟพร้อมรถเข็นเด็ก

เทคนิคขึ้นรถไฟพร้อมรถเข็นเด็ก

สิ่งแรกที่อยากบอกคือ ควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่มีคนพลุกพล่านหนาแน่น อย่างเวลาเข้า-ออกงานช่วงเช้าและเย็นของคนญี่ปุ่น ใครที่ไปเที่ยว เช้าลองออกจากโรงแรมสายๆ หน่อย เย็นก็กลับโรงแรมช้าหน่อย จะได้หลบชาวซาลารี่แมนญี่ปุ่นนั่นเอง

และที่สำคัญ แนะนำให้ขึ้นตู้ขบวนที่มีสัญลักษณ์สำหรับคนพิการ เพราะรถไฟตู้นี้จะมีพื้นที่ว่างที่ไม่มีเบาะนั่งเว้นเอาไว้ ให้เราสามารถนำรถเข็นเด็กขึ้นรถไฟได้โดยไม่เกะกะหรือรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น หรือถ้าใช้เป้อุ้มลูกก็สามารถขึ้นช่องมีสัญลักษณ์ที่นั่งพิเศษ (priority seat) สำหรับคนท้อง ผู้ที่มีลูกอ่อน คนชรา ให้นั่งได้ไม่เมื่อยอีกด้วย

ขึ้นมาแล้วจะเป็นที่โล่งแบบนี้ เว้นไว้เพื่อรถเข็นผู้พิการหรือรถเข็นเด็กโดยเฉพาะ คนทั่วไปเวลาปกติจะยืนก็ได้ แต่ถ้ามีใครเข็นเด็กมาอย่าลืมหลบให้นะ

มาญี่ปุ่นทั้งที ก็ต้องแช่ออนเซ็นสิ

มาญี่ปุ่นทั้งที ก็ต้องแช่ออนเซ็นสิ!

สำหรับครอบครัวที่มีลูกอ่อนแต่อยากแช่ออนเซ็น ขอแนะนำให้จองหรือใช้บริการออนเซ็นที่มีห้องส่วนตัว ซึ่งจะเป็นห้องเดี่ยวที่มีออนเซ็นแยกบ่อเป็นส่วนตัว และสามารถผลัดเปลี่ยนกันดูลูกและแช่ออนเซ็นได้โดยไม่รบกวนคนอื่นอีกด้วย ที่แม่บ้านเมกุโระเคยใช้บริการที่ฮาโกเนะตกราคา 5,000 เยน 1 ชั่วโมง (ราวๆ 1,470 บาท) ในห้องมีขนมและของใช้ต่างๆ อย่างผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพู หวี ไดร์เป่าผมครบครัน ไม่ต่างจากออนเซ็นรวมเลย

App ค้นหาห้องให้นมลูก

App ค้นหาห้องให้นมลูก!

สำหรับแม่ลูกอ่อนที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่น ควรมีแอปพลิเคชั่นดีๆ อย่าง Mamapapamap nursing room map ติดตัวไปด้วยนะ ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าที่แห่งไหนบ้างที่มี Nursing Room หรือห้องสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นมลูก และอื่นๆ สามารถดาวน์โหลดฟรีสำหรับไอโฟนตามลิงค์ด้านล่าง
Mamapapamap nursing room map

สุดท้ายนี้ก็ขอให้บรรดาคุณพ่อคุณแม่ลูกอ่อนเที่ยวอย่างสนุกสนาน ลูกไม่ร้องโยเย เก็บเกี่ยวประสบการณ์และรูปถ่ายเอาไว้ให้ลูกดูตอนโตนะ

ติดตามSanook! Fanpage

ข่าว เกมส์ ดูดวง ดารา เว็บบอร์ด คลิปวิดีโอ หนัง ละคร ท่องเที่ยว กีฬา ความรัก